ติดแอร์ที่เนปาล ตอน 14 Lovely Guesthouse

วันนี้ เป็นวันสุดท้ายของการเทรคกิ้งไปสู่ลังตัง ขาขึ้น เพราะแค่สามชั่วโมงด้วยทางราบ เดินฝ่าหิมะที่ตกเบาๆ แล้วเราก็ถึงลังตังอย่างง่ายดาย! ในที่สุด เราทำสำเร็จแล้ว!!!

เรา พักบริเวณที่เรียกว่า Kyanjen Gompa แต่นี่ไม่ใช่จุดสูงสุดของภูเขาลูกนี้ เราสามารถขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงสุดของลังตังได้ คือขึ้นไปชมเฉยๆ แล้วก็ลงมาใหม่เพราะบนนั้นไม่มีที่พักอะไร จำไม่ได้ว่ากางเต๊นท์ได้หรือไม่ แต่ส่วนใหญ่คนที่ขึ้นไปก็จะลงมาทั้งนั้น เป็นจุดที่เอาไว้ดูพระอาทิตย์ขึ้นเห็นทิวเขา Annapurna

อเลอยากขึ้น ไป เพราะนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่เจบอกเราว่ามันสวยมากข้างบน แต่ต้องระวังตัวให้ดี ระยะทางมันไม่ถึงชั่วโมงหรอก แต่ว่ามันชันมากๆ ถ้าเดินไม่ระวังก็ร่วงมาได้ง่ายๆ เลยทีเดียว ฉันลังเล แล้วก็ตัดสินใจว่าจะไม่ขึ้นไป อเลบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะขึ้น แต่ปรากฎว่าวันต่อมาหิมะตกอย่างรุนแรง อเลก็เลยอด ฮ่าฮ่า สมน้ำหน้า บอกแล้วว่าทริปนี้ ห้ามพูดว่า “พรุ่งนี้จะทำ” เพราะมันจะไม่ได้ทำอะไรเลย

รัตนะ ไม่ได้จองที่พักให้กับเราสำหรับคืนนี้ เขาคิดว่าที่พักคงไม่เต็ม แต่ปรากฎว่าที่ที่รัตนะจะพาเราไปพักมีครอบครัวใหญ่ที่มาเดินเขาล่วงหน้าก่อน เราจองไว้หมดแล้ว และที่เต็มเร็วก็เพราะที่นี่มีไฟฟ้าใช้ มีน้ำอุ่นอาบ มีปลั๊กให้ชาร์จไฟ มีทุกอย่างพร้อม เราก็เลยไปเลือกที่พักอันอื่น แล้วก็เจอเกสท์เฮาส์น่ารักอันนี้ ชื่อว่า Lovely Guesthouse

เจ้าของเป็นหนุ่มสาวชาวเนปาล อายุไม่น่ามากกว่าฉันสักเท่าไหร่ และมีลูกสองคนที่อเลล้อว่าเด็กสองคนนี้มาจากต่างดาวหรือเปล่า เพราะทื่อๆ และไม่ยิ้มเหมือนเด็กคนอื่นเลย ฮ่าฮ่า อาจเป็นเพราะเด็กๆ ไม่คุ้นเคยหรือเปล่า เพราะว่าที่นี่ไม่มีใครมาพักเลยนอกจากเราสองคนและรัตนะกับเเซมบ้า

เจ้าของทั้งสองยิ้มแย้มแจ่มใสจิตใจดี ฝ่ายสามีเล่าว่าเขาเป็นคนสร้างมันเองกับมือ ตรงนี้เป็นที่ของปู่เขาและตกทอดมา เขาปลูกมันด้วยไม้บางๆ คงเพราะว่าราคาถูกหรือหาได้ง่าย แต่มันไม่กันหนาวเอาซะเลย ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ตกดึกต้องจุดเทียน ห้องนอนไม่มีฮีทเตอร์ ต้องให้ความอบอุ่นกันและกันเองไปอย่างเดียวเท่านั้น มีผ้าห่มให้หนึ่งผืน ฉันก็เลยนอนใส่ถุงนอนตัวเองแล้วก็ห่มผ้าทับอีกที แต่มันก็ยังไม่ช่วยอะไรเลย อากาศติดลบเท่าไหร่ไม่รู้ คืนสุดท้ายที่เราพักที่นี่หิมะตกลงมา .. แต่เวลาหิมะตก ความหนาวมันจะลดลงหน่อย สำหรับฉัน .. ชอบจริงๆ

ถึงเทือกเขาจะไม่ใช่ เขาที่สวยที่สุด แต่ฉันรู้สึกว่ามันสวยเหมือนเวลาเราเห็นผู้หญิงสวยๆ หรือผู้ชายหล่อๆ สักคน ถึงมันอาจจะสู้ภูเขาอื่นๆ แถบยุโรป หรืออเมริกาเหนือไม่ได้ แต่มันสวยและมีเสน่ห์ในแบบของมัน ถ้าภูเขาเป็นคน ฉันก็คงจะบอกว่าฉันตกหลุมรักลังตังเข้าแล้ว ฉันยังดีใจมาถึงทุกวันนี้ที่ความอ่อนแอของฉันมีขีดจำกัด ทำให้ฉันไม่อ่อนไหวตัดสินใจเลิกการเดินเขาไปตั้งแต่วันแรก ไม่งั้น ฉันคงพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ไปอย่างไร้เหตุผล

ตกดึก ฉันมองออกไปที่เกสท์เฮาส์ข้างๆ ที่เราเกือบได้พักแต่มันเต็ม ไฟฟ้าสว่างสดใส นักท่องเที่ยวนั่งล้อมรอบกันสนุกสนาน ฉัน อเล แซมบ้า รัตนะ และเจ้าของสองคน นั่งในห้องอาหารขนาดเล็ก กับเตาถ่านหนึ่งอันที่คอยให้ความอบอุ่น และเทียนอีกสองสามเล่มในห้องมืดๆ ไม่มีไฟฟ้า ขึ้นมาสูงถึงนี่ก็ยังมีความแตกต่าง ฉันไม่ได้รู้สึกเสียดายแม้แต่นิดเดียวที่ไม่ได้ที่พักที่มีไฟฟ้า เพราะบรรยากาศแบบที่เราพักอยู่นี่แหละคือสิ่งที่ฉันชอบ เราอยู่ในเมืองหลวงมาตลอดชีวิต เราจะให้เวลากับธรรมชาติสักเศษเสี้ยวหนึ่งของเวลาเราไม่ได้เลยเหรอ

จะเสียดายก็แค่เสียดายแทนอเล กล้องอเลเเบตหมดต้องชาร์จแบตเตอร์รี่ แต่ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า เจ้าของก็ใจดี แฟนเขาจะต้องลงไปงานแต่งงานข้างล่างวันรุ่งขึ้น อาสาจะเอาเเบตเตอร์รี่ไปชาร์จให้ แล้วเอากลับมาให้เรา แล้วค่อยลงไปใหม่อีกครั้ง ฉันบอกอเลว่าเขาน่ารักมีน้ำใจ แต่ถ้าเธอให้เขาทำอย่างนั้นฉันจะเหยียบเธอ ดันลืมชาร์จเองจากข้างล่าง สุดท้ายก็ไม่ได้ให้เขาไป ฉันมีกล้องสองอัน อันหนึ่งใส่ถ่าน อีกอันชาร์จแบต โชคดี ชาร์จมาเต็มเหยียด ก็เลยรอด

เราพักที่นี่กันสองคืน เราได้คุยกับเจ้าของอีกครั้งวันสุดท้าย ทั้งสองคนบอกว่า อยู่บนนี้มันหนาวมาก ยิ่งเดือนธันวา มกรา จะหนาวกว่านี้อีก แต่ไม่มีเสื้อผ้าใส่ สงสารลูกๆ แต่ไม่ได้ลงไปในเมืองบ่อยๆ และไม่มีใครซื้อ เราแบ่งเสื้อผ้าบางอย่างให้พวกเขาเท่าที่เราไม่คิดว่าจะใช้ และเขาก็ให้ที่อยู่เรามาหากจะส่งของไปให้พวกเขาในวันข้างหน้า เขาบอกว่ามันลำบากจริงๆ เขาไม่ได้อยากขอ แต่ถ้าเรามีเหลือๆ ก็ส่งมาให้เขาด้วย เขาขอบคุณมาก

ค่าที่พักไม่ได้แพงเลย น่าจะประมาณคืนละร้อย สองร้อย ต่อสองคนเท่านั้น ถ้าฉันจำไม่ผิด เพียงแต่ว่าพักแล้วจะหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ แต่เจ้าของที่พักก็ให้ความอบอุ่นกับเราด้วยน้ำใจในการต้อนรับเป็นอย่างดี บริเวณใกล้ๆ มีจุดๆ หนึ่งที่เจ้าของที่แถวนั้นทำเป็นฟาร์มเลี้ยงควาย จามรี ฉันชอบไปแอบนั่งตรงนั้นบ่อยๆ ข้างหน้าเป็นเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ท้องฟ้าฟ้าแจ๋ว นอนกลางเเดด มันคือความสุข จริงๆ นะ

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 31, 2009.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: