ดีดีนะ …

ถ้าไม่ป่วยวันนั้น คงไม่ได้เรียนรู้จักอะไรหลายๆ อย่างแบบนี้ … คนเรากว่าจะคิดได้ทีทำไมต้องรอไปคิดที่โรงพยาบาล เวลาอยู่ข้างนอก อากาศบริสุทธิ์ล่ะไม่รู้จักดูแลตัวเอง

เฮ้อ … นั่นเป็นคำเปรยๆ ที่มันเข้ามากระแทกความคิดตอนที่นั่งอยู่บนรถเข็นของโรงพยาบาลกรุงเทพ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชั้นได้พาตัวเองมาเยี่ยมเยียนสถานที่นี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกของอาการที่ไม่เคยบ่งบอกมาก่อน และเป็นครั้งแรกของอาการที่ไม่รู้ว่ามันมาได้ยังไง มันไร้สาเหตุที่เหมาะสม มันไร้ที่มา มันโผล่มาอย่างไม่ทันตั้งตัวเอาซะเลย และมันก็เลยกลายเป็นครั้งแรกที่ชั้นได้โอดโอยให้เพื่อนๆ ได้รู้กัน

กลางดึกคืนวันอาทิตย์ระหว่างกำลังนั่งขัดสมาธิดูดีวีดีหน้าจอ มือก็คลำไปเจอก้อนๆ หนึ่ง หลังเข่าซ้าย เหนือข้อพับ ก็คิดแล้วว่า … เอาล่ะสิ ซีสต์มาเยี่ยม เดี๋ยวต้องหาเวลาไปผ่าออกละ โดยปกติแล้ว ชั้นไม่เคยเป็นซีสต์แบบลูกใหญ่ๆ เท่านี้ ณ วันนั้น มันประมาณหัวนิ้วโป้ง ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่แดง เป็นลูกๆ ซีสต์แน่ๆ ระหว่างสัปดาห์ก็ทำงานเพลินและใช้ชีวิตเหมือนปกติ แต่ก็อดคลำลูกๆ นั้นอยู่เสมอไม่ได้ จนวันศุกร์ เริ่มรู้สึกเพลีย และมันแดงขึ้นทั่วบริเวณกว้างประมาณ 12 เซนติเมตร และที่คิดว่าเป็นซีสต์ก้อนนั้นมันบวมใหญ่ขึ้นเท่ากำปั้นเด็ก เสาร์นี้ล่ะ ต้องไปหาหมอ ทำไมมันโตเร็ว และซีสต์อักเสบ … เป็นไปได้ด้วยหรือ?

ปกติชั้นเป็นสมาชิกประจำของโรงพยาบาลคามิลเลียนเพราะมีประกันสังคม เวลาเป็นไข้ เป็นหวัด ตรวจสุขภาพก็จะไปที่นี่ เพราะรักษาเหมือนโรงพยาบาลดีๆ อื่นๆ ในราคาไม่แพง แต่ถ้าเป็นการตรวจโรคเฉพาะทางไม่ว่าภายใน ภายนอก สมอง หัวใจ ก็จะใช้บริการโรงพยาบาลกรุงเทพ คราวนี้ก็เลยแวะไปโรงพยาบาลกรุงเทพ เพราะเห็นอาการมันน่าเป็นห่วง ก็ได้พบคุณหมอศัลยกรรม คุณหมอตรวจดู จับๆ เบาๆ แล้วบอกว่า อาจจะเป็นฝี ไม่ใช่ซีสต์ เพราะซีสต์ปกติแล้วไม่อักเสบ แต่ก็มีสิทธิ์อักเสบได้ และนัดมาเจอกันอีกเสาร์หน้า โดยให้ยามากินแผงนึง แต่ถ้าระหว่างสัปดาห์เจ็บ ก็ให้มาหาก่อนได้ แล้วก็เขียนในใบรับรองแพทย์ว่ามันอาจจะคือโรค Cell…. ที่เหลืออ่านไม่ออก และหมอก็ไม่ได้บอกชัดๆ ว่ามันคืออะไร

ชั้นก็กินยาไปตามปกติ แต่พอวันอังคารเริ่มเจ็บมาก วันพุธเลยไปหาหมอ แต่หมอเดิมไม่เข้าเวรวันนี้ ก็เลยได้พบหมออีกคน หมออีกคนตกใจเมื่อเห็นอาการ ก็คิดว่าซีสต์ เลยจับให้ไปอัลตร้าซาวด์ หมออัลตร้าซาวด์บอกว่าเคสนี้แปลกมาก ไม่ใช่ฝี ไม่มีหนอง ไม่ใช่ซีสต์ แต่เนื้อชั้นใต้ผิวหนังอักเสบ ลักษณะมีอาการน้ำเข้าไปแทรก และเกิดการอักเสบขึ้นบริเวณที่เป็นลูกๆ แต่แปลกใจว่าทำไมมันถึงเเข็ง แล้วหมอก็เขียนคำวินิจฉัยว่าคาดว่าจะเป็น Cellulitis ก็เลยนึกถึงที่หมอคนแรกเขียนไว้ในใบรับรองแพทย์ ว่าคงเป็น Cellulitis พอได้ผลอัลตร้าซาวด์ หมอคนที่สองก็บอกว่าผ่าตัดไม่ได้ เพราะคาดว่าเป็น Cellulitis แกถามว่าปวดใช่ไหม แกก็ให้ยาอีกอันมากินเพิ่มไป และกำชับให้กลับมาพบหมอคนที่หนึ่งวันเสาร์ตามนัด

กลับบ้านไปกินยาของหมอหนึ่ง ตามด้วยหมอสอง เช้าตื่นมารู้สึกคันๆ ตอนกลางวันกินข้าว กินยาของหมอหนึ่ง ตามด้วยหมอสอง คราวนี้ผื่นขึ้นเป็นตุ่มๆ ตามตัว เห่อขึ้นมาตุ่มแดงๆ หนาๆ ทั้งตัว คันมากๆ เลยโทรหาหมอสอง หมอสองบอกว่า หยุดกินเลย เพราะคืออาการแพ้ยา แต่ชั้นคันต่อไปอีกสองวัน ก็เลยรู้ว่าแพ้ยาอะไร ก่อนหน้านี้หมอถามว่าแพ้ยาอะไรไหม ก็บอกว่าไม่มี แต่ปกติ ถ้าเป็นต่างประเทศ เค้าจะจับเราตรวจเลือด เทสต์ว่าเราแพ้ยาอะไร ในกรณีที่เป็นโรคจริงจัง แต่ที่เมืองไทย จะใช้วิธีถามกัน ชั้นเองก็สงสัยว่า ถ้าเราไม่เคยแพ้มาก่อน และเมื่อเราเป็นโรคที่เราไม่เคยเป็นมาก่อน ต้องให้ยาใหม่ๆ การจะรู้ว่าเราแพ้ไหมคือการที่จะต้องทดลองกินมันก่อนงั้นเหรอ??? โชคดีที่ชั้นไม่เป็นอะไรมาก ไม่ถึงขั้นหืดหอบ หายใจไม่ออก หรือช็อค

ก็กินยาหมอเดิมเข้าไป แต่ที่สังเกตได้คือ หลังจากกินยาหมอสอง อาการปวดหายไป อาการบวมแดงที่เกิดขึ้นรอบๆ ลดลง เหลือแต่แดงตรงที่เป็นลูกเท่ากำปั้นเด็กเท่านั้น ก็เลยลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรค Cellulitis แล้วก็พบว่ามันคืออาการของแบคทีเรียเข้าไปในผิวหนัง แต่ส่วนใหญ่มักเกิดกับคนที่มีเเผล หรือโดนแมลงกัดต่อย แล้วเกิดแผล แบคทีเรียสเต็ปโตคอคคัส ก็จะเข้าไปในร่างกาย บางเว็บไซต์ถึงกับอธิบายว่ามันคือโรคกินเนื้อ โรคไฟลามทุ่ง ถ้าหากดูแลรักษาไม่ถูกทาง มันจะกัดกิน ทำให้สูญเสียอวัยวะได้ แต่กรณีชั้น ไม่ได้โดนอะไรกัด ไม่ได้เจออะไรต่อย ไม่ได้เป็นแผล อยู่ดีๆ มันก็บวม ปูด แดง และผิวบริเวณนั้นร้อนมากๆ อ่านต่อไปก็เจอว่ายาอะไรที่ได้ผล และควรรักษายังไง โดยทั่วไปแล้วเท่าที่เจอคือถ้าเป็นแล้วต้องฉีดยาเข้าเส้นเลือด แล้วตามด้วยยาทาน บางรายหายในวันสองวัน บางรายเป็นเดือนๆ แล้วชั้นอยู่ในกลุ่มไหน แต่ที่อ่านเจออีกอันคือ ยาที่มักใช้รักษาคือยาที่หมอสองให้แล้วมักได้ผล … เซ็งๆๆๆ เพราะชั้นดันแพ้ แล้วจะทำยังไง!

วันเสาร์ ไปพบหมอหนึ่งตามนัด หมอบอกว่ามันไม่ดีขึ้นเลย ขออัลตร้าซาวด์อีกรอบ และแอดมิท เพราะหมอคิดว่ามันเป็นฝีไม่ใช่ Cellulitis ขอผ่าตัด เอาหนองออก แต่ชั้นไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจอะไรมา เลยขอกลับมาตั้งหลัก แล้วเตรียมตัวไปแอดมิทในวันถัดไป พอไปถึง ก็อัลตร้าซาวด์อีกรอบ หมอคนใหม่มาอัลตร้าซาวด์ และก็บอกว่าอาการแปลกจริงๆ เหมือน Cellulitis แต่ก็ไม่ได้มีสาเหตุที่เกิดขึ้นเหมือน Cellulitis ซะทีเดียว และให้ไปเอ็กซเรย์เพิ่ม เพื่อดูว่ามีอะไรทิ่มตำ ไปทำให้อักเสบไหม ก็ไม่เจออะไร
หมอหนึ่ง หลังจากได้เห็นผลอัลตร้าซาวด์เอง ก็เลยเชื่อว่ามันไม่ใช่ฝี เพราะไม่มีหนอง เลยไม่ให้ผ่าตัดแล้วเพราะผ่าไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เลยให้แอดมิทเพื่อฉีดยาเข้าเส้นเลือด ตอนแรกนึกว่าฉีดยังไง ทำไมต้องนอน ปรากฎว่ายามาเป็นขวดๆ เลย ฉีดวันละสองครั้ง อย่างน้อยสามวัน แม่เจ้า แล้วตอนที่พยาบาลเจาะเพื่อจะต่อท่อเอายาจากขวดมาสู่เส้นเลือดเรามันก็โคตรเจ็บเลย ปกติชั้นเป็นคนไม่กลัวเลือด ไม่กลัวเข็ม กลัวแต่มีด เคยบริจาคเลือดจนได้โล่ห์ แต่คราวนี้พยาบาลมาเจาะบริเวณหลังมือ โดยเลือกเอามือซ้ายเพราะว่าจะได้ใช้มือขวาที่ถนัดทำนั่นทำนี่ต่อได้ แต่มือซ้ายมันเนื้อน้อย เส้นเลือดหาย หาไม่เจอ พอเหมือนจะเจอ พยาบาลก็ลองเจาะเข้าไป เจ็บที่สุด แต่ปรากฎว่าไม่เวิร์ค ตอนแรกนึกว่าเสร็จแล้ว แต่พยาบาลบอกว่า เดี๋ยวต้องเจาะใหม่นะคะ .. โอ้ว .. ม่ายยย!

พยาบาลก็เจาะหลังมือขวา เส้นเลือดปูดขึ้นมาหน่อย ก็โอเคดี เจาะเสร็จก็ปิดฝา แล้วมาเตรียมแอดมิทให้ยาขวดแรก ขวดยังกะถุงน้ำเกลือ แล้วเมื่อไหร่มันจะเข้าเส้นเลือดหมดเนี่ย T_T ครั้งแรกมันรู้สึกเย็นๆ เจ็บๆ เสียวๆ เวลามียากำลังเดินทางเข้าไปในเส้นเลือด รู้สึกแปลกๆ พิลึก ก็รอเกือบชั่วโมงถึงจะหมดขวด ช่วงขวดแรกๆ ก็นอนนิ่งๆ ไม่กระดิก หลังๆ เริ่มมีลุก พร้อมถือไอ้ขาตั้งขวดเดินไปมา ไปเข้าห้องน้ำ ไปหยิบของ ก็จะโดนแบบนี้เป็นประจำทุกๆ 12 ชั่วโมง ขวดแรกตอนหกโมงเย็น ขวดถัดไปตอนหกโมงเช้า พยาบาลก็จะเข้ามาปลุกตื่นเพื่อเสียบท่อยา ทำยังเงี้ยทุกวัน บางวันก็นอนทับสาย ยาไม่เดินมั่ง พยาบาลก็มาปลุกให้ลุกๆๆ มาปรับสายขยับท่อ และวันที่สามยาไม่เข้า ต้องหาเส้นเลือดเส้นใหม่เพื่อเจาะอีก อะไรกันนักกันหนาเนี่ยยยยยยยยยยย เจ็บอีก โดนอีก เจาะใหม่เจ็บสุดๆ เวลายาเข้าเสียวมือสุดๆ ไม่ลองไม่รู้จริงๆ
ตอนแรกลางานไว้วันเดียว เพราะหมอบอกว่าผ่าตัดแป๊บเดียว แต่นี่มาให้ยาวันละสองขวด ให้ไปเรื่อยๆ ถ้าอาการดีขึ้นก็ให้อีก แต่ถ้าเเย่ลงเมื่อไหร่จะหยุด แต่สองวันแรกอาการมันดันดีขึ้นก็เลยต้องอยู่ต่อ ต้องลาเพิ่มเพื่อมานอนโรงพยาบาล

เปรียบเทียบข้างปกติกะข้างที่ไม่ปกติ

ช่วงสามวันแรกชั้นยังเดินเหินได้ปกติ เพราะมานอนรับยา แม่มานอนเป็นเพื่อน และเพื่อนๆ มาเยี่ยมเรื่อยๆ หมอมาดูอาการทุกวันและบอกว่ามันดีขึ้น จนวันนี้ คือวันที่ชั้นยืนยันว่าจะกลับบ้านละ ก็เตรียมตัวกลับพร้อมรับยามากินต่อ แต่พอหมอมาเช็คอาการกลับบอกว่าทำไมวันนี้มันดูแย่ลง มันบวมขึ้น เอาล่ะสิ … หมอเลยบอกว่าผ่าตัดเจาะดูดีกว่าว่าข้างในมันเป็นยังไง ชั้นแบบ กำลังจะเก็บของกลับ แต่ต้องเปลี่ยนมาผ่าตัด แทบจะกรี๊ด อะไรกันอีกเนี่ยยยย

ก่อนหน้านี้เตรียมตัวมาผ่าอย่างเต็มที่ เพราะเป็นคนกลัวมีดที่สุด และไม่ชอบอะไรเหวอะๆ แหยะๆ แต่ก็นั่งทำใจมาแล้ว ปรากฎไม่ต้องผ่า แต่พอทำใจแล้วว่าไม่ต้องผ่ากลับมาโดนผ่า และดันเป็นวันที่บอกแม่ว่ากลับบ้านไปก่อนได้เลย เพราะวันนี้แค่เตรียมกลับบ้าน แต่ต้องมาผ่า ก็เลยต้องอยู่โรงพยาบาลคนเดียว อเลก็อยู่ไกล เพื่อนๆ ก็มาเยี่ยมกันไปแล้วเมื่อวาน ตอนพวกมันมา มันยังขำๆ เลยว่า เหมือนไม่ป่วย แต่ต้องอยู่ให้ยา แล้วไงอ่ะ พอวันนี้ ไม่มีใคร โดนจับขึ้นเตียง ผ่าซะงั้น โคตรเศร้าเล้ย

แล้วนอกจากจะกลัวมีด ไอ้คนประสาทแข็งอย่างชั้น ยาชาฉีดเท่าไหร่มันก็ไม่ชาอีก ตอนแรกหมอฉีดยาชารอบๆ ก้อนนั้น ก็เจ็บจะบ้าแล้ว พอหมอลงมือกรีด โอยเหมือนกรีดเนื้อสดๆ ยามันไม่ได้ผลเลย ชั้นกรี๊ดลั่นห้อง หมอเลยฉีดซ้ำ และก็บอกว่ามันเยอะไปแล้วนะ โห .. ก็มันไม่ชาอ่ะค่ะ เจ็บ แล้วก็เจ็บๆ มันยังงั้นอ่ะ คือมันไม่ชาจริงๆ ชั้นก็เป็นบ้าอะไรไม่รู้ คือฉีดยาชาเพื่อทำอะไรนะ มันไม่เคยชาเลย คราวหน้าต้องให้โปะยาสลบอ่ะ เพราะฉีดนี่ไม่ไหวจริงๆ หมอก็ทำทั้งๆ ที่เจ็บจี๊ดๆ อยู่อย่างนั้น ไม่ได้เจ็บตัวจนร้องไห้มานานแล้ว (ส่วนใหญ่มีแต่เจ็บใจ ฮ่าฮ่า) หมอก็คอยบอกว่า ไม่เป็นไรนะ อีกนิดเดียว แล้วพยาบาลก็เข้ามาคุยเรื่องนั่นนี่ ชวนหมอคุย ชั้นก็แบบ ช่วยโฟกัสขาชั้นนิดนึงได้ไหม แงๆๆๆๆๆๆๆ รู้สึกทุกครั้งที่หมอกรีด หมอผ่า และหมอขูด แกขูดๆๆๆ เนื้อออกมา แล้วก็เจอว่ามันแข็งมากๆ หมอบอกว่ามันเหมือนซีเมนต์!!!!!!

หมอแค่ผ่าเล็กๆ เพื่อมาตรวจดูว่ามันคืออะไร แล้วก็เจอว่ามันไม่มีหนอง โอ้ว หมอยังคิดว่ามันเป็นฝี เพราะตอนกดแล้วชั้นเจ็บมาก หมอสรุปบอกชั้นว่า ซีสต์ก็ไม่ใช่ Cellulitis มันก็มักจะเป็นผื่นเเดงๆ ไม่แข็งๆ แบบนี้ แล้วนี่คืออะไร …. ! หมอบอกได้อย่างเดียวว่าตอนนี้หมอต้องรักษามันให้หายให้ได้

แต่ชั้นระบม! ยับเยิน! จากที่เดินดีๆ ตอนนี้เจ็บ ปวด ไปหมด เพราะแผลเจาะขานั่นแหละ …
จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไรที่แน่ชัด ตกลงจะใช่ Cellulitis หรือเปล่า … ก็ยังไม่ชัวร์
เฮ้อ!!!!

(ปล. เพิ่มเติม)
หลังจากวันนั้นก็ต้องไปทำแผลทุกวัน ปกติหมอจะมาประจำเสาร์อาทิตย์ วันธรรมดาแกจะมาช่วงเช้า ก็ต้องไปแต่เช้า หมอล้างแผลนะ ความรู้สึกเหมือนโดนผ่าตัดสดๆ ทุกทีเลย พอล้างเสร็จเดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นอ่ะ มันเจ็บจี๊ด แสบสุดๆ ชั้นร้องยังกะโดนทุบหัว ยิ่งเวลาตอนล้างแล้วเอาคัตตั้นบัตแหย่เข้าไปในแผลเพื่อทำความสะอาด และตอนขูดๆๆ น้ำเหลืองออกมา โอ๊ย ชั้นอยากจะกัดหมอน ถีบเตียง ตบโต๊ะให้คว่ำไปเลย มันเจ็บมากๆ เจ็บยิ่งกว่าคนอกหัก เจ็บยิ่งกว่าแม่ตี เจ็บยิ่งกว่าความสะเทือนใจทางอารมณ์อีกมากมาย เพราะมันคือการเจ็บเนื้อเจ็บตัว และอาการเจ็บจะหายไปราวๆ บ่ายสาม ก็จะเริ่มเดินได้ดีขึ้น โขยกเขยกไปเรื่อยๆ แต่ก็ดีขึ้น แต่พอเช้ามาก็ต้องไปล้างแผล เดินกระเผลกๆ แบบเดิมอีก เป็นอย่างนี้มาอาทิตย์นึงแล้ว ทุกๆ วันไม่อยากตื่นไปให้ยาเลย มันรู้สึกทำไมต้องไปเจ็บอีก เจ็บทุกวันเลยอ่ะ แต่ก็พยายามบอกตัวเองว่า ยิ่งเจ็บ ยิ่งแกร่ง ยิ่งทนได้เท่าไหร่ ชั้นก็จะยิ่งแข็งแรงขึ้นเท่านั้น คนเราเวลาเจออะไรเจ็บๆ ทุกวัน มันจะเริ่มอยู่ตัว และเริ่มชินเอง … ก็อาจจะจริง หลังๆ เริ่มไม่ร้องเสียงดังแล้ว ตอนแรกๆ ร้องจนหมอตกใจ แตะนิดแตะหน่อยก็ร้อง ก็มันทำสดๆ อ่ะ เจ็บจริงอะไรจริง แต่หลังๆ แผลเริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังน่าเกลียดน่ากลัวอยู่ เมื่อวาน ตอนหมอหันหลัง เลยแอบถ่ายรูปไว้ เพราะชั้นเองก็ไม่เคยเห็นแผลที่หมอผ่าเลยเหมือนกัน เห็นแกว่าประมาณเซ็นกว่าๆ ยาวลึก … นี่ต้องทำจนกว่าเนื้อมันจะเต็มตื้นขึ้นมาปิดแผล เพราะหมอไม่ได้เย็บ ใช้ผ้าก็อตอุดไว้ เพราะว่ายังมีน้ำเหลืองไหลออกมาสม่ำเสมอ ถ้าเย็บ ข้างในมันจะไม่ได้ระบาย และจะอักเสบ นี่ไงแผล

แผลผ่าตัดครั้งแรก...เพื่อดูอาการ

แผลผ่าตัดครั้งแรก...เพื่อดูอาการ

น่าสยดสยองอะไรเช่นนี้ …. ชั้นเห็นแล้วแทบจะเป็นลม และทุกครั้งที่หมอเอาคัตตั้นบัทหรือเครื่องมือเข้าไปในแผล ก็จะนึกภาพแผลนี้โดนทะลุทะลวงอยู่ กำแพงในห้องทำแผลคงเป็นรอยร้าวเพราะชั้นทุบเอาๆ ตลอดเวลา มันเจ็บอ่ะ!

แต่มีข่าวดี ก็ไม่รู้ว่าดีไหม คือเมื่อวันก่อนขณะทำการล้างแผล แล้วหมอก็ส่งเสียงร้องคล้ายๆ จะไชโยออกมา เพราะหมอเจออะไรบางอย่างข้างใน มันคือ “ซีสต์” ซีสต์ที่อัลตร้าซาวด์แล้วมองไม่เห็น หมอพยายามจะดึงมันออกสดๆ ไม่ได้ฉีดยาชา จะดึงออกตอนที่กำลังทำแผล ชั้นเจ็บแทบบ้า แล้วก็โวยวายร้องเหมือนควายโดนเชือด หมอก็ตกใจ และบอกว่า มันแน่นมาก ดึงออกมาไม่ได้ เอ่อ .. ค่ะ เอาไว้ก่อนได้ไหมคะ หมอเลยบอกว่า ที่อัลตร้าซาวด์ไม่เห็น เพราะเมื่อซีสต์อักเสบ มันเลยเกิดเป็นเหมือนฝี แต่เป็นฝีที่แข็งแล้ว เลยไม่เป็นหนอง กับอีกอย่างคือต่อมน้ำเหลืองอักเสบด้วย เพราะน้ำเหลืองไหลออกมาเยอะมากๆ ในแต่ละวัน ผ้าก็อตช์ชุ่มไปด้วยน้ำเหลืองทุกครั้งที่มาทำแผล หมอเลยบอกว่า ถ้าไม่ดึงตอนนี้ก็ต้องมีการผ่าตัดอีกครั้งนะ … เฮ้ย! (ชั้นร้องในใจ) แต่หมอบอกว่าไม่เป็นไร ซีสต์นี่ผ่าเมื่อไหร่ก็ได้ ชั้นไม่ได้กังวลว่าต้องผ่าเลยไม่ผ่าเลยหรอก แต่ชั้นไม่อยากโดนฉีดยาชาแล้วไม่เข้าอีกแล้ว เลยถามหมอว่าโปะยาสลบได้ไหมคะคราวหน้า แพงก็ยอม ไม่ไหวแล้ว ฉีดแล้วไม่เข้าเท่ากับเรากำลังปล่อยให้หมอเอามีดลงกรีดเนื้อสดๆ อ่ะ แล้วคนโคตรกลัวมีดอย่างชั้นเลยอ่ะ ทำไปได้ไงวะเนี่ยครั้งแรกอ่ะ …. ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย ชีวิตยังต้องโดนทรมานอะไรขนาดนี้ T_T

หมอบอกว่า ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือรักษาแผลผ่าตัดแรกให้หายดีก่อน แล้วสักพักค่อยมาผ่าซีสต์ออก ส่วนอาการบวมๆ แข็งๆ ที่เป็นตั้งแต่ตอนแรก เริ่มดีขึ้นเมื่อผ่าตัดไป เพราะทำให้มีการระบายออก อักเสบน้อยลง กดแล้วไม่เจ็บแล้ว แต่ที่หมอบอกว่ามันแปลกคือ ตั้งแต่เค้าผ่ามาตลอดชีวิตเกือบหกสิบปี เค้าไม่เคยเจอเคสแบบนี้เลย! T_T แล้วหมอที่เคยเจอเคสแบบนี้มีที่ไหนมั่งไหม???? อยากไปหา!!! แต่นั่นแหละ … หมอทั้งหมด 5 คนที่คุยด้วย และขอคำปรึกษา ต่างก็วินิจฉัยว่า “มันคืออะไรน้อ?” โรคที่หมอไม่รู้ ชั้นก็คงเรียกชื่อมันไม่ถูกเหมือนกัน แต่ ณ ตอนนี้คืออาการของซีสต์ อักเสบ และต่อมน้ำเหลืองอักเสบ และเกิดฝีตายด้านที่ไม่เป็นหนอง คนอะไรวะเป็นมันซะหลายๆ อย่างในจุดๆ เดียว ชั้นกลัวอย่างเดียวคือพิการ ถ้ารักษาไม่ดี รักษาผิด แล้วมันเกิดไปโดนเส้นประสาทที่ขาทำให้เดินไม่ได้ … ไม่อยากจะคิดเลย แล้วนี่เจอซีสต์อีกอันที่ขาข้างเดียวกันอีก ไม่รู้จะเป็นไงเล้ยยยย T_T

ตอนนี้ ร่างกาย จิตใจ สภาพดี สมองทำงานได้ มือเขียนได้ ขาเริ่มเดินได้ดีขึ้น แต่ไอ้บริเวณนั้นมันก็ยังต้องไปทำความสะอาดอยู่ตลอด คิดไม่ออกเลยว่าต้องทำอีกนานแค่ไหน หมอบอกว่าอาจเป็นสัปดาห์ หรืออาจเป็นเดือน ให้กินโปรตีนเยอะๆ จะได้ช่วยซ่อมแซมไวๆ เนื้อติดกันไวๆ … ก็ต้องดูกันต่อไปว่ามันจะดีขึ้นจริงๆ ไม่ได้หลอกชั้นอีกใช่ไหม เป็นกำลังใจให้ด้วยแล้วกัน … นะ!

~ โดย โตเดี่ยว บน ตุลาคม 6, 2010.

4 Responses to “ดีดีนะ …”

  1. ขอให้หายไวไวนะ

  2. ตอนนี้เราเป็นอยู่
    คิดว่าซีสต์
    แต่มันบวมมาก อย่างที่คุณว่าเท่ากำปั้นเด็ก

    เมื่อคืนเรานึกว่าสิวซีสต์เลยลองกัดฟันบีบดูก็ปรากฏว่ามีไขมันกลิ่นเหม็นออกมา
    ก็เลยคิดว่าออกไปหมดแล้ว
    แต่จนป่านนี้ก็ยังบวมอยู่ และมีหัวดำๆ ด้วย

    คอนคุณเป็นมีหัวดำๆ อะไรแบบนี้มั้ย

    ขอบคุณนะที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

    • บีบเลยเหรอคะ?! เราไม่กล้าบีบเลย ตอนนั้นของเราไม่มีหัวดำๆ นะคะ คือมันบวมแดง ทั้งลูก น่ะค่ะ ยังไง ไปหาหมอนะคะ เผื่อแผลมันไม่หายขาดอ่ะค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: