ตกตะกอน

ขีดสุด เคยก่อให้เกิดอารมณ์สุดขีด
เมื่อมันสุดขีด เวลาก็ทำให้ทุกๆ อย่างมันสิ้นสุด
จะเหลือก็แต่เพียงความแปลกใจ
ว่าในภาวะอ่อนแออย่างนั้น มือ เท้า สมอง หัวใจ
มันนำพามวลต่างๆ ของร่างกาย
ผ่านช่วงเวลาจนตรอกอย่างนั้นมาได้ยังไง

ช่วงเวลาที่เหลือแต่ความว่างเปล่า
ช่วงเวลาที่รู้สึกเหมือนคนไร้ค่า
สุดท้าย ช่วงเวลา ก็สั่งสอนเราเองว่า
ไม่มีใครช่วยอะไรเราได้นอกจากตัวเอง

ไม่เคยกล่าวหาว่าใครผิด
เคยแต่ปิดฉากอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
ด้วยคำสั้นๆ ที่ลงทัณฑ์ตัวเองว่า “ฉันมันไม่ดี..พอ”
การสอบไม่ผ่านบทเรียนของชีวิตเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
สร้างบทลงโทษให้ตัวเองจดจำในตำราชีวิตได้ดีขึ้น
แส้แห่งความเจ็บช้ำ โบกสะบัดจนสะบักในใจขาดวิ่นจนแทบต่อไม่ติด
ความเปราะบางแห่งความนึกคิดกลายเป็นเพื่อนรัก
เดือนแล้ว เดือนเล่า เฝ้าแต่คอยจ้อง
เสียงหัวเราะกึกก้องเมื่อเห็นฉันกองอยู่ตรงหน้า
แต่เมื่อไม่เหลืออะไรให้ย้ำ มันก็ซ้ำต่อไม่ได้
สุดท้าย ความเจ็บปวดก็พ่าย
คืนความหายนะแห่งความรักไปกับสายลมให้พัดไปไกลสุดตา
คืนชีวิตชีวากลับมา ให้แขนขามีแรงลุกเดินต่อไป

หันหลังกลับไปมอง เจอกองแห่งความสูญเสียหกระเนระนาด
ปล่อยทิ้งไว้ … ให้มันแห้งเหือด เกรอะกรัง
เกาะแน่นเป็นรอยแห่งความผิดหวัง เตือนสติปัญญา
แต่หารู้ไม่ว่า .. สิ่งเหล่านั้นไม่ได้มีความหมายอะไรเลย
นาฬิกาเดินไป เดินไป เดินไป ไม่หยุดนิ่ง
ลอยเปรอะเปื้อนเริ่มจืดจาง
แต่ทุกๆ อย่าง มันฝังรากลึกสู่สมองและทุกห้องหัวใจ
จดจำได้โดยไม่ต้องมีอะไรคอยเตือน

แน่นอน .. มันไม่ใช่ความโกรธแค้น
มันเป็นแค่ความทรงจำอันเหนียวแน่น
ที่คอยย้ำตัวเองว่า …
ความเจ็บปวดในวันนั้น … จะไม่มีวันทำอะไรฉันได้อีกแล้ว

แววตาเย้ยหยันของความชัง ในวันที่ความรังเกียจเหวี่ยงฉันออกมานอกเส้นทาง
วันนี้แปรเปลี่ยนเป็นแววตาแห่งความอ่อนโยน
ราวกับว่า พยายามหลอกล่อให้ฉันเดินเข้าไปหาใกล้ๆ
ราวกับว่า เป็นเพียงฉากหน้าที่พยายามสร้างความประทับใจ
ราวกับว่า เป็นกลไกที่พร้อมจะทำร้ายกันอีกครั้งตอนที่ฉันไม่ทันตั้งตัว

ประกายแห่งความไม่แน่นอน ประกายแห่งความลังเล
ฉายแววออกมาเพียงเสี้ยววินาทีพอให้ฉันได้ทันสังเกต
ความชัง ยังคงอยู่ในแววตา …
แค่พยายามถ่อมตัวในวันเหนื่อยล้า
เพื่อสร้างคุณค่า หลอกล่อให้ตกหลุมพราง
แล้วเมื่อถึงเวลา มันก็คงจะเหวี่ยงความรู้สึกดีๆ ที่มันออกล่าทิ้งไปอีกครั้ง

โอ้ .. ความชัง?
ไอ้เจ้าตัวร้ายนั่นคงไม่รู้หรอกว่า …
มันเป็นแค่เกราะที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ฉากหน้าของมันปลอดภัย
มันเป็นแค่สิ่งที่ถูกหลอกใช้ เพื่อโยนความผิดให้คนใกล้ตัว

แววตาแห่งความชังที่มาในคราบของความอ่อนโยน สบตาฉันนิ่ง
แต่สายไป … ฉันเริ่มชาชิน
ความอ่อนไหวหายไปหมดสิ้น
คงไม่ต้องบอก ก็ชัดแล้วว่า ..
ไม่ว่าความเจ็บปวดรูปแบบไหน ..
เธอก็ย้อนกลับมาทำลายฉัน … ไม่ได้อีกแล้ว

note : music “Like a friend” by Pulp

หมายเหตุ
ขอบคุณ “ความชัง” ที่มอบอิสระให้ ทำให้ ณ วันที่โดนเหวี่ยงจนแตกเป็นเสี่ยงๆ มวลน้อยๆ ของฉัน ได้ปลิวไปเจอลมเย็นๆ วูบใหม่ ที่ไม่รังเกียจแม้แต่จะพัดเข้ามา … ปะทะหน้าฉันเลย …

~ โดย โตเดี่ยว บน กรกฎาคม 19, 2010.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: