วีซ่าเยอรมัน (เชงเก้น) 2. เอกสารการขอวีซ่า

เอกสารการขอวีซ่า
(ดูการเตรียมตัวก่อนขอที่นี่

ในเว็บของสถานทูตเยอรมัน จะมีคำแนะนำว่าต้องเตรียมตัวและเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

คำแนะนำในการเตรียมขอเอกสารขอวีซ่า
http://www.bangkok.diplo.de/contentblob/3447958/Daten/2095167/SchengenTouristenvisum.pdf

แบบฟอร์มการขอวีซ่า
http://www.bangkok.diplo.de/contentblob/478286/Daten/724674/Schengenvisa_Antrag_downloaddatei.pdf

ซึ่งสิ่งที่เราเตรียมไปขอวีซ่าเชงเก้น ประเภทท่องเที่ยวก็เตรียมไปตามคำแนะนำเด๊ะๆ และบางอย่างที่เพิ่มให้เขาไปด้วย โดยเราเตรียมตัวจริงและสำเนาไปอย่างละชุด ดังนี้

1. พาสปอร์ตตัวจริงและสำเนาหน้าพาสปอร์ต
– แบบยังมีกำหนดก่อนหมดอายุอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป ของชั้นก็ยังเหลืออีกหลายปี
และถ้ามีมาหลายเล่มแล้ว ก็พกเล่มเก่าๆ ทุกเล่ม และซีร็อกซ์หน้าพาสปอร์ตทุกเล่มแนบไปด้วยจะดีมากๆ

2. สำเนาวีซ่าเชงเก้น หรือวีซ่าประเทศอื่นๆ ที่เคยได้รับ เช่น อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น หรืออะไรก็ตามที่โดดเด่น
ที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะกี่ปี ก็ซีร็อกซ์ไปเลย
อันนี้สถานทูตไม่ได้ขอ แต่เราอ่านเจอในเว็บอื่นๆ มีเพื่อนๆ เขาแนะนำว่าควรซีร็อกซ์ไปด้วย
ชั้นก็ซีร็อกซ์หน้าที่มีแสตมป์วีซ่าอเมริกา,​ อังกฤษ และเชงเก้นวีซ่าที่เคยได้จากสถานทูตอิตาลีไปให้เค้าด้วย

3. รูปถ่ายแบบไบโอเมตริก 2 ใบ
อยากรู้ว่ามันไบโอเมตริกยังไง ไปดูได้ในเว็บนี้นะ
http://www.bangkok.diplo.de/contentblob/3431148/Daten/2062571/Fotomustertafeldownloaddatei.pdf
เราอุตส่าห์กระหืดกระหอบไปถ่ายก่อน เพราะฉุกละหุกไม่ทันเตรียมตัว โทรไปถามเจ้าหน้าที่สถานทูต
เค้าบอกว่าไปถ่ายที่สถานทูตไม่ได้เพราะมันเปิด 8 โมง แต่คิวเราคือ 7.30 น.​
เพราะฉะนั้นเตรียมถ่ายมาก่อนเลย เราก็เลยหาร้านในห้างแถวออฟฟิศถ่ายไป
กำหนดก็คือ กว้าง 35 มม. สูง 45 มม. ตามกฎเด๊ะ แต่ปรากฎว่ามันผิดค่า …
เพราะเห็นหน้าเราเล็กไป บ้าไปแล้ว สุดท้ายเลยต้องไปถ่ายที่สถานทูต
ซึ่งก็เปิดตั้งแต่เช้าไม่ใช่ 8 โมงอย่างเจ้าหน้าที่บอกด้วย ถ้าต้องการให้ชัวร์ให้เฟิร์ม ก็ไปถ่ายที่สถานทูตนะ
แต่ถ้าคิดว่าชัวร์แน่ๆ ก็ปริ๊นท์ตัวอย่างจากลิงค์ข้างบนไปให้ร้านถ่ายรูปดูเลยนะคะ
คือ ต้องเห็นหน้าเยอะๆ นะ และทัดหูด้วยสำหรับคนผมยาว
(ชั้นโดนให้ทัดหูตอนไปถ่ายใหม่ที่สถานทูตค่ะ) ราคา 180 บาท ได้มา 4 รูป แต่ใช้จริงแค่ 2 รูปนะคะ

4. แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าเชงเก้น กรอกข้อความครบถ้วน ไม่ต้องมีสำเนา
ดาวน์โหลดได้ที่ลิงค์นี้ http://www.bangkok.diplo.de/contentblob/478286/Daten/724674/Schengenvisa_Antrag_downloaddatei.pdf

Print ออกมาแล้วก็กรอกข้อความเขียนชัดๆ ตัวบรรจงนะ เขาจะได้อ่านออกง่ายๆ 🙂
ตอนชั้นกรอก ชั้นก็มีคำถามเพียบเลย ตามไปดูลิงค์นี้นะ เราเขียนไว้ว่าข้อไหนตอบอะไรบ้าง
เผื่อเตือนตัวเองด้วยถ้าไปขอคราวหน้าจะได้จำได้ว่ามันแปลว่าอะไรจริงๆ 5555 เพราะมีอยู่สองข้อที่งงๆ
และเสิร์ชหาในเว็บก็บอกไม่ค่อยเหมือนกัน ถ้าไม่แน่ใจว่าตอบแบบไหน ไปดูได้นะที่ลิงค์นี้
https://newtampo.wordpress.com/2012/08/05/%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%99-3-%E0%B8%81%E0%B8%B2/

5. หลักฐานประกันสุขภาพและอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง
อันนี้ทำได้ไม่ยากนะคะ เลือกบริษัทตัวแทนประกันภัยที่สถานทูตรับรอง โดยเช็คได้จากลิงค์นี้
http://www.bangkok.diplo.de/contentblob/528222/Daten/2046666/Krankenversicherung.pdf

ชั้นทำกับบริษัท นิวแฮมเชอร์ อินชัวรันส์ ก่อนหน้านี้เช็คเมืองไทยประกันชีวิต
ราคาแพงกว่าทั้งๆ ที่วงเงินคุ้มครองเท่ากัน สถานทูตต้องการวงเงินคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท
แต่ของบริษัทเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่จะมีให้เลือกแบบ 2 ล้าน หรือ 4 ล้าน ชั้นก็ทำแบบ 4 ล้านไปแทน
วันที่ทำประกัน ก็ทำตั้งแต่วันที่ออกเดินทางจนถึงวันกลับ ราคาจะขึ้นอยู่กับประเทศที่ไป, วีซ่าที่ขอ
แล้วก็จำนวนวันเดินทางเพื่อให้คุ้มครองนะคะ ของเราทำ 4 ล้านบาท จำนวน 14 วัน ก็ราคา 1,678 บาท
จำได้ว่า เมื่อห้าปีก่อนขอไปอิตาลี ทำประกันไปวงเงินสามล้าน สำหรับการเดินทาง 10 วัน เสียไม่ถึงพันบาท
ตอนนี้อาจจะราคาขึ้นนะ วิธีการทำก็โทรติดต่อเจ้าหน้าที่บริษัทประกันนั้นๆ เลย บางที่อาจจะต้องเข้าไปทำเองที่บริษัทเขา
บางที่เขาก็จะส่งมาทางอีเมล์​ซึ่งก็ไปขอได้เหมือนกัน แล้วก็โอนเงินจ่ายตัง ไม่ยุ่งยากทั้งสองฝ่าย
แต่ต้องดูดีๆ ระวังโดนหลอกนะ ถ้าจะให้ดีคือโทรเข้าบริษัทไปเลยดีกว่า
แต่ถ้ามีคนรู้จักที่ทำในบริษัทนั้นๆ ก็ฝากเขาทำให้ก็ได้
หลังจากทำเสร็จแล้วก็ปริ๊นท์ออกมาหนึ่งชุด (ของชั้นซีร็อกซ์ไปเผื่ออีกชุดด้วย แต่เขาไม่เอา)

6. หลักฐานการเงินสำหรับการเดินาทงและการพักที่นั่น (ตัวจริงและสำเนา)​
ข้อนี้ก็คือเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับการได้รายรับของเราและบัญชีเงินฝาก เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ดูว่าเรามีเงินเท่าไหร่
และมีเงินเดือนเข้าจริงไหม สม่ำเสมอไหม ว่าง่ายๆ คือ มีเงินพอสำหรับการไปเที่ยวประเทศเค้าในวันเวลาที่กำหนดไปไหม

6.1 สำหรับคนที่ออกค่าใช้จ่ายเอง
ของเราเป็นการขอวีซ่าท่องเที่ยว โดยเราออกค่าใช้จ่ายเองทุกอย่างทั้งตั๋ว ทั้งที่พัก และการเดินทาง
เพราะฉะนั้นเงินที่โชว์ก็จะต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านั้นนะ โดยชั้นเองเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
– หนังสือรับรองเงินเดือนจากบริษัท (ส่วนใหญ่ฝ่ายการเงินจะออกให้ และเซ็นต์รับรองโดยหัวหน้าฝ่ายการเงิน หรือจริงๆ กรรมการบริษัท (Managing Director)เซ็นต์ หรือเจ้าของบริษัทเซ็นต์รับรองก็ได้ แต่ต้องเป็นเอกสารที่ถูกต้องนะ
– สเตทเม้นต์บัญชีเงินฝากย้อนหลัง 3 เดือน (ขอได้ที่ธนาคารของตัวเองขอที่สาขาไหนก็ได้ และอย่าลืมขอเป็นภาษาอังกฤษนะ ส่วนใหญ่จะชุดละ 100 บาท หลังจากขอ ส่วนใหญ่จะต้องรอ 3 วันทำการ ยังไงขอล่วงหน้าไว้ก่อนก็ดี เผื่อผิดพลาดจะได้ขอใหม่ทัน)​
– หนังสือรับรองบัญชีจากธนาคาร (ถ้าจะให้ดีควรขอจากธนาคารที่เป็นสาขาของบัญชี ของชั้นใช้ธนาคารกสิกร แต่ไปขอสาขาสุขุมวิท เพราะมันอยู่ด้านล่างออฟฟิศ ซึ่งจริงๆ บัญชีชั้นอ่ะอยู่อีกสาขานึง ปรากฎว่าในหนังสือรับรอง เขาเขียนว่ารับรองโดยสาขาสุขุมวิท ซึ่งมันอาจจะใช้ได้ แต่มันก็ไม่ถูกต้อง เพราะชั้นไม่ได้ฝากสาขานี้ ธนาคารสาขานี้เขาล็อกชื่อสาขาไว้ เลยไม่สามารถเปลี่ยนชื่อสาขาได้ ทำให้ชั้นต้องเสียเวลาอีกวันไปสาขาของบัญชีที่ยื่นวีซ่าจริงๆ เพื่อให้เขาออกให้ใหม่ หนังสือรับรองบัญชีจากธนาคาร ก็จะเป็นการสรุปข้อมูลในบัญชีล่าสุด ว่าชั้นมีเงินจำนวนเท่าไหร่ และคอนเฟิร์มจากธนาคารว่าชั้นมีเงินเท่านี้จริงๆ เอกสารมีแค่ 1 แผ่น เสียเงิน 100 บาท ไปขอปุ๊บจะรอรับได้เลย)
– สมุดบัญชีเงินฝาก (จริงๆ แล้วถ้ามีสองอันข้างต้น อันนี้ก็ไม่จำเป็นแล้ว แต่ชั้นก็กลัวพลาด 555 เลยเอาไปให้ดูทุกอย่างเลย สมุดบัญชีก็เอาตัวจริงไป แล้วก็ซีร็อกซ์สำเนา 3 เดือนย้อนหลังไปด้วย ถ้ามันเกินจำเป็น เจ้าหน้าที่สถานทูตเค้าจะคืนให้)
– Slip เงินเดือน
อันนี้เราเตรียมไปนะ เตรียมไป 3 เดือนย้อนหลัง ของบริษัทชั้นเค้าออกเป็นแบบ Carbon Slip มันก็ค่อนข้างมั่นคง แต่ว่าสถานทูตเขาไม่ดูเลย คืนกลับมาด้วย แต่ถ้าจะเตรียมกันไปก่อนก็ได้นะ

6.2 สำหรับคนที่มีคนออกค่าใช้จ่ายให้
อันนี้ชั้นไม่เคยทำมาก่อน แต่เท่าที่อ่านเจอคือ ก็ต้องยื่นเอกสารกการเงินของคนที่ออกค่าใช้จ่ายให้แทน
ซึ่งก็น่าจะคล้ายๆ กันกับการยื่นเอง แต่ว่าควรมีจดหมายรับรองของคนๆ นั้นแนบไปด้วย
ว่าเขาเป็นใคร ทำอะไร รู้จักเราได้ยังไง มีรายได้เท่าไหร่
พร้อมพาสปอร์ตและเอกสารทางการเงินของเขา เช่น สเตทเม้นต์ และใบเสียภาษี
ถ้าเขารับรองที่พักด้วยก็ต้องมีเอกสารว่าเขาพักที่นั่นจริงๆ เป็นบ้านเขา หรือเช่า ก็บอกรายละเอียดให้ครบ

7. หลักฐานการยืนยันการจองที่พัก (เราทั้ง print และซีร็อกซ์ไปเผื่อ)
7.1 สำหรับคนที่พักโรงแรม
ชั้นไปพักโรงแรม เพราะว่าไปคนเดียว เดินทางเอง ซึ่งสถานทูตไม่ต้องการให้จ่ายเงินค่าที่พัก
แต่อย่างน้อยๆ ถ้าจองไว้สักคืนนึงก่อน คือจ่ายเงินจริงสักคืนนึงก่อน ก็จะช่วยในการพิจารณาได้เหมือนกันนะ
ตอนขอวีซ่าเชงเก้นที่อิตาลี ชั้นแค่เข้าไปในหน้าจองโรงแรม ว่าจะพักโรงแรมนี้ แล้วก็ปริ๊นท์หน้านั้นออกมา
เจ้าหน้าที่บอกว่า น่าจะจ่ายมาสักคืนนึง แต่ชั้นบอกว่าเพราะไม่แน่ใจว่าจะได้วีซ่าไหมก็เลยไม่ได้ทำเรื่องจ่าย
แต่สุดท้ายก็ได้วีซ่าอิตาลีนะ แต่พอมาปีนนี้ เข้าไปดูในเว็บไซต์แล้ว ถ้าจ่ายแล้วไม่ได้ไปพัก ก็สามารถแคนเซิลได้
ก็เลยจ่ายไปเลย เว็บไซต์ที่ชั้นจองคือ http://www.hostelworld.com
ที่พักในเว็บนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Hostel คือมีทั้งพักแบบหลายๆ เตียงในห้องเดียว
ซึ่งชั้นก็เลือกอันนี้แหละ เพราะว่าประหยัดราคาด้วย แต่ถ้าใครคิดว่าอยากไม่กล้านอนแบบนั้นเพราะกลัวของหาย
หรือต้องไปนอนกับใครไม่รู้ไม่รู้จัก ก็จะเลือกห้องเดี่ยวก็ได้
หรือเข้าไปหาใน http://www.booking.com
เว็บนี้ถ้าเราไปกับเพื่อนก็จะจอง หรือ http://www.agoda.co.th ก็ได้เหมือนกัน

ทริปนี้ ชั้นจ่ายเงินไปก่อนทุกที่พักเลย โดยในเว็บให้จ่ายก่อน 10% จริงๆ ก็สามารถ refund ได้ถ้าต้องการยกเลิก
แต่เท่าที่อ่านคือ hostelworld.com จะไม่คืนเงินให้ แต่จะเก็บเงินที่จ่ายไว้ให้เราเผื่อใช้คราวหน้า
หลังจากจองแล้ว ทางเว็บจะส่งเอกสารคอนเฟิร์มที่พัก พร้อมรายละเอียดในการจ่ายตังของเรามาที่อีเมล์ที่เราระบุไว้
แล้วชั้นก็ print ใบนั้นไปให้สถานทูต ของชั้นพักทั้งหมด 4 โรงแรม ก็ print ไปให้หมดเลยค่ะ

7.2 สำหรับคนที่พักบ้านเพื่อนหรือบ้านแฟน
ข้อนี้ก็ยังไม่เคยทำเหมือนกันนะ แต่ที่อ่านๆ ดูก็คือ แฟนต้องออกจดหมายรับรองให้
ซึ่งเป็นฉบับเดียวกับจดหมายรับรองค่าใช้จ่ายก็ได้ ถ้าเกิดเขาออกค่าใช้จ่ายให้ด้วย
หรือถ้าเป็นเพื่อนกัน เพื่อนไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายให้ แต่ให้ไปพักที่บ้าน
ก็ให้เพื่อนเขียนจดหมายรับรองให้ว่ายินดีให้เราพักบ้าน แนะนำความสัมพันธ์ของเพื่อนกับชั้น
ถ้ามีหลักฐานหรือเอกสารระบุว่าเราเป็นเพื่อนกัน หรือเป็นแฟนกันยังไง
เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองแนบไปด้วยก็จะดีมาก
เช่น เอกสารค่าโทรศัพท์ เอกสารอีเมล์ถึงกัน หรือเอกสารแชท อะไรทำนองนี้
และที่สำคัญก็คือเอกสารว่าเพื่อนหรือแฟนอยู่บ้านนั้นๆ จริงๆ
คือ ข้อนี้คนลำบากเตรียมเอกสารก็จะเป็นเพื่อนหรือแฟนที่เราไปพักด้วยแทนนะ

8. หลักฐานการจองเที่ยวบิน และการเดินทางอื่นๆ
8.1 สำหรับคนไปเที่ยวเอง
เราไปเที่ยวเอง จัดการเองทุกอย่าง สถานทูตอยากเห็นเอกสารการจองตลอดทริป สิ่งที่เราเตรียมให้สถานทูตคือ
– ใบจองตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพ-แฟรงค์เฟิร์ต
ไม่ต้องซื้อตั๋วนะคะ เอาแค่ใบจองก็พอ โดยส่วนใหญ่จะโทรจองกับบริษัททัวร์หรือบริษัทตั๋ว และให้เค้าออกใบจองให้ค่ะ เราก็ print เอกสารนี้ยื่นให้สถานทูตค่ะ
– ใบจองตั๋วเครื่องบินระหว่างการเดินทางในยุโรป
ใครที่ไปประเทศเดียวคือเยอรมัน ก็ยื่นแต่อันข้างบน แต่เราจะไปสเปนและอิตาลีด้วย เราก็เลยเข้าไปที่ http://www.ryanair.com ซึ่งเว็บนี้จะไม่มีการจอง มันเหมือน air asia คือสายการบินราคาประหยัด เลือกแล้วต้องซื้อเลย ชั้นเลยเข้าไปเลือกเที่ยวบิน ซึ่งมันจะโชว์ว่าบินตอนไหนบ้าง ก็เลือกไฟลท์ไป และมันจะมีระบุราคา แต่ยังไม่ต้องจ่ายเงิน เราก็ Print หน้านั้นมา เพื่อให้สถานทูตเห็นว่า เราเข้ามาเลือกแล้ว เเละมีไฟลท์ที่ว่านี่จริงๆ ก็ Print ไปให้เพื่อคอนเฟิร์มว่าบินแบบนี้ค่ะ
– ใบจองตั๋วรถไฟ
พอดีระหว่างที่อยู่ใน Frankfurt เราจะเดินทางไป Dusselfdorf, Cologne และ Haidelburg ด้วย ชั้นก็เลยเข้าไปที่ http://www.bahn.de ซึ่งเป็นเว็บของรถไฟ Local ของเยอรมัน แล้วก็เข้าไปเลือกเที่ยวเดินทาง เหมือนที่ทำกับ Ryan Air เด๊ะ แล้วก็ปริ๊นท์หน้าที่ระบุเวลาเดินทางและมีราคากำกับมาให้สถานทูตค่ะ อันนี้ก็ยังไม่ได้จ่ายตัง แต่แค่ยืนยันให้สถานทูตเห็นว่ามันมีเที่ยวเดินทางนี้จริงๆ เราวางแผนไว้จริงๆ นะ ถ้าใครไม่ได้เดินทางด้วยรถไฟ ก็ไม่ต้องเตรียมไปนะ

ส่วนพวกการเดินทางในเมือง เช่น รถใต้ดิน รถไฟฟ้า หรือรถเมล์ ก็ไม่ได้ระบุไปค่ะ

9. หนังสือรับรองการทำงาน และแบบฟอร์มวันลา (ตัวจริงและสำเนา)
9.1 สำหรับคนที่ทำงานประจำ เป็นลูกจ้าง

– หนังสือรับรองการทำงาน
เราเป็นลูกจ้าง 🙂 บริษัทโฆษณา จดหมายนี้จริงๆ แล้ว มันคือจดหมายฉบับเดียวกับจดหมายรับรองเงินเดือนในข้อ 6 ก็ได้
เพราะจะต้องระบุตำแหน่งของคุณ จำนวนปีที่ทำงานของคุณ และเงินเดือนของคุณ บริษัทเรา เขามีฟอร์มของเขาคือไม่ได้ระบุจำนวนปี
แต่แค่บอกว่าเริ่มงานตั้งแต่เมื่อไหร่ และเงินเดือนก็เขียนเป็นแบบรายปี ไม่ได้บอกว่าเราเงินเดือนเท่าไหร่ แต่เราก็เอาฉบับนี้แหละยื่น
เซ็นต์รับรองโดยบริษัท (อาจเป็นฝ่ายการเงิน, หัวหน้างาน หรือเจ้าของบริษัทเซ็นต์ อันนี้ก็แล้วแต่บริษัทนั้นๆ)
ของชั้นฝ่ายการเงินจะเป็นคนรับรองการทำงาน แต่ชั้นก็ขอให้ฝ่ายบุคคลออกจดหมายให้อีกฉบับเพื่อรับรองด้วย
โดยเนื้อหาในจดหมายจะระบุว่า บริษัทรับรองว่า “คุณ” ทำงาน “ตำแหน่งนี้” เริ่มงานเมื่อไหร่ ได้เงินเดือนเท่าไหร่
และจะลาไปเที่ยวตั้งแต่วันนี้ ถึงวันนี้ และจะกลับมาทำงานต่อหลังจากจบทริป
(ประโยคนี้สำคัญนะ ควรระบุด้วยว่าคุณกลับมาทำงานต่อ กลับเมืองไทยแน่นอน)​ แล้วก็ลงชื่อผู้รับรอง

เวลาพิมพ์อย่าลืมพิมพ์ใส่หัวกระดาษบริษัทนะคะ เพื่อยืนยันว่าบริษัทมั่นคง มีจริง
และก็มีเบอร์โทรติดต่อของบริษัท เผื่อสถานทูตโทรเช็คจะได้รู้ว่าบริษัทชั้นมีตัวตน และชั้นก็ทำงานที่นี่จริงๆ นะ

– แบบฟอร์มวันลา
ที่บริษัทต่างๆ ส่วนใหญ่จะมีฟอร์มวันลา ที่เขียนว่า ลาอะไร ลาไปไหน ไปกี่วัน
กลับมาทำงานเมื่อไหร่ วันลาทั้งปีมีกี่วัน ใช้ไปแล้วกี่วัน ซึ่งอันนี้ ปกติก็จะมีหัวหน้าฝ่ายเซ็นต์
และก็ฝ่ายบุคคลเซ็นต์รับรอง

9.2 สำหรับคนที่เป็นเจ้าของบริษัทหรือทำอาชีพอิสระ
หนังสือรับรองก็คงต้องเขียนรับรองตัวเอง (หรือเปล่า) และก็น่าจะมีเอกสารการเป็นเจ้าของบริษัทนะ
แต่เพื่อนชั้นโทรถามเอเจนท์ เพราะมันเป็นเจ้าของบริษัท ว่าต้องแปลเอกสารว่าเราเป็นเจ้าของบริษัทจริงๆ ไหม
เอเจนท์บอกว่าไม่ต้องแปล เพราะว่าเป็นวีซ่าท่องเที่ยว แต่ก็แล้วแต่กรณีนะ ยังไงก็เผื่อไว้เนอะ รวมถึงแบบฟอร์มวันลาค่ะ

10. หลักฐานอื่นๆ ที่แสดงว่า ชั้นมีบ้านอยู่เมืองไทย ชั้นกลับเมืองไทยแน่ๆๆๆๆ
ตามเว็บสถานทูตบอกว่า เตรียมของต่อไปนี้ เช่น
– สำเนาทะเบียนบ้าน (เราเอาตัวจริงไปด้วย และสำเนาด้วย)​
– หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (กรณีประกอบอาชีพอิสระหรือเป็นเจ้าของธุรกิจ) – อันนี้เหมือนที่บอกไว้ในข้อ 9.2 นะ
– โฉนดที่ดิน (ถ้าเป็นเจ้าบ้านก็เอาไปด้วยนะ แต่ตอนเราไปขอวีซ่าอังกฤษ เราเอาไป แต่ไม่ได้แปล ก็ยื่นแบบตัวจริงและสำเนาไปเลยเป็นภาษาไทย)
– สัญญาเช่าบ้าน (เราก็มีเช่าบ้านอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้ยื่นตัวนี้ล่ะ แต่ถ้าใครเช่าบ้าน จะยื่นก็ได้นะ)
– ใบทะเบียนสมรส (เรายังไม่แต่ง ก็เลยไม่มี)
– สูติบัตรของลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (กรณีที่ลูกไปขอวีซ่า แต่เราไ่ม่มีลูก ก็ไม่มีให้ยื่น 55)

11. จดหมายแนะนำตัวเอง
อันนี้นอกเหนือจากที่สถานทูตขอมา แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ควรจะมี แต่บางคนบอกว่าเค้าไม่อ่าน
แต่ชั้นอ่ะ ตั้งแต่ไปขอวีซ่ามากี่ที่ๆ ก็จะเขียนแนะนำตัวเองประกอบไปด้วยเสมอ
ความยาวไม่เกิน 1 หน้า A4 นะ เขียนเยอะๆ เขาก็คงไม่อ่านจริงๆ น่ะแหละ
11.1 สำหรับคนที่ไปเที่ยวเอง (อย่างชั้น)
เนื้อหาในจดหมายของชั้นมีดังนี้
– แนะนำตัว ชื่อ นามสกุล
– ทำงานที่ไหน ตำแหน่งอะไร เงินเดือนเท่าไหร่
– เขียนจดหมายมาเพื่อขอวีซ่าท่องเที่ยว เชงเก้น ไปเที่ยวคนเดียว จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง และจะบินถึงประเทศไหนก่อนและอยู่ประเทศไหนนานสุด ตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ และจะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ สายการบินอะไร
– เหตุผลที่ต้องการไปเที่ยวประเทศต่างๆ ตามระบุข้างบน ของเราเราก็เขียนว่าเราอยากไปดูอะไรบ้าง เพราะไม่ได้ไปยุโรปมาเกือบห้าปีแล้ว
– ระบุว่าเราออกค่าใช้จ่ายเองทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่ากินอยู่ โดยให้ดูรายละเอียดตามเอกสารแนบ (ซึ่งเอกสารแนบก็คือพวกจม.รับรองเงินเดือนและเอกสารอื่นๆ ตั้งแต่ข้อ 1-10)
– ระบุว่าหลังจบทริปเรากลับมาเมืองไทยแน่นอน และขอบคุณที่ให้วีซ่านะคะ
– ลายเซ็นต์
11.2 สำหรับคนที่มีคนออกค่าใช้จ่ายให้ เนื้อหาในจดหมายควรจะมีว่า
– แนะนำตัว ชื่อ นามสกุล
– ทำงานที่ไหน ตำแหน่งอะไร เงินเดือนเท่าไหร่
– เขียนจดหมายมาเพื่อขอวีซ่าท่องเที่ยว เชงเก้น จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง และจะบินถึงประเทศไหนก่อนและอยู่ประเทศไหนนานสุด ตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ และจะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ สายการบินอะไร
– เหตุผลที่ต้องการไปเที่ยวประเทศต่างๆ ตามระบุข้างบน ถ้าต้องการไปเยี่ยมแฟน ก็ต้องระบุว่าแฟนชื่ออะไร ทำงานอะไร รู้จักกันมานานแค่ไหน รู้จักกันได้ยังไง พร้อมให้ดูเอกสารประกอบ (ซึ่งก็คือเอกสารที่เราเตรียมไปว่าคุณกับแฟนรู้จักกันยังไง เมื่อไหร่ ติดต่อกันทางไหน เช่น พวกอีเมล์, บิลค่าโทรศัพท์ และอื่นๆ)
– ถ้าแฟนออกค่าใช้จ่ายให้ ก็บอกว่าเค้าออกค่าใช้จ่ายอะไรให้บ้างโดยให้ดูรายละเอียดตามเอกสารแนบ (ซึ่งเอกสารแนบก็คือพวกจดหมายแนะนำตัวของแฟน เอกสารการเงินและที่อยู่อาศัยของแฟน เป็นต้น)
– ระบุว่าหลังจบทริปเรากลับมาเมืองไทยแน่นอน และขอบคุณที่ให้วีซ่านะคะ
– ลายเซ็นต์

12. แผนการท่องเที่ยว
อันนี้เราว่าไม่ว่าจะไปเที่ยวเองคนเดียว ไปเที่ยวกับเพื่อน หรือไปกับแฟน ก็ควรทำนะ
สถานทูตเขาไม่ได้ขอ แต่เห็นเพื่อนๆ คนอื่นๆ ก็ทำกัน ชั้นก็เลยทำบ้าง ก็แนะนำว่าน่าจะทำ
นอกจากจะเอาไว้ขอวีซ่า ยังช่วยเราแพลนทริปล่วงหน้าคร่าวๆ ได้ด้วย
ของชั้นทำใน Word file มีรายละเอียดเป็นวันๆ ทำเป็นตารางไปเลยให้เห็นชัดๆ ตารางชั้นก็มีรายละเอียดแบบนี้
– วันที่
– สถานที่ และประเทศ (เช่น ไปโรม (อิตาลี) จะไปดูอะไรในโรม ก็ใส่ไปเลย เช่น น้ำพุเทรวี่ โคลอสเซี่ยม)
– ที่พัก (คืนนั้นพักที่ไหน ก็ใส่ชื่อโรงแรม เว็บไซต์ และเบอร์โทรศัพท์ของเว็บไซต์)​
– การเดินทาง (เดินทางด้วยอะไร เช่น รถไฟ ก็ใส่ลิงค์จองรถไฟ, เครื่องบิน ก็ใส่ลิงค์ไฟล์เครื่องบิน หรือรถใต้ดิน รถไฟฟ้า ก็ระบุไปว่าเดินทางด้วยอะไร)

อย่าลืม ถ้าเป็นไปได้ก็เอาไปทั้งตัวจริงและสำเนา แล้วใช้คลิปหนีบกระดาษตัวใหญ่ๆ หนีบไว้ จัดเอกสารไว้เป็นชุดๆ
(ที่สถานทูตจะมีบอกอีกทีว่าควรเรียงเอกสารแบบไหน แต่เราจำไม่ได้ล่ะ) จำได้แค่ว่าเรียงสำเนาพาสปอร์ตไว้หน้าสุด
ของชั้นมีพาสปอร์ตสามเล่ม และวีซ่าเชงเก้น วีซ่าอเมริกา วีซ่าอังกฤษที่เคยได้
ก็เลยซีร็อกซ์และเรียงต่อๆ กันอยู่ในเซ็ทพาสปอร์ตเลย

เยอะเหมือนกันนะนั่น เผลอๆ เยอะเกินจำเป็น 555 ยังไงก็ขอให้เอาไปให้ครบๆ ก่อนดีกว่า
ตอนเตรียมก็ใจตุ๋มๆ ต่อมๆ ว่าชั้นจะได้วีซ่าไหม เพื่อนๆ หลายคนก็บอกว่าได้แหละ
งานประจำก็มี เงินเดือนก็ไม่แย่ ลางานก็ถูกต้อง จดหมายรับรองก็มาจากบริษัท
แต่ที่กลัวคือ เค้าจะคิดว่าทำไมชั้นไปเที่ยวคนเดียวไหม อายุเยอะแล้ว คือกลัวไปสารพัด
กลัวเค้าจะคิดว่าหนีประเทศไทยไปต่างประเทศ ป่าวววว ช้านอยากไปเที่ยววววววว
ซึ่งจริงๆ แล้ว “ทำไมวะ อายุเยอะไปเที่ยวคนเดียวไม่ได้หรือไง เงินก็มี” จริงไหม
พอดีดันเคยได้ยินกรณีที่ว่า มีผู้หญิง อายุมาก เงินในบัญชีเยอะมาก
แต่ไม่ได้วีซ่าเพราะเค้ากลัวว่าไปแล้วไม่กลับ แต่มาคิดอีกที คนๆ นั้นอาจจะไม่มีงานทำที่เมืองไทย
คือรวย แบบไม่ต้องทำงาน และไม่มีหลักฐานว่าทำอะไรในไทย ก็เลยไม่ได้ก็ได้
แต่เรามีหลักฐาน เรามีงาน ซึ่งถ้าเอาจริงๆ เผลอๆ เงินเดือนยังเยอะกว่าคนเยอรมันที่นั่นซะอีก 😛
แล้วจะกลัวอะไร???? … คือคิดแบบนั้นได้สองนาทีก็มากังวลอีกว่า จะได้ไหมวะ 555
กว่าจะถึงวันไปขอนะ ลุ้นสุดๆ เพราะไม่อยากเสียประวัติการขอวีซ่าเลยให้ตายสิ

อ้อ..แล้วอย่าลืมนะ เอกสารทุกอย่างจะต้องเป็นข้อมูลจริงๆ เคยได้ยินมาว่า มีคนเคยหลอกเรื่องที่ทำงาน
เพราะเค้าไม่มีงานทำเป็นงานประจำ เค้าทำอาชีพอิสระ แต่เค้าบอกว่าทำงานที่ร้านๆ นึง
ปรากฎว่าทางสถานทูตโทรไปที่ร้านนั้นเพื่อเช็คข้อมูล แล้วร้านบอกว่าไม่มีคนๆ นี้
คนนี้เลยโดน blacklist 10 ปี ไม่ให้มาขอวีซ่าอีกค่ะ (อันนี้ถ้าจำไม่ผิดเป็นวีซ่าอังกฤษ)
ก็ถ้ายังไง ก็อย่าหลอกสถานทูตเนอะ คือทำงานประจำ ก็ขอเอกสารจากออฟฟิศตัวเอง
หรือทำอาชีพอิสระ ก็บอกไปเลยว่าทำอาชีพอิสระ และยื่นเอกสารการเงินประกอบ
เพราะเดี๋ยวนี้ คนทำอาชีพอิสระเยอะแยะที่มีเงินเยอะมากกว่าทำงานประจำอย่างเราซะอีก 🙂
ไม่ต้องกังวล ถ้าเอกสารครบ ถูกต้อง รับรองได้ไปชัวร์

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 5, 2012.

16 Responses to “วีซ่าเยอรมัน (เชงเก้น) 2. เอกสารการขอวีซ่า”

  1. เก่งจังไปคนเดียว ก้อกำลังจะไปขอเหมือนกัน ก้ออีกนานเลยเดือนมีนาคมนะ จะเดือนทางเมษายน ก้อเตรียมเอกสารอยู่ กลัวเหมือนกัน ปอดๆ แต่ก้อขอบคุณค่ะที่เขียนแนะนำดีมาก คงอยู่ว่าจะเขียนจดหมานแนะนำตัวอย่างัยดี เจอแล้วตอนนี้นะ

  2. พี่คับไม่ทราบว่า เอกสารไหนบ้าง นอกเหนือจากแบบฟรอมขอวีซ่าที่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ

  3. มีแพลนที่จะไปเยอรมันเหมือนกันค่ะ ประมาณปีหน้า ตอนนี้ทำงานอยู่ที่คลินิกเสริมความงามเงินเดือนประมาณ15000บาทเป็นอย่างน้อย แต่เราไม่ได้เป็นคนออกค่าใช้จ่ายเองนะคะ พอดีรู้จักรักใคร่กับสองสามีชาวเยอรมันซึ่งรักเราเหมือนลูกสาว รู้จักกันมาเกือบ4ปีแล้วค่ะ เเล้วเจอกันครั้งล่าสุดที่พัทยาค่ะ เมื่อ 3 วันที่แล้ว ทีนี้ท่านทั้ง2ก็เลยบอกว่าอยากให้เราไปเที่ยวที่เยอรมัน ท่านจะออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้เราเอง แล้วก็ให้ไปพักที่บ้านของท่านค่ะ แต่ว่าเรากังวลเรื่องกาลขอวีซ่าค่ะ เพราะเราไม่เคยไปต่างประเทศมาก่อน ใครมีประสบการณ์คล้ายๆกันช่วยแนะนำด้วยนะคะ

  4. ไม่ทราบว่าบริษัททัวร์ชื่อบริษัทอะไรคะ และขอเบอร์โทรได้มั้ยคะ ^^

  5. ข้อมูลมีประโยชน์มากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่มาแบ่งปัน กำลังจะไปขอวีซ่าเยอรมันพอดีเลย จะเดินทางเดือนสิงหาค่ะ กังวลเรื่องรูปถ่าย ได้คิวตอน 8โมงเช้า เจ้าหน้าที่ก็บอกเหมือนกันว่าที่ถ่านรูปในสถานทูตเิปิด 8โมง กลัวกระชั้นชิดเกินไป คงต้องไปถ่ายจากร้านข้างนอกล่วงหน้า แถมเพื่อนที่จะไปด้วยก็กังวลที่เขาไม่ได้ทำงานประจำ แต่คิดว่าถ้าเตรียมเอกสารได้ตามที่คุณแนะนำน่าจะได้นะคะ

    • เราได้คิว 7.30 น. รูปถ่ายผ่านด่านแรก แต่พอตอนเข้าไปขอวีซ่า เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์ให้มาถ่ายใหม่ ซึ่งยังไม่แปดโมงก็เปิดแล้ว แต่ถ้าจะให้ดี ถ่ายไปก่อนดีกว่าค่ะ เอาใหญ่ๆไว้ก่อนนะ

      • ขอบคุณค่ะ ไปถ่ายจากข้างนอกมา ก็โอเคค่ะ ร้านส่วนใหญ่จะทราบพอเราบอกว่าจะถ่ายรูปทำวีซ่า ค่อยยังชั่ว ตอนไปถึงร้านก็เปิดแล้วจริงๆ แต่ถ้าไปขอช่วงคนเยอะ ถ่ายไปก่อนก็น่าจะดีกว่า … ตอนนี้ได้วีซ่าแล้วค่ะ …

  6. ขอเพิ่มเติมนะคะ ตอนเตรียมเอกสาร เราเตรียมตามลิงค์คำแนะนำของเว็ปไซต์สถานทูตเลย ปรากฎโดนดุ เพราะไม่เรียงเอกสารตามข้อความที่อยู่ที่สถานทูต เช่น ในเว็ปไซต์ เอกสารประกันเดินทางอยู่ก่อนหลักฐานการเงิน ที่ประกาศที่อยู่ที่สถานทูตเขาให้ไว้เป็นแผ่นสุดท้ายค่ะ ยังไงเพื่อนๆลองเช็คดูที่สถานทูตอีกครั้งนะคะ จริงๆ ไม่ซีเรียส แต่ก็โดนดุค่ะ

  7. แล้วเอกสารส่วนตัวของเรานี่ รับรองสำเนาถูกต้องแบบไหนคะ เซนต์ปกติแบบที่เราใช้ทั่วไปหรือว่าต้องเป็นแนวตราประทับของทางสถานทูตเยอรมัน พวกสำเนาเอกสารพาสปอต์ต บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน … อื่นๆ

  8. เอกสารต้องแปลมั้ยคะ

  9. พี่ค่ะเอกสารที่ดินเป็นใบส.ป.กได้มั้ยพี่เพราะทำเกษตรหลักฐานทางบัญชีธนาคารธ.ก.สได้มั้ยแล้วใช้หลักฐานการเป็นหนี้ยื่นได้มั้ยค่ะ

  10. จะไปขอวีซ่าเยอรมันกลัวไม่ผ่านจังเลยค่ะ

    • จะไปเยี่ยมแฟนที่เยอรมันค่ะแต่ดิฉันไม่ได้ทำงานแต่แฟนออกค่าใช้จ่ายให้จะเป็นไรหรือป่าวค่ะ

  11. ต้องการที่จะทำวีซ่าไม่รู้ว่าจะทำยังไงบางต้องใช้อะไรบางผมมีแฟนอยู่ เยอรมันเค้าให้ผมไปที่สถานทูตเยอรมันนี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: