October : status update

บล็อกช่วยจำ …
อัพเดท 29-10-10

โรค
ม่านตาอักเสบ

อาการ
มองไม่เห็นอะไรชัดนัก เพราะฤทธิ์ยาที่ต้องดร็อปใส่ตาวันละสองครั้ง ฤทธิ์ยาวครั้งละ 4 ชั่วโมง และเพิ่มยาหยอดตาทุกชั่วโมง เพื่อช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น ตาพร่าเหมือนคนสายตาสั้นมาก ที่มองอะไรแทบไม่เห็น ตอนนี้หน้าใกล้จอมาก แต่พิมพ์นานไม่ได้ เพราะจะปวดตา บางครั้งมีอาการปวดเบ้าตา ร้าวไปถึงขมับ เจ็บหู

สาเหตุ
หลากหลาย หมอกำลังเช็คเพาะเชื้อ เพราะหลังจากให้ยามาเกือบหนึ่งอาทิตย์ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น กำลังหาสาเหตุ เพราะมันไม่ได้มาเดี่ยวๆ แน่ๆ เจาะเลือดไปตรวจประมาณห้าโรคที่คาดว่าจะใช่

โรค
หูอื้อ มีเสียงวิ้งๆ อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

อาการ
หลังจากได้ยามาหลากหลาย ทั้งฉีด กิน หยอด ป้าย เมื่อสองวันที่แล้ว เกิดอาการหูอื้อ มีเสียงดังในหูตลอดเวลา อะไรกันเนี่ย! ไอ้นั่นยังไม่ดี ไอ้นี่ก็มาเพิ่ม จะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ ทำไมมันเยอะแบบนี้ รับไม่ทันแล้ว

สาเหตุ
ไม่เกี่ยวกับการได้รับยาทางตามาเกินไป แต่หมอบอกว่าน่าจะเกิดจาก “โรค” โรคหนึ่ง ที่ส่งผลให้ม่านตาอักเสบ และประสาทหูเสื่อม!!! ได้ไปทำการตรวจหูมา เพราะไม่อยากได้ยินไอ้เสียงวิ้งๆๆๆๆ นี่อีกแล้ว แต่หมอหูบอกว่า อาการเหล่านี้ไม่ได้มาเดี่ยวๆ เพราะถ้าเดี่ยวๆ มันจะตาแดงข้างเดียว หูอื้อข้างเดียว แต่ถ้ามันมาสองข้างแบบนี้ แปลว่ามันมี “สาเหตุ” ที่น่าสะพรึงกลัว หมอหูให้ชื่อโรคมาหนึ่งชื่อ คือ Cogan’s Syndrome ซึ่งเป็นโรคที่ไม่ได้พบกันในคนไทย!!!! หมอหูเองก็ไม่เคยเจอ แต่คิดว่าชั้นเป็น (ตอนแรกก็เหวอๆ แต่พอสุดท้าย ไปปรึกษากับหมอตา ทำให้รู้ว่า ถ้าเป็น Cogan’s กระจกตาต้องเสีย แต่นี่กระจกตาของชั้นปกติ ก็คือไม่ใช่ Cogan’s) แต่ก็ยังหาสาเหตุไม่เจอว่ามันคืออะไรกันแน่

โรค
ไข้หวัดเย็น Cold flu

อาการ
หนาวสั่นตลอดเวลา หนาวกว่าที่คนอื่นหนาว ขนาดอยู่ในที่แดดร้อน ไม่เปิดพัดลม ก็ยังหนาว และตัวสั่น มือสั่น ข้างในร่างกายเย็นวาบๆ ปวดหัวตุ๊บๆ เหมือนโดนบีบ แต่วัดอุณหภูมิแล้วไม่ตัวร้อน คลื่นไส้ทั้งวัน กินข้าวไม่ลง ดื่มน้ำแล้วจะอ้วก ปวด ระบม ไม่มีสมาธิ และเกือบช็อค

สาเหตุ
อาการข้างเคียงจากโรคที่เป็น

โรค
ซีสต์อักเสบ

อาการ
บวม แดง ไม่มีหนองสดๆ แต่เป็นไตๆ เจอเปลือกซีสต์ ค่อยๆ คีบออกมาทีละน้อย เวลาเจอ รักษาโดยตอนนี้แผลผ่าตัดเพื่อระบายความบวม เริ่มระบายได้ดี บวมน้อยลง แผลเริ่มตื้นขึ้น แต่เมื่อมันปิดสนิท จะต้องผ่าเพื่อเอาซีสต์ออกอีกรอบ

สาเหตุ
ต่อมไขมันอุดตัน และเเบคทีเรียเข้าไป ทำให้อักเสบ แต่หมอเองก็บอกว่า ซีสต์มันมี แต่ไอ้ที่บวม เนื้อตาย มันอาจจะเป็นอย่างอื่น เช่น ก้อนไขมันที่บวมตาย ตอนนี้มีการเจาะเลือดไปตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม รอผล

หมายเหตุ : อาการนี้ ต้องดูอีกระยะ เผื่อว่าอัลตร้าซาวด์คราวหน้า จะได้ผลต่างออกไป

โรค
ปวดและชาฝ่าเท้าและมือ

อาการ
อยู่ดีๆ ฝ่าเท้าสองข้างก็ปวดเหมือนเป็นเหน็บที่เจ็บจี๊ดๆ แต่ปวดกว่า เดินไม่ได้ เดินแล้วเจ็บ แล้วเริ่มลามมาที่มือ ฝ่ามือเจ็บมาก ใช้เวลาเป็นวันถึงหาย

สาเหตุ
ตอนแรกไม่แน่ใจ แต่พอวันที่สองเป็นเหมือนเดิมอีก เลยรู้ว่ามาจาก Antibiotic ที่หมอให้กินเพื่อรักษาขา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้กินมา 2 สัปดาห์ไม่เป็นไร แต่พอสัปดาห์ที่ 3 เป็นเลย หมอเลยบอกว่าให้หยุดกินได้ โทรถามเภสัชตอนแรกว่าเป็นเพราะยาหรือเปล่า เภสัชบอก ไม่มีในตำรานะคะ อืม ชั้นเลยเปิดตำรากูเกิล ปรากฎว่าทั้งไทยและอังกฤษ มีคนที่กิน CRAVIT นานๆ แล้วมีอาการเหมือนชั้น เลยโทรไปหาเภสัชอีกรอบว่ามีคนเค้าเป็นกัน ปรากฎเป็นเภสัชอีกคนรับสาย ก็บอกเหมือนกันว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นมีน้อยมากๆ ทำให้เภสัชคนแรกคงไม่คิดว่ายาเป็นต้นเหตุ และน้อยมากๆ คือ 0.1% ชั้นเลยบอกว่า ซึ่งชั้นก็อาจจะเป็นไอ้ 0.1% ใช้ไหม เค้าก็บอกว่า “ใช่” อ้าว ถ้างั้นทำไมคนแรกไม่บอกล่ะ ต่อให้น้อยแค่ไหน แต่คนมันก็มีโอกาสเป็นใช่ไหม มากั๊กๆ ทำไม คนป่วยนะเว้ย รู้อะไรก็บอกให้หมด โมโหเภสัชคนแรกมากๆ ไม่รู้บอกไม่รู้ ไม่ใช่ไม่รู้บอกว่าไม่เกี่ยว เลยบอกเภสัชคนที่สองว่า เค้าบอกว่าในตำราไม่มี ถ้าไม่มีและไม่เคยรู้ รบกวนฝากบอกเภสัชคนแรกว่าช่วยบันทึกไว้ด้วยว่ามีคนเค้าเป็นกัน และอย่าดูแต่ตำรา เสิร์ชหาข้อมูลเยอะๆ บ้าง ชั้นเป็นคนธรรมดา ยังหากรณีคนเป็นเจอเลย ทำไมเค้าหาไม่เจอ จ่ายยามาได้ไง ถ้าเป็นอัมพาตจะมาเลี้ยงดูชั้นไหม!

หมายเหตุ : บอกหมอแล้ว หมอให้หยุดกินเลย พอหยุดกินก็ไม่ปวดแล้ว

โรค
ความดันต่ำ/โรควูบ

อาการ
ตัวเย็นเฉียบ เพลีย และก็วูบลงไปเฉยๆ ประมาณเกือบหนึ่งนาที อันตรายคือ ถ้าล้มไปโดนของแข็ง อาจเกิดอุบัติเหตุที่แย่กับสมอง ร่างกายส่วนต่างๆ ได้ เช่น ที่เคยเจอคือเบ้าตาช้ำเหมือนโดนต่อย

สาเหตุ
ความดันต่ำ จริงๆ เกิดจากพักผ่อนน้อย แต่ตอนนี้พักเยอะมากแล้ว นอนเกินสิบชั่วโมงทุกวัน แต่ก็ยังมีอาการออกมาเวลาที่เพลียจากโรคอื่นๆ ไปเช็คจะมีไข้ และความดันต่ำมากๆ ทุกวัน

โรค
Autoimmune หรือภาษาไทยคือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง

อาการ
อาการที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้านบน น่าจะมาจากสาเหตุของโรคแพ้ภูมิตัวเอง อันนี้หลังจากที่เป็นนั่นเป็นนี่เป็นโน่นมาจนจะครบทั้งส่วนหัว ทำให้หมอเริ่มวิเคราะห์หาสาเหตุแบบจริงจัง ตอนแรกหาหมอทีละส่วน จนหมอตาบอกว่าต้องไปเจอหมออายุรกรรม เพราะการที่ตาอักเสบสองข้างแบบนี้ แปลว่ามีโรคอื่นเข้ามาร่วมด้วยแล้ว ไม่ได้มาของมันอย่างเดียว ก็เลยไปหาหมออายุรกรรม

สาเหตุ
หมออายุรกรรมผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อรูมาติสซึ่ม คือหมอที่จะดูแลเราตั้งแต่หัวจรดเท้า หมอเห็นอาการ และดูผลการวินิจฉัยตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน หมอบอกว่าชั้นน่าจะเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง แต่ชื่อนี้ มันเป็นชื่อโรคใหญ่ เหมือนเป็น Umbrella เวลาคิดงานครีเอทีฟ ส่วนย่อยๆ ภายใต้ร่มของมัน มีอีกร้อยพันโรค ซึ่งหมอต้องหาทางหาให้ได้ว่าชั้นแพ้ภูมิตัวเองแบบไหน หมอก็เลยจับตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุมากมาย ตั้งแต่ SLE, รูมาตอยด์, Panniculitis และอีกหลากหลายของอาการที่น่าจะเป็น Autoimmune
และต้องเป็น Autoimmune ในแบบที่ชั้นเป็นด้วยคือ หูบกพร่อง ตาบกพร่อง แถมมีก้อนไขมันอักเสบที่ขา … เอาละสิ ชั้นโดนเจาะเลือดจนอ่วมในแต่ละวัน เพื่อตรวจหาสาเหตุ อืม .. ไม่ใช่หนูทดลอง แต่ละโรคที่หมอพูดมาทำเอาสมองมึน เพราะชื่อมันช่างยากต่อการเข้าใจ และสุดท้ายหมอได้ลิสต์มาสองชื่อ และบอกว่ามันคือความผิดปกติของกระดูกเชิงกราน (หนึ่งอัน) และกระดูกอ่อน (อีกหนึ่งอัน) ซึ่งหมอเองยังรอผลเลือด ที่จะรู้อาทิตย์หน้าว่าจะใช่หรือไม่ ปัจจุบันให้กินยากดภูมิต้านทานไว้ก่อน เพราะภูมิต้านทานของชั้นมันทำหน้าที่ดีเกินไป มันดันไปทำร้ายร่างกายชั้นเอง มันจำผิด มันสับสน ทำให้ชั้นเกิดอาการแบบนี้ และโรคที่หมอสงสัย … ก็เป็นโรคหนึ่งในล้านซะด้วย!!!

ไม่รู้เหมือนกัน ชั้นก็ไม่ใช่หมอ จะไปเถียงก็ไม่ได้ แต่ที่น่าสงสัยคือ ถ้าหมอคนนึง รู้จักอยู่ห้าโรค และอาการของชั้นก็ไปเข้าข่ายไอ้ห้าโรคนั้น หมอก็คงวินิจฉัยว่าชั้นเป็นหนึ่งในห้าโรคนั้น แต่ถ้าไปหาหมออีกคนนึง แล้วหมออีกคนรู้จักอีกห้าโรคที่ต่างกัน อาการของชั้นก็คงถูกวินิจฉัยไปในอีกห้าโรคที่ต่างกันที่หมออีกคนรู้จัก … ใช่หรือไม่????? แม้แต่ในโลกของหมอ ยังมีถูก มีผิด ชั้นเองก็ไม่รู้ว่าที่กำลังรักษาอยู่นี่มันใช่หรือเปล่า และชั้นเองอยู่ดีๆ ก็มาแพ้ภูมิตัวเองซะงั้นหรือเปล่า แล้วเกี่ยวอะไรกับกระดูกเชิงกราน แล้วเกี่ยวอะไรกับกระดูกอ่อน แล้วหูที่มีเสียงวิ้งๆ นี่มันจะหายไปไหม แล้วโรคที่ชั้นเป็นมันหนึ่งในล้านจริงๆ เหรอ?!!! หรือมันแค่อาการต่างๆ ที่แยกๆ กันออกไป แต่ไม่ได้เป็นอะไรแบบเว่อร์ๆ แต่หมอบอกว่า ยาที่ให้มาก็จะช่วยให้ทุกอย่างมันบรรเทาลง ตอนนี้ อาการตาของชั้นดีขึ้น แต่ก็ยังไม่หาย ก็ยังต้องให้ยาต่อไป แต่หูเนี่ยสิ … มันจะดีขึ้นไหมก็ไม่รู้ เพราะเสียงวิ้งๆ นี่มันดังข้างในตลอดเวลา เหมือนมันกำลังทำงานผิดด้าน ผิดฝั่ง เหมือนเวลาจูนสัญญาณไม่ติด แล้วมันก็ดังหึ่งๆ อยู่ตลอด โคตรน่ารำคาญเลย ตอนนี้ เพิ่มปริมาณยาให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่ถ้าหนึ่งสัปดาห์มันไม่ดีขึ้น …. แล้วชั้นจะทำยังไงต่อไป นี่มันเดือนกว่าแล้วนะ ที่เกิดเรื่องแบบนี้มา และหมอบอกว่าต้องกินยาเป็นปี?!! บ้าไปแล้ว …..

สวัสดีร่างกาย

เยอะไปไหมกับสิ่งที่เข้ามาในตอนนี้ ทีละโรคก็แย่แล้ว นี่มาพร้อมกันหลายๆ อย่าง แล้วจะเอาเวลาดูแลตัวเองได้ยังไง จะทำงานได้ยังไง หรือเป็นบทลงโทษจากการใช้ชีวิตไม่ดีที่ผ่านมา จากการที่ไม่ดูแลสุขภาพอย่างที่ควร หรือเป็นกรรมจากชาติที่แล้ว ถ้าเกิดเป็นเวรเป็นกรรมกับใคร ขออโหสิด้วยเถิด แต่ถ้าเกิดจากการไม่ดูแลร่างกาย ประจวบกับสภาพอากาศที่ทำให้ร่างกายเปลี่ยนเเปลงอย่างฉับพลัน ขอให้รักษาหายไวๆ ด้วยเถิด เพราะตอนนี้ ชั้นเองก็พยายามทำตัวและใช้ชีวิตดีขึ้นแล้ว ตอนนี้ เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว ตั้งแต่เกิดอาการแรก ไม่เคยเจอหลายๆ โรคให้หดหู่ในชีวิตขนาดนี้ อยากหายจากโรค แต่ไม่อยากหายไปจากโลกนี้ ไม่ใช่ตอนนี้ ขอให้มองเห็นชัดๆ เหมือนคนอื่น ได้ยินชัดๆ เหมือนคนอื่น ขาไม่เจ็บแล้ว เอาของแปลกปลอมข้างในออกไปได้ ร่างกายไม่เหนื่อย ไม่เพลีย ไม่ปวดหัว ไม่ปวดขา และแน่นอนว่าจะดูแลตัวเองให้ดีกว่าที่ผ่านมา คนเราไม่เจอไม่เจ็บไม่จำ แต่นี่เจอแล้ว เจ็บแล้ว และจำแล้ว และทำดีกับตัวเองมากขึ้นแล้วด้วย ขอให้สิ่งดีๆ ที่ทำวันนี้ส่งผลดีๆ คืนมาสักหน่อยก็ยังดี ร่างกายจะพังแล้ว …. พระคุ้มครอง

… กว่าจะเขียนเสร็จ ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง …. แย่จริงๆ

~ โดย โตเดี่ยว บน ตุลาคม 19, 2010.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: