ติดแอร์ที่เนปาล ตอน 15 หิมะไล่ลง

เราบอกลาด้วยความอาลัย ฉันไม่อยากกลับไปในเมืองเลยให้ตายสิ แต่ก็ต้องกลับ

วันที่เราเดินทางลงมาหิมะตกลงมาอย่างหนัก แต่เราก็เดินออกมาแล้ว เสื้อกันลมกันฝนกันหิมะได้ถูกนำออกมาใช้อีกครั้ง รัตนะถามเราว่าจะอยู่ต่ออีกวันไหม ถ้าอยู่ วันกลับก็จะต้องลงรวดเดียวเลย หรือจะยอมเดินลุยหิมะลงไปวันนี้ เพื่อไปพักข้างล่างหนึ่งคืน ก่อนเดินต่อวันถัดไปถึงข้างล่าง แต่รัตนะก็บอกว่าถ้าอยู่รออีกวัน แต่หิมะดันตกต่อเนื่องถึงวันพรุ่งนี้ เราอาจจะลงไปลำบากกว่าเดิม เราเลยตกลงว่าเดินลุยหิมะ เพราะว่าได้ไปพักข้างล่างก็ดี จะได้เจอหลายๆ สถานที่ แต่แซมบ้าดูท่าจะไปไม่ไหว เพราะเมื่อคืนไปเจอเพื่อนเก่าลากไปดื่มเหล้าต่อ เขาบอกว่าเขาไปได้ แต่พอลงมาแล้ว กลับไม่ใช่ วันนี้แซมบ้าก็เลยงอแง

แซมบ้าจะมีมีดดาบประจำตัวอยู่ด้ามหนึ่ง ไม่ใช่ดาบยาวแต่เป็นดาบสั้น พกมาเหมือนเวลาเราเห็นในหนังจีน ที่ผ่านมาไม่มีอะไร แต่เพราะคงแฮงค์จากฤทธิ์เหล้าเมื่อวาน ทำให้วันนี้แซมบ้าเดินอย่างไม่ค่อยมั่นคง ไม่รอ ไม่สนใจ และนำทางไป เราสังเกตถึงความผิดปกติ แซมบ้าบอกพวกเราว่า ไม่ลงวันนี้ได้ไหม แต่เราเดินกันลงมานานแล้ว จะให้ย้อนกลับไปอีกก็คงไม่ไหวเหมือนกัน แซมบ้าก็เลยหงุดหงิดขึ้นไปอีก บรรยากาศเริ่มมาคุ ไม่มีใครพูดกับใคร รู้แต่ว่าไม่ใครก็ใครอาจโดนเหวี่ยงได้ง่ายๆ ตอนนี้

เราเดินมาถึงทางรกๆ ที่ลักษณะเหมือนกำลังอยู่ในหนังเรื่อง ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง ขณะที่กำลังแหวกเถาวัลย์และต้นไม้ข้างหน้าเพื่อให้เดินไปง่ายๆ อยู่ดีๆ แซมบ้าก็เดินแซงไป หันหน้ามาทางเรา แล้วก็ชักดาบออกมา ฉันตกใจ อเลอึ้ง รัตนะงง เกิดอะไรขึ้น!

แล้วแซมบ้าก็ยิ้ม พร้อมกับเอาดาบฟันกิ่งไม้เหล่านั้นให้ฉันข้ามไปได้ง่ายๆ เล่นเอาใจหายใจคว่ำ จริงๆ แล้วแซมบ้าไม่ใช่คนใจร้าย แต่ฉันเริ่มเข้าใจว่าเขาคงไม่ไหวจริงๆ ถึงเขาจะไม่ควรดื่มหนักขนาดนี้ทั้งๆ ที่รู้ว่าเราต้องเดินต่ออีกวันก็ตาม แต่เขาก็ทำไปแล้ว พอเรามาถึงที่พักถัดไป ก็เลยยินดีที่จะนอนที่นี่กัน

เราใช้เวลาลงไม่นานเท่าเวลาขึ้น เสียเวลาตอนหิมะตกเท่านั้น แต่พอลงมาถึงชั้นถัดมา ก็ไม่มีหิมะ เหลือแต่ความหนาว คืนนี้เราพักกันอีกทีที่แบมบู เกสท์เฮาส์ ประมาณสองกิโลเมตรจากตีนเขา เรามาถึงใกล้ค่ำแล้ว อากาศยังหนาวไม่เลิก นักท่องเที่ยวเยอะมาก ทั้งคนต่างชาติและชาวเนปาลเอง ห้องน้ำอยู่ด้านนอก เราต้องคอยต่อคิวอาบน้ำกันอย่างหนาวเหน็บ ฉันแทบไม่อยากอาบ แต่อเลบังคับให้ฉันอาบให้ได้ เพราะเมื่อวานก็ไม่ได้อาบ ฮ่าฮ่า … ถึงอากาศจะหนาว และเราต้องอาบน้ำเย็น แต่มันก็สดชื่นจริงๆ นะ ช่วงที่อเลเข้าไป อยู่ดีๆ ก็มีเสียงโหยหวนออกมา ทุกคนก็ตกใจวิ่งมากรูกันหน้าห้องน้ำถามว่าเป็นอะไรๆๆ ไม่มีเสียงตอบตอนแรก ก็เลยถามและเคาะประตูอีก อเลเลยโผล่หน้าออกมายิ้มแหยๆ ขอโทษพวกเราและบอกว่า “It’s cold” ฮ่าฮ่า บ้า

เราไปกินมื้อค่ำกันในโรงอาหาร ที่พักที่นี่จะมีห้องอาหารหรือโรงอาหารขนาดเล็ก กะทัดรัด ให้นั่งกันแบบเบียดเสียด เพราะอากาศมันหนาว จะได้อุ่นๆ สั่งอะไรมาก็จะได้กินแทบพร้อมๆ กัน แต่ว่าต่างคนต่างสั่งไม่ได้เป็นอาหารชุด เรากินเสร็จ ก็ออกมานั่งเล่นข้างนอกแต่ว่ายุงมันเยอะ ถึงหนาวๆ แบบนี้ก็มียุงนะ ห้องที่นี่ใหญ่กว่าห้องแรก แต่ถ้าใครเปิดประตู ไอ กรน ได้ยินถึงกันหมด ห้องน้ำอยู่ด้านนอก เวลาหนาวแบบนี้ฉันก็เหลือเกินชอบปวดฉี่ตอนดึก วันแรกๆ ก็อั้นไว้ ตอนหลังอเลบอกว่าไม่ต้องอั้น ถ้ากลัวก็มาเรียก จะออกไปเป็นเพื่อน ฮ่าฮ่า .. สบายเเฮ ก็เลยเรียกซะกลางดึกทุกคืน แต่ถึงอย่างนั้นก็เหอะ ออกไปฉี่ก็ยังเกรงใจ เปิดปิดประตู ก็ได้ยิน เดี๋ยวจะตื่นกันหมดทั้งที่พัก แค่ฉี่ยังต้องฉี่เบาๆ เลย นี่ถ้าปวดอึ เป็นได้โดนล้อไปเลยแน่ๆ

เช้าถัดมาฉันแทบไม่อยากจะตื่น แต่ก็ต้องตื่นเพื่อเดินทางต่อ วินัย วินัย ท่องไว้ ไม่งั้นคนอื่นที่ตื่นก่อนก็ต้องมารอเรา … เราโบกมือลาทุกคนอีกครั้ง ที่พักที่นี่ไม่ค่อยประทับใจนัก พอคนเยอะ เจ้าของก็ดูแลได้ไม่ทั่วถึง พูดคุยอะไรก็ลำบาก ก็เลยต้องคุยกันเอง ฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ฉันยินดีไปในที่ที่คนน้อยๆ แต่ได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นเยอะๆ มากกว่า แต่ฉันก็ไม่ได้ไม่ชอบเจอนักท่องเที่ยวคนอื่นนะ เพราะการได้เจอพวกเขา ก็ทำให้เราได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเสมอๆ

ตลอดทางเดินเราจะเจอกองหินเป็นระยะๆ เป็นกองหินที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่มีจนจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบในพื้นที่กว้างๆ ขนาดเหมือนกำเเพงหนาๆ แซมบ้าบอกว่ามันคือที่ฝังศพ พวกเขาฝังกันแบบนี้ แล้วก็วางก้อนหินอย่างเป็นระเบียบทับไว้เหมือนกำแพง น่าสนใจดีนะ ศพเหล่านี้จะฝังอยู่ตรงทางเดินตามหน้าบ้านหรือใกล้ๆ บ้านของคนๆ นั้น ซึ่งมีไปตลอดทาง ถ้าเป็นญาติกันก็จะสร้างต่อๆ กันมา

ด้วยความที่เป็นขาลง มันจะเริ่มเบา คล่อง และเพลินกว่าขาขึ้น ความเหนื่อยหายไปหมดแล้ว มีแต่ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ไม่อยากกลับเท่านั้น ทำให้ฉันเพลิน เหม่อ เผลอ และร่วง ณ จุดบริเวณใกล้ๆ กับที่รัตนะบอกว่ามีคนตกลงไปตาย! แต่ฉันยังโชคดีร่วงลงมาที่พื้นไม่ ได้ตกลงไปข้างล่าง แต่เล่นเอาหลังยอก และมีเเผลเป็นแผลเป็นมาถึงทุกวันนี้ ทีงี้ล่ะซ่า ฉันคิดว่าทุกคนที่นั่นคงคิดแบบนั้น ฮ่าฮ่า

เราลงมาถึงบ้านแซมบ้าโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน เด็กๆ ลูกของแซมบ้าวิ่งกรูกันมาหาพ่อกันอย่างดีใจหลังจากที่ไม่เจอหน้ากันมาเจ็ด วัน ตอนนั้นมีนักท่องเที่ยวกรุ๊ปใหม่เพิ่งมาถึงและแวะพักที่ร้านแซมบ้า แซมบ้าเลยบอกว่าเขาต้องรับรองแขกพวกนี้ก่อน รอได้ไหม หรือว่าพวกเราจะเดินกลับไปก่อนเลย แล้วเราก็ลากันตรงนี้ ส่วนกระเป๋า เดี๋ยวเขาจะให้ลูกเขาแบกลงไปให้เอง

เราหันไปมองว่าลูกคนไหนจะแบก แล้วเด็กผู้หญิงอายุสิบขวบก็เดินหน้าออกมา!!!

เฮ้ยยยยย

ฉันคิดในใจว่า ถ้าอเลบอกว่า “ตกลง” ฉันจะเตะมันโชว์คนแถวนี้จริงๆ ซึ่งอเลก็บอกว่า “ไม่เอา ไม่ได้” เด็กตัวแค่นี้จะมาแบกได้ยังไง เด็กผู้หญิงคงกลัวพ่อไม่ได้เงิน ก็เลยบอกว่า “ได้ๆ ฉันแบกได้” แล้วก็เดินไปแบกกระเป๋าอเลอย่างทุลักทุเล ดูก็รู้ว่าหนัก แต่น้องก็ยังฝืนยิ้ม แซมบ้าบอกว่า “ไม่ต้องห่วง ลูกฉันเก่ง แข็งแรง” จะบ้าเหรอ ฮ่าฮ่า

อเลเลยบอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวแบกลงไปเอง แซมบ้าก็ไม่ต้องลงหรอก ดูแลแขกที่นี่ไป แล้วเราก็นั่งกินน้ำกินหนมกันต่อ พอถึงเวลาลง แซมบ้าเปลี่ยนใจ และบอกว่า เดี๋ยวเขาลงไปส่งเราเหมือนเดิมเอง เขาไม่อยากให้อเลแบกไปเองแบบนี้ แล้วเราก็ลงมาข้างล่างกัน ลูกแซมบ้าเดินมาตามมาส่งด้วยหนึ่งคน หน้าตาน่ารักมากๆ แล้วก็ถึงเวลาร่ำลา ฉันบอกเขาว่าเดี๋ยวพอถึงในเมืองจะส่งรูปที่ถ่ายมาให้เก็บไว้

เราพักที่เกสท์เฮาส์เดิม และจะค้างหนึ่งคืนเพื่อกลับรถพรุ่งนี้เช้า แต่พอนึกถึงสภาพรถบัสแล้ว เราแทบไม่อยากนั่งไปอีกเลย อเลเลยถามรัตนะว่าเราพอจะหารถกลับเข้าเมืองเองกันได้ไหม รัตนะบอกว่าจะลองถามดูให้ แต่เราต้องจ่ายส่วนนี้เองนะ พอดีเราเจอนักท่องเที่ยวอีกคู่หนึ่งชายหญิง ผู้ชายไม่ค่อยสบาย เขาก็เลยอยากกลับรถส่วนตัวเหมือนกัน และโชคดีรัตนะหารถให้ได้ เราห้าคนก็เลยกลับกาฎมัณฑุกันตอนนั้นเลย เราออกมาตั้งแต่บ่ายสี่โมง มาถึงกาฎมัณฑุตอนสี่ทุ่ม รัตนะมาส่งเราที่โรงแรมมัสแตง แล้วก็ลากันไปคืนนั้น …  จบแล้ว เทรคกิ้ง!

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 31, 2009.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: