วีซ่าเยอรมัน (เชงเก้น) 4. วันขอวีซ่า..ซ่า..ซ่า

ชั้นได้คิว 7.30น. เพิ่งรู้จากเจ้าหน้าที่ที่จองว่าเป็นคิวแรกของวัน
ก็อุตส่าห์ไปก่อนเจ็ดโมง นั่งมอเตอร์ไซค์อย่างซิ่งเพราะว่าสายมากแล้ว กลัวไม่ทัน
เพราะเมื่อคืน เอกสารที่คิดว่าเตรียมครบแล้ว ดันเขียนแผนการเดินทางผิด!
แล้วที่บ้านไม่มี Printer ก็ต้องถ่อไปออฟฟิศตั้งแต่ตีห้า
เพื่อไปปรับแก้ สุดๆ จริงๆ ขอแนะนำให้ทุกคนเตรียมตัวล่วงหน้า
เช็คแล้วก็ขอให้เช็คอีก เพราะชั้นเช็คแล้วเช็คอีกมันยังผิด :S
กะว่าจะชิลก็ดันต้องตื่นมาตีสี่ เฮ้อ
ซิ่งมอเตอร์ไซค์มาจากออฟฟิศ ไปลงรถใต้ดินศูนย์สิริกิรติ
มาโผล่ที่สถานทีลุมพินี ต่อมอเตอร์ไซค์อีก ไม่รู้จะต่อทำไมเพราะมันเดินโคตรสั้น
อ่ะ รถมาจอดหน้าสถานทูต มีคนเข้าแถวเรียงกันอยู่ประมาณ 15 คน
ชั้นก็เฮ้ย ไหนให้โทรจองคิว แล้วทำไมมีคนมาต่อคิวก่อน
เหมือนมารับคิวใหม่เหมือนอเมริกายังไงยังงั้น?
อ่ะ ไม่เป็นไร รอคิวก็ได้ ตอนนั้นสถานทูตยังไม่เปิดเลย ก็รอๆ กันอยู่ข้างหน้า
พอราวๆ 7 โมง เค้าก็เปิดให้เข้าไป มันก็จะเจอด่านดังต่อไปนี้ แถ่น แทน แท้น

1. เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋า
เเผนกนี้จิตใจดี อารมณ์ยิ้มแย้มแจ่มใสดีมากๆ ก่อนจะถึงตรงนี้ พี่ๆ การ์ดหน้าบ้าน
เค้าก็จะบอกว่าให้ปิดมือถือนะ โอเคปิด เสร็จแล้วก็เช็คกระเป๋าเราแบบทุกซอกทุกมุม
ถามหามือถือและกล้อง แล้วเค้าก็จะเก็บไปโดยให้หมายเลขมา ขากลับให้เอามาแลกของคืน
ตรงนี้จะเก็บเฉพาะมือถือ, กล้อง, ไอแพด อะไรพวกนี้ ส่วนกระเป๋าให้เราเอาเข้าไปได้
แล้วก็จะมีการสแกนตัว ว่ามีอะไรนอกเหนือพกไว้ที่ตัวไหม ถ้าไม่มีก็ผ่าน

2. ช่อง 1 จะโหดไปไหน
พอผ่านด่านตรวจกระเป๋า ชั้นก็เงอะงะ เพราะมันมีห้องเล็กๆ เป็นกระจกกั้น
เหมือนพนักงานขายตั๋วในโรงหนัง ซึ่งมีสองช่อง ชั้นจะเดินเลยไป เพราะไม่เห็นป้าย
ป้ายมันติดเล็กๆ ข้างขวาของช่องว่า​ “ขอยื่นวีซ่า” ชั้นก็เลยหยุด
แล้วก็เห็นเจ้าหน้าที่ด้านในผ่านกระจก กำลังคุยกับเจ้าหน้าที่อีกคน
ชั้นก็เลยยืนรอๆ ลังเลๆ เพราะก่อนหน้าชั้นไม่มีใครเลย
กำลังงงๆ ว่าแล้วต้องยื่นอะไรตรงไหน ใครตรวจเอกสารเหมือนสถานทูตอื่นๆ?
ไม่เคยมาที่นี่ ไม่เคยมาขอที่สถานทูตนี้ และท่าทางชั้นคงงงมาก
เจ้าหน้าที่คนนั้น พอคุยกับเจ้าหน้าที่ข้างในอีกคนเสร็จ
ก็พูดใส่ไมค์เสียงดังใส่ชั้นเลยว่า “อ้ะ งง งง งงอาราย”?
น้ำเสียงแบบว่าชั้นมันน่ารำคาญมาก ก็อึ้งๆ เพราะรู้สึกว่าทำไมต้องพูดจาแบบนี้
ก็ไม่รู้ว่าต้องไปไหนนี่หว่า คนข้างหลังก็ยังไม่ตามมาเลย …
เค้าก็พูดย้ำอีกว่า “งงอะไร มาทำอะไร” น้ำเสียงกวนมาก ชั้นก็รู้สึกฉุน
ก็เลยบอกว่า “มาขอวีซ่า” เค้าก็บอกว่า “มาขอวีซ่า แล้วไหนเอกสาร งงอะไร งงอยู่ได้”
ชั้นก็เลยบอกว่า “ก็งงอ่ะดิ ไม่เคยมา” เค้าก็บอกว่า “เอกสาร?”
ชั้นก็ยื่นลงไปในช่องข้างล่าง เค้าก็หยิบไปดูแล้วพูดกร่างๆ อีกว่า “โฮ้ เรียงมาก็ผิด”
ชั้นก็บอกว่า​”แล้วจะรู้ได้ไงว่าเรียงยังไง ในเว็บในอะไรก็ไม่มีบอก”
เค้าก็คงอึ้งว่ามันเถียงเว้ยเฮ้ย แต่ชั้นแค่รู้สึกว่า ก็คนมันไม่รู้ มาครั้งแรก
ป้ายก็ติดเล็กๆ ด้านขวา แทนที่จะแนะนำกันดีๆ ทำไมต้องมาพูดเหมือนชั้นต้องรู้มาก่อนทุกอย่าง
แค่เตรียมเอกสารมานี่ก็โอเคแล้ว รู้แต่ว่าต้องเอารหัสมาบอก แต่ไม่รู้ไงว่าต้องบอกตรงไหน
แล้วแทนที่จะถามว่า รหัสอะไร กลับมาพูดแบบ “งงอะไร งงอะไร”
ขอให้ทำเสียงกวนๆ ตอนอ่าน จะได้อารมณ์เค้ามาก
ชั้นแค่รู้สึกว่า จะกวนทำไม พูดดีๆ ได้ไหม แล้วพูดใส่ไมค์ด้วยนะ
คนไทยเหมือนกัน คนไม่รู้ก็ควรช่วย วีซ่าเค้าก็อนุมัติตามเอกสารหลักฐาน
ไม่ได้มาอนุมัติเพราะยัยนี่ไม่รู้จักช่องยื่นซะหน่อย ทำไมไม่พูดกันดีๆ
ก็ฉุนดิ ชั้นเลยตอบด้วยน้ำเสียงที่แย่พอกัน เพราะทำไมต้องนอบน้อม
ชั้นมาขอวีซ่า อยากไปเที่ยว เอกสารพร้อมและครบทุกอย่าง
งานการก็มีทำ เงินก็ของตัวเองไม่ได้ไปขอใคร แล้วก็ไม่ได้มาขอไปฟรีๆ
ค่าวีซ่าก็ต้องจ่าย แล้วพูดกันดีๆ ไม่ได้? ทำไมต้องมาพูดเบ่งๆ กร่างๆ ใส่กันด้วย
ตอนนั้นโมโหจริง พูดกับชั้นเหมือนชั้นมาขอโควต้าวีซ่าฟรี
พอเค้าว่าชั้นเรื่องเรียงเอกสารไม่เป็นเสร็จแล้ว และชั้นก็เถียงแล้ว
เค้าก็บอกว่า “ต้องเอาพาสปอร์ตขึ้นมาก่อน”
ชั้นก็บอกว่า “อ้าวก็ไม่รู้นี่ เดี๋ยวเรียงก็ได้”
แล้วก็นึกได้ว่า ไม่ได้ให้พาสปอร์ตตัวจริงให้ดูไปด้วย
เลยบอกว่า “มีพาสปอร์ตด้วย สามเล่ม” แล้วก็ยื่นให้
น้ำเสียงเค้าเริ่มดีขึ้น หลังจากได้ยินเราเถียงกลับ หรือเห็นมีพาสปอร์ต 3 เล่ม?
แปลว่ามันเคยไปมาแล้วหลายที่ หรือพลิกเอกสารเราดูแล้วเห็นว่ามีวีซ่าประเทศอื่นๆ มาแล้ว?
แล้วเค้าก็หยุดว่า และถามชั้นว่า “อ้ะๆ รหัสอะไรอ่ะ”​ ด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรขึ้น
ชั้นจดใส่หนังสือพิมพ์แจกฟรีไว้ ก็เลยหยิบมาบอก
เค้าก็บอกว่า “เอ้าๆ คิวแรกเลยนี่ รีบเข้าไปเลยๆ” แล้วก็ให้กระดาษเรามาหนึ่งอัน
ชั้นยังไม่ทันเดินออก คนข้างหลังเก็ยังไม่ทันจะยื่นเอกสาร แต่เจ้าหน้าที่คนนี้ตาไวมาก
พูดใส่ไมค์ดุคนข้างหลังว่า “เอ้า คนข้างหลังอ่ะ ไปถ่ายรูปใหม่เลยไป ไม่ผ่านๆ”
คือ ไปทำเสียงกวนใส่เค้าอีกละ
พูดดีๆ กับเค้าว่า “รูปไม่ผ่านนะครับ ต้องไปถ่ายใหม่ก่อน” ไม่ได้????????
ชั้นโคตรหงุดหงิดเลย และรู้สึกว่า โหไปขอวีซ่าที่สถานทูตอเมริกา, อังกฤษ, อิตาลี, จีน, อินเดีย, เนปาล
ไม่เห็นเจอใครแบบนี้เลย คือบางคนดุ ขรึมๆ แต่เค้าพูดกับเราดีมาก
และมี “ครับ” “ค่ะ” และแนะนำ แต่คนนี้ ไม่มีเลย
พูดไร้หางเสียงแล้วยังกวนอีก ชั้นไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องพูดจาดิบดี แต่แค่รู้สึกว่า
“เจ้าหน้าที่คะ ทำไมต้องกร่างใส่กันด้วยคะ”
พอไม่ครับมา เราก็ไม่คะตอบ แต่พอเรามาคุยกับเพื่อน
เพื่อนที่เคยไปขอวีซ่าที่สถานทูตเยอรมัน มันก็บอกว่ามันก็เจอคนนี้น่าจะคนเดียวกัน
แต่เค้าตลกนะ เค้าใจดีด้วย เราก็แบบ “อะไรวะ” ก็มาย้อนคิดๆ
หรือเค้าจะปล่อยมุขตลกกับชั้น คือเหมือนพูดห้วนๆ แบบเป็นเพื่อนกัน
แต่ชั้นาแค่รู้สึกว่า ชั้นไม่รู้จักคุณ คุณไม่รู้จักชั้น ชั้นไปขอยื่นเอกสารและชั้นไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ
อย่าคาดหวังว่าชั้นจะเห็นภาพสถานทูตออกว่าช่องแรกคือใคร
ช่องสองทำอะไร ช่องสามทำอะไร เพราะชั้นไม่เคยไปขอ
และถ้าคนเคยไปแล้วเค้าก็คงไม่งงแบบชั้น แต่ถ้าเห็นคนงง แปลว่ามันไม่เคยมา
ก็แนะนำ พูดจากันดีๆ ไม่ได้???? หรืออาจจะไม่ถูกชะตากับชั้น????
ขอบ่นหน่อยเหอะ เพราะรู้สึกว่าจะโหดใส่ทำไม เพื่ออะไร???
นี่ถ้าคนที่เค้าเงียบๆ ไม่ชอบเถียง ไม่กล้า แล้วเค้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย
เค้าไม่กลัวตายเลยเหรอ จะไปดุใส่เค้าทำไม? เพื่อ?????
ถ้ารู้ ถ้าเห็น ถ้ารู้จัก อยากบอกว่า รบกวนปรับอารมณ์หน่อยนะคะ
ถ้าจะล้อเล่น ก็บอกเลยว่า ล้อเล่น มันคืองานบริการไม่ใช่รึ?
เช็คว่าเอกสารครบไหม ไม่ใช่รึ? ไม่ใช่ต้องมาว่ากัน ไม่ใช่รึ?

3. เจ้าหน้าที่จัดคิว
พอผ่านช่องนั้น ได้กระดาษมาหนึ่งเเผ่น เพื่อมายื่นให้เจ้าหน้าที่คนนี้
โอย คนละอารมณ์ ใจดีมากกกกกก
เค้าบอกว่า “นี่คิวแรกเลยนะครับ ตอนนี้ยังไม่ 7.30 น.​มีเวลาอยู่
ไปเรียงเอกสารตามรายละเอียดที่เขียนไว้ตรงโต๊ะนั้นก่อนนะครับ
เรียงตามที่บอกเลยนะครับ แล้วก็มานั่งรอ เดี๋ยวพอถึงเวลาเดี๋ยวผมเรียกอีกทีครับ”
ชั้นแบบ แล้วตาคนช่องเมื่อกี๊เป็นอะไรมากไหมเนี่ย?
คนอื่นเค้าก็ดีๆ ใจดีกันหมดเนี่ย แล้วเราก็เลยเดินไปเรียงเอกสารตามลำดับ
ขอโทษที จำไม่ได้ว่าต้องเรียงอะไรบ้าง ที่จำได้คือ สำเนาพาสปอร์ตอยู่หน้าสุด
แล้วชั้นมีพาสปอร์ต 3 เล่ม ก็ซีร็อกซ์หน้าพาสปอร์ตไปทุกเล่มและวีซ่าทุกอันที่ชีวิตเคยมีและเคยได้
แนบไปเป็นลำดับแรก จากนั้นมันก็จะเรียงมา เช่น เอกสารการเงิน
เอกสารการทำงาน เอกสารที่อยู่อาศัย อะไรทำนองนี้ แต่เราจำลำดับไม่ได้
ซึ่งพอเรียงเสร็จปุ๊บ เชดดดด เรียงผิด?!!!!
เออ กูงงจริงๆ อันนี้มันลำดับสำหรับวีซ่าเยี่ยมเยียน ชั้นขอวีซ่าท่องเที่ยวเฟ้ย
ต้องไปดูอีกป้าย เรียงใหม่ จะบ้าตาย ตอนไปขอวีซ่าอเมริกา
เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารเค้าดูและเรียงให้ ส่วนวีซ่าเชงเก้นที่อิตาลี
เจ้าหน้าที่ก็เรียงให้ วีซ่าอังกฤษเจ้าหน้าที่ก็เรียงให้ 555
ที่นี่เรียงเอง แล้วกรูผิดอีก – -” แต่ยังทันเวลา
คนอื่นๆ ที่มาต่อคิวหน้าสถานทูตก่อนชั้นเค้าก็เสร็จกันหมดแล้ว
ชั้นก็ยังนึกอยู่ว่า เอ..เราได้คิวแรก แล้วคนอื่นเค้ารีบมาก่อนทำไม????
ก็สุดท้ายมันก็เรียงสัมภาษณ์ตามคิวนี่นา หรือเพราะเค้าไม่รู้? หรือเพราะมาเตรียมตัว

4. สัมภาษณ์
ไม่เคยมาขอที่นี่มาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นการสัมภาษณ์เลย นึกว่าเหมือนสถานทูตอิตาลีหรืออังกฤษ
อ่านตามเว็บเหมือนกัน แต่คิดว่าคงไม่เหมือนสถานทูตอเมริกา แต่จริงๆ คล้ายๆ นะ
เจ้าหน้าที่จัดคิวก็ประกาศว่า คนที่มีคิวระหว่าง 7.30- 7.45น.​เข้าไปได้เลยครับ
ชั้นก็เดินกันเข้าไป เจอเจ้าหน้าที่ด้านในคอยจัดแจงให้นั่งหรือยืน ซึ่งอารมณ์ดีมากและใจดีด้วย
เค้าก็บอกว่า “นั่งรอก่อนนะครับ เดี๋ยวจะเรียกตามคิวนะครับ ถ้าไม่มีที่นั่งก็ยืนสบายๆ กันก่อนนะครับ”
คือ อารมณ์ดี ใจเย็น สบายๆ มากๆ (แล้วช่องยื่นรหัสนี่เป็นอะไร ยังคงนึกอยู่)
ตอนเดินเข้ามา เค้าก็ขอดูหมายเลจในกระดาษที่เจ้าหน้าที่จัดคิวส่งมาให้ แล้วเค้าก็บอกว่า
สัมภาษณ์ช่อง 11 นะครับ คิวแรก ชั้นก็ “ช่อง 11” เหรอคะ
พอดีได้ยินหลายคนได้สัมภาษณ์กับช่องนี้ ก็ตื่นเต้นๆ ได้นั่งรอหน้าช่อง 13 มีคนขนาบสองข้าง
เจ้าหน้าที่ช่องอื่นๆ ยังไม่มา มีม่านปิด แต่เห็นช่อง 11 มาแล้ว ระหว่างรอก็มีคนเดินเข้ามาอีก
เจ้าหน้าที่คนนี้ก็บอกว่า อ้าว เรียงเอกสารผิดนะครับ ต้องเอาหน้าพาสปอร์ตมาไว้อันแรกสุด
ผู้หญิงคนนั้นก็เรียงใหม่ รวมถึงคนข้างๆ ชั้นทั้งสองข้างด้วย ชั้นก็เหวยยย
เค้าไม่ได้ไปเรียงเอกสารตามป้ายแบบชั้นกันเหรอ?? ก็อยากบอกเพื่อนๆ ที่จะไปขอนะคะ
ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่บอก มันจะมีโต๊ะข้างๆ เก้าอี้ที่นั่งรอด้านหน้าก่อนเข้ามาสัมภาษณ์
ตรงโต๊ะที่เหมือนให้เขียนโน่นนี่ มันจะมีป้ายบอกว่าควรเรียงเอกสารยังไง
เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์จะได้ไม่เสียเวลาหรือไม่โดนว่า🙂 และก็จะได้เสร็จไวๆ ด้วยนะ

แล้วการสัมภาษณ์ก็เริ่มขึ้น เจ้าหน้าที่เบอร์ 11 เรียกชื่อชั้น ขอเอกสาร
ชั้นก็ส่งลงในช่อง ห้องสัมภาษณ์จะมีกระจกกั้น พอเข้าไปเจ้าหน้าที่ก็ให้ปิดประตูกระจก
พูดผ่านไมค์สัมภาษณ์ จำได้คร่าวๆ ประมาณนี้

เจ้าหน้าที่: เคยไปยุโรปมาก่อนหรือเปล่า
ชั้น : เคยไปค่ะ อังกฤษ กับอิตาลี
เจ้าหน้าที่: อืม..ควรซีร็อกซ์หน้าวีซ่าแต่ละประเทศที่ได้ไปมาด้วยนะ ใช้ในการตรวจเอกสาร วีซ่าอเมริกาด้วย
ชั้น : อ๋อ ซีร็อกซ์มาแล้วค่ะ เรียงอยู่หลังพาสปอร์ตค่ะ
เจ้าหน้าที่: ไปคนเดียว โสด แต่งงาน?
ชั้น : โสดค่ะ
เจ้าหน้าที่: มีลูกไหม
ชั้น : ไม่มีค่ะ
เจ้าหน้าที่: ทำงานที่ไหน
ชั้น : (บอกชื่อบริษัทไป)
เจ้าหน้าที่: ทำงานมานานหรือยัง
ชั้น : อ๋อ เคยทำที่นี่มาก่อน แล้วเพิ่งกลับมาทำอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่: ทำงานที่นี่มานานหรือยัง
ชั้น : (อืม ตอบไม่ตรงคำถาม 555) 4 เดือนแล้วค่ะ
เจ้าหน้าที่ก็ทำหน้า..เหมือนกับว่า “สี่เดือนเองเหรอ” ตอนนั้นใจหล่นฮวบ ก็ 4 เดือน พ้นโปร เจ้านายอนุญาตให้หยุดแล้วนะ แล้วเจ้าหน้าที่ก็พลิกดูเอกสารไปมา
เจ้าหน้าที่: แล้วจะไปประเทศไหนบ้าง
ชั้น : ไปเยอรมัน สเปน แล้วก็อิตาลีค่ะ
เจ้าหน้าที่: เดินทางยังไง
ชั้น : ระหว่างประเทศก็บิน Ryan Air ค่ะ แนบเเผนการเดินทางและที่พักมาด้วยตามเอกสารค่ะ แต่ไม่ได้ซื้อตั๋วนะคะ ปริ๊นไฟลท์มาให้ดูค่ะ และในเยอรมันก็เดินทางด้วยรถไฟค่ะ ปริ๊นท์มาด้วยค่ะ
เจ้าหน้าที่: แล้วที่พักล่ะ
ชั้น : จองไว้หมดแล้วค่ะ จ่ายแล้ว 10%
เจ้าหน้าที่: จ่ายตลอดทริป
ชั้น : ใช่ค่ะ จ่าย 10% ทุกโรงแรมแล้วค่ะ
เจ้าหน้าที่: จะมารับพาสปอร์ตเองหรือว่าส่งทางไปรษณีย์ครับ
ชั้น : มารับเองค่ะ
แล้วเจ้าหน้าที่ก็พลิกๆ คืนเอกสารที่ไม่ต้องการ นั่นก็คือ พาสปอร์ตตัวจริงสองเล่มแรก นอกนั้นที่เตรียมไปเอาไปครบเลย
เจ้าหน้าที่: เอกสารนี่ให้สถานทูตได้หมดเลยใช่ไหม
ชั้น : ได้หมดเลยค่ะ (เพราะเป็นสำเนาทั้งหมด เจ้าหน้าที่คืนตัวจริงมา และเก็บไว้แต่พาสปอร์ตเล่มล่าสุด)
เจ้าหน้าที่: เดี๋ยวไปถ่ายรูปให้ผมใหม่นะ ที่ด้านหน้า แล้วก็เอามาให้ผมตรงนี้ ถ้ามีคนสัมภาษณ์อยู่ก็รอก่อนนะครับ มารับพาสปอร์ตวันที่ 31 ครับ เรียบร้อยครับ
ชั้น : เสร็จแล้วเหรอคะ ขอบคุณค่ะ

แล้วก็เดินออกมา พร้อมหยิบปากกาของเจ้าหน้าที่ออกมาด้วย 55555
ระหว่างนั้นก็งงๆ (งงตลอด) ว่าตกลง “ได้หรือเปล่า” หรือว่าก็ต้องรอลุ้น
แล้วเอาพาสปอร์ตเราไปทำไม แล้วยังไงต่อ เฮ้ย ยังไม่ได้จ่ายตังค่าวีซ่าเลยนี่หว่า???
พอดีก่อนจะเดินออกไปถ่ายรูปใหม่ ก็ผ่านเคาท์เตอร์เขียนว่า “ชำระค่าวีซ่า” ก็เลยจ่าย
เจ้าหน้าที่ก็แม็คใบรับพาสปอร์ตกับใบเสร็จเข้าด้วยกัน ว่ามารับวีซ่าวันไหน
แล้วก็ฝากเจ้าหน้าที่ตรงนั้นว่า “ขอโทษค่ะ หยิบปากกาเจ้าหน้าที่ออกมาด้วย ฝากคืนนะคะ
ขอไปถ่ายรูปใหม่ก่อน” เค้าก็หัวเราะ บอกว่า “โอเคครับ”​…​
อารมณ์ชื้นขึ้นมาหน่อยมีแต่คนใจดีข้างใน …. แล้วก็ออกไปด้านนอกไปถ่ายรูปใหม่
เห็นมะ เมื่อคืนก่อนหน้าอุตส่าห์กระหืดกระหอบไปถ่ายรูปที่เอ็มโพเรียมแบบฉิวเฉียด
เพราะเจ้าหน้าที่ที่จองคิวทางโทรศัพท์บอกว่าบูธถ่ายรูปของสถานทูตเปิด 8 โมง
นี่อาราย เค้าเปิดแล้วนะ .. ก็เลยไปถ่าย ก็บอกพี่ที่ถ่ายว่า
“สัมภาษณ์แล้ว เจ้าหน้าที่ให้มาถ่ายรูปใหม่ค่ะ”
เค้าก็ถามว่า “สัมภาษณ์ช่องไหนคะ”
ชั้นก็บอกว่า “ช่อง 11 ค่ะ”
แล้วพี่เค้าก็ทำหน้า ที่ชั้นพยายามจะเข้าใจไปเองว่าแปลว่าชั้นได้วีซ่าแน่ๆ 555555
แต่จริงๆ ไม่รู้หรอกว่าพี่เค้าหมายความว่ายังไง ก็ถ่ายรูปใหม่
ปรากฎว่าการถ่ายแบบไบโอเมตริกนี่มันต้องทัดหูด้วยเหรอ????!!!
ในรูปตัวอย่างมีแบบไม่ทัดด้วยนะ แล้วก็ต้องเห็นหน้าแบบเต็มแฉล้มมากๆๆๆๆๆๆๆๆ 5555
ไม่เป็นไร ถ่ายใหม่ 180 บาท 4 รูป แล้วก็บอกเจ้าหน้าที่จัดคิวว่า
“เอารูปไปให้ใหม่ค่ะ” เค้าก็บอกว่า “อ้อ เข้าไปได้เลยครับ”​
พอเข้ามาเจอเจ้าหน้าที่คนที่เราฝากปากกา
เค้าก็บอกว่า “รอก่อนนะ อ้ะ แล้วเอาปากกาไปคืนเอง”​แล้วก็ยิ้ม
ตอนนั้นมีพระรูปนึงอยู่ช่อง 11 ชั้นก็รอจนท่านออกมา
แล้วก็บอกคนอื่นๆ ว่า ขอโทษนะคะ ขอไปยื่นรูปค่ะ
พอเข้าไปยื่นรูป ก็เลยถามว่า “เราจะรู้ผลวีซ่าคือต้องรอวันที่ 31 เลยใช่ไหมคะ”
เค้าก็บอกว่า​”ใช่ครับ” แป่วววว นึกว่าจะแอบบบอกเลย อเมริกาบอกเลย รู้เลย ไม่ต้องลุ้น …
แล้วก็กลับออกมา เป็นอันว่าเสร็จ ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงทั้งหมด
ไปล่วงหน้าครึ่งชั่วโมง จัดการโน่นนี่นั่นอีกครึ่งชั่วโมง เร็วดีนะ …

สรุป การไปขอวีซ่า ถ้าเตรียมเอกสารไปพร้อม อะไรๆ ก็ราบรื่น ง่าย และเร็ว
เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์ก็ตอบไปตามความจริง ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ถามคำถามที่จริงๆ
ชั้นเขียนไปในใบสมัครและมีเอกสารอื่นๆ แล้วแต่เค้าก็ยังถาม พอเราตอบเค้าก็จด
ชั้นรู้สึกเหมือนเป็นกระดาษเอาไว้เช็คว่าเราตอบตรงกับเอกสารขอวีซ่าไหม …
ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เค้าจดทุกคำตอบที่เค้าถามเลยนะ ก็กลับมาลุ้น
แล้วก็ปลอบตัวเองว่าเอกสารเราก็ครบ เอกสารจริง ถูกต้อง มีบริษัท มีงาน มีเงิน
จองอะไรก็แล้ว ทำแผนท่องเที่ยวไว้เรียบร้อยเลยด้วย แต่ที่กลัวก็เพราะคำถามที่ว่า
โสดไหม มีลูกไหม เพราะกลัวจะคิดว่าอายุเยอะ ไปคนเดียว ไม่น่าจริง
เพราะเคยอ่านๆ เจอมีคนอายุเยอะ ไปเที่ยวเองแล้วไม่ได้ไป แต่เราไปจริงๆ นะ
เพราะชั้นเป็นคนชอบเที่ยว ก็คิดว่าถ้าเจ้าหน้าที่ดูพาสปอร์ตทั้งสามเล่มก็จะเห็นว่าไปโน่น
ไปนี่ ไปนั่น คือไปเที่ยว แล้วก็กลับเมืองไทยตลอด อีกคำถามที่กลัวคือ
ทำงานมาแล้วแค่สี่เดือน ก็กลัวว่าน้อยไปหรือเปล่า แต่ว่าหลักฐานก็มีว่าเจ้านายให้ลา
บริษัทก็เซ็นต์รับรอง ก็คิดว่าทุกอย่างเป็นตามจริง ก็หวังว่าจะได้นะคร้า …
ชั้นไปขอวันศุกร์ รู้ผลวันอังคาร ถือว่าเร็วเหมือนกันนะ ….
อ้อ …อีกอย่างนึง นอกจากจะเตรียมเอกสารให้พร้อม
ขอให้เตรียมตัวว่า “อย่า-งง” ด้วย 555
เดี๋ยวจะโดนเจ้าหน้าที่ช่องหนึ่งดุเหมือนชั้น 555🙂
ขอให้ทุกคนได้วีซ่านะ

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 7, 2012.

7 Responses to “วีซ่าเยอรมัน (เชงเก้น) 4. วันขอวีซ่า..ซ่า..ซ่า”

  1. เพิ่งไปขอเมื่อวาน….ยังคิดว่าทำไมนิสัยกับการพูดจาแย่มากกกกที่สุด เหมือนไปกราบขอวีซ่าเลย

    • หือ..เห็นด้วยเลยค่ะ เรื่องมารยาทของเจ้าหน้าที่บางคน ไม่รู้จะทำตัวดุ ข่ม ขู่ พูดจาไม่ดีทำไม การไปขอวีซ่า ทุกคนอยากไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ก็ไปขออย่างถูกกฎหมาย เอาเงินไปจ่ายให้ด้วย และตั้งใจไปเพื่อขอให้ได้ บางคนไม่รู้เรื่อง ก็โดนดุ …​ ทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่ที่ดุ ก็คนประเทศเดียวกันแท้ๆ แต่กลับกระโชกโฮกฮาก ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของประเทศสถานทูตนั้น … เพื่อ??? ถ้าใครไปขอ อย่าไปกลัวเสียงข่มขู่ ถ้าเราเอาของมาไม่ครบ เค้าพูดจาไม่ดี ก็บอกให้เค้าพูดดีๆ คนเหมือนกัน คนไทยเหมือนกัน ทำเหมือนไปขอเข้าประเทศฟรีๆ … อันนี้ขัดใจมากค่ะ ว่าจะดุไปเพื่อตะบักตะบวยอะไร???? แต่ก็ไม่ได้เป็นทุกคนนะคะ ทั้งสถานทูตเห็นมีอยู่คนเดียว เข้าใจว่าเอามาโหดๆ เพื่อกันคนอ้อน เพราะบางคนมาแล้วไม่อยากเสียเที่ยว เอาดุๆ แบบนี้แหละ จะได้ตั้งใจทำกันมาให้ถูกต้อง แต่..สถานทูตอื่นๆ ไม่เห็นจะโหดแบบนี้เลย และเอาเข้าจริงๆ ทำหน้าที่บริการ บริการให้ไปขอวีซ่า แต่ทำไมไม่บริการ จะมาหน้าบึ้ง ทำหน้าเบื่อเซ็ง … เพื่ออะไร ถ้าทำไม่ได้ ทำไมไม่ไปทำอาชีพอื่นที่ใส่อารมณ์ได้ทุกวัน แทนที่จะมาทำงานบริการกับคน??? ของขึ้น 555

  2. จะต้องไปขอวีซ่าก่อนวันเดินทางกี่วันคะ ต้องมีเอกสารอะไรบ้างคะ แจ๋วมีใบเชิญจากแฟนพี่สาวคะ ตอนนี้ไม่มีงานทำคะว่างงาน และสมุดธนาคารก็ไม่ได้ส่งเข้าประมาณสองปีแล้วคะแต่มียอดเงินในบัญชีอยุ่คะแต่ไม่เยอะแจ๋วต้องทำยังไงบ้างเตรียมอะไรบ้างคะรบกวนด้วยนะคะ

  3. ขอบคุณมากค่ะ อีกคำถามนึง เดินทางกลับวันเดียวกับวันหมดอายุของวีซ่าถึงประเทศไทยหลังจากวันหมดอายุจะเปนไรไหมค่ะ หมดอายุวันที่ 1 บินกลับวันที่ 1 21 50 ถึึงไทยวันที่ 2

  4. เคยเจอเหมือนกันค่ะ เจ้าหน้าที่่ ที่อยู่ในกระจก พูดจาได้เลวมาก
    คนไม่เคยไปทำ แทนที่จะแนะนำดีดี มีขู่อีกนะ ว่า ผมเป็นเจ้าหน้าที่ของสถานทูตนะ
    จะกร่างไปใหน

  5. ยอมเสียเงินให้เอเจนซี่ไปหกพันเพราะอยากสะดวกเสียดายมากเอเจนซี่ทำ
    แค่โทรจองคิวกะกรอกข้อมูลในฟอร์มกรอกก้อผิด ไม่ยากอย่างที่คิดแต่ยังลุ้นจะได้ป่าว อ่านแล้วชื่นชมจริงๆเขียนขั้นตอนได้ละเอียดมากเป็นวิทยาทานแก่คนอื่นๆไม่ต้องเสียรู้ให้เอเจนซี่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: