ติดแอร์ที่เนปาล ตอน 9 แซมบ้า เดอะ พ็อตเตอร์

ตื่นเต้นเป็นที่สุดกับวันแรกของการเดินเขา หรือเทรคกิ้งลังตังของเราทริปนี้ แต่แค่ก้าวขาออกมาไม่กี่ก้าว ความตื่นเต้นก็เปลี่ยนเป็นความกังวล “นี่วันแรกหรือวันสุดท้ายกันแน่” มันถึงได้เหนื่อยขนาดนี้ …

เราเริ่มต้นที่ฐานที่เรียกว่า Syabru Bensi ใน Bharkhu ตื่นตั้งแต่หกโมงครึ่ง เพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง การเดินเขาครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในแผน เราถกเถียงกันมาตั้งแต่ยังไม่เริ่มทริปนี้ แต่เมื่อมาถึงเนปาลจริงๆ ถ้าไม่เทรคเหมือนมาไม่ถึง เพราะที่นี่มีเทือกเขาลูกเล็กลูกน้อย ที่คอยให้เราปีนไปดูยอดสวยของหิมาลัย ถึงฉันจะเคยเห็นหิมาลัยแบบไม่ต้องปีนมาก่อน แต่การไปให้เห็นด้วยตา หรือการสัมผัสส่วนหนึ่งของมันด้วยตัวเอง มันต้องดีกว่าแน่ๆ เราก็เลยตัดสินใจมากันพร้อมซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเทรคกิ้งเพิ่ม

ขอเตือนทุกท่านด้วยความหวังดี พยายามอย่าคิดว่ารองเท้าผ้าใบของคุณที่ใส่เดินเล่นสยามจะช่วยให้คุณปีนเขาได้ง่าย มันไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่เพื่อความปลอดภัย เพราะภูเขาแต่ละลูก พื้นผิวมันเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ วันนี้คุณอาจโชคดีไม่เป็นอะไร แต่วันหน้าจะเป็นอย่างไรถ้าคุณไม่เตรียมพร้อม ฉันเองไม่มีหรอกรองเท้าเดินเขา เพราะไม่ได้เตรียมตัวมา และคิดว่ารองเท้าผ้าใบของฉันมันก็ไหวได้ มันใส่สบายก็จริง แต่พื้นยางของมันไม่เหมาะกับการขึ้นเขาแบบนี้เลย แล้วอีกเเปดวันข้างหน้า ฉันจะรอดไหม? ยังดีที่อเลบอกว่าให้ซื้อเสื้อกันฝน เผื่อว่าฝนตก ซึ่งตอนที่จะไปซื้อฉันยังล้ออเลอยู่เลยว่า หน้าหนาวจะตายแบบนี้ ฝนจะมาตกอีกทำไม ตอนแรกก็เลยจะไม่ซื้อ อเลเลยบอกว่าซื้อไปเถอะ ไม่กันฝนก็กันลมได้ ก็เลยซื้อมา

อเลที่ดูไม่เหมือนผู้เชี่ยวชาญ แต่จริงๆ แล้วเชี่ยวชาญ เพราะบ้านอเลที่อิตาลีอยู่ตูริน และไม่ใช่ในตัวเมืองตูริน แต่อยู่บนภูเขา ใกล้ๆ ชายเเดนจะข้ามไปฝรั่งเศสและสวิสเซอร์เเลนด์มะรอมมะร่อ เพราะฉะนั้นเรื่องปีนเขา เดินเขาต้องยกให้ ส่วนเรื่องสภาพอากาศ อเลรู้ดีนักว่าทำยังไงถึงจะอดทนและเตรียมพร้อมกับสภาพอากาศหนาวๆ ได้ เพราะอิตาลี มันหนาวเกือบตลอดเวลา หน้าร้อนยังไม่ต้องเปิดแอร์ และยิ่งอเลอยู่บนเขาด้วย ซึ่งตอนแรกฉันคิดว่าฉันโชคร้ายที่มากับอเลผู้ซึ่งเตรียมพร้อมทุกอย่างจนดูเหมือนว่าพร้อมเกินไป และหงุดหงิดเวลาที่โดนบ่นหรือว่าเรื่องการไม่เตรียมตัวเลยของฉัน อเลบอกว่า บนลังตังอาจจะมีทั้งฝนและหิมะ  ให้ซื้อเสื้อกันหนาวอีกตัวแบบอุ่นๆ เลยอีก ฉันก็ไม่เชื่อเหมือนเคยว่าหิมะจะตก แต่ก็ซื้อซึ่งสุดท้ายแล้ว อเลถูกทุกอย่างเลย!

เราตัดสินใจว่าจะไม่จ้างลูกหาบ (Potter) ฉันก็เลยเอาแค่เป้ใบเล็กมาใส่ของ ก็คิดว่าไหว แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันก็หนักสำหรับฉันเหมือนกัน แต่ก็คิดว่าเอาอะไรมาพร้อมแล้ว ส่วนอเลไม่ยอมเอาใบเล็กมา เพราะใบเล็กของอเลมันจะเล็กมาก ก็เอาใบใหญ่มาเลย และดันใส่ของมาซะเกือบเต็ม ของที่เหลือเราฝากไว้ที่โรงแรมที่เราคิดว่าแม่บ้านขโมยไปนั่นแหละ แต่เราเชื่อว่าคนทำผิดมันจะไม่กล้าทำผิดซ้ำสองเวลาติดๆ กัน และเราฝากไว้กับผู้จัดการในห้องเก็บของอย่างดี คิดว่าไม่น่ามีอะไรพลาด แล็ปท็อปก็อยู่ที่นั่นด้วย เอาก็เอา ลุ้นกันล่ะทีนี้

บริษัทนำเที่ยวถามเราตั้งแต่ตอนจ้างไกด์ว่าจะจ้างลูกหาบไหม เราบอกว่าไม่เอา เขาก็เลยไม่ได้เตรียมมาให้ การเดินทางครั้งนี้ก็เลยมีแค่เราสามคน อเล ฉัน และรัตนะ แต่ระหว่างทางฉันก็เห็นลูกหาบแบกของกันประปราย โดยเจ้าของทริปเดินนำไปก่อนแล้ว และให้ลูกหาบตามไป บางคนก็เด็กกว่าฉัน เป็นผู้หญิงก็มี เหมือนบ้านเราที่ภูกระดึงนั่นแหละ ไม่เห็นหน้าตาใครมีความสุข แต่ก็นะ ใครจะมีความสุขกับการแบกของหนัก ภูกระดึงแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่นี่เกือบครึ่งค่อนวันเลยทีเดียว

ฉันไม่จ้าง หนึ่ง ก็คือสงสาร สอง เราไม่ต้องเอาของไปเยอะก็ได้ แต่อีกใจหนึ่ง พวกเขาทำอาชีพนี้ ถ้าไม่มีใครจ้าง แล้วเขาจะหาเงินได้ยังไง หันไปมองอเลที่เอาเป้ใบยักษ์มา และทำท่าฟิตปั๋งว่าแบกได้ เริ่มต้นด้วยพลังเต็มเปี่ยวร้อยเปอร์เซนต์ แต่หลังจากเดินมาหนึ่งชั่วโมง ฮ่าฮ่า เจ้าพ่อตูริน นั่งน่าเหนื่อยหอบอยู่คนเดียว ก็เริ่มคิดแล้วว่า “จะไหวไหม”

วันแรกของการเทรค การเดินเขาค่อนข้างขรุขระและชัน เเละเปียก เปียกเพราะฝนตก ดีนะที่เชื่ออเลซื้อเสื้อกันฝนมา ตอนฝนโปรยลงมาตอนแรก อเลทำหน้าสะใจเล็กน้อยว่าเป็นไงล่ะ บอกแล้วไม่เชื่อ … ไม่เชื่อแต่ก็ซื้อเสื้อมาแหละน่า เรียกว่าเชื่อไหมล่ะ แต่พอเดินจริงๆ ฉันต้องทำหน้าสะใจอเลมากกว่า บอกแล้วให้เอาเป้เล็กมา ไม่เชื่อ

อเลตัวก็สูงกว่าฉันไม่มาก แต่ริอยากจะแบกของใหญ่ ฮ่าฮ่า จริงๆ แล้วอเลแข็งแรงกว่าฉันเยอะ เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แหละ แต่พลังสุดยอด แต่เเบกขึ้นเขาแบบนี้ ด้วยของเยอะแบบนี้ก็คือครั้งแรกของอเลเหมือนกัน แหม มาตกม้าตายเอาตอนนี้ซะงั้น รัตนะเห็นอเลทำท่าไม่ไหวก็เลยบอกว่าเดี๋ยวเขาช่วยแบก ผลัดกัน รัตนะแก่กว่าอเลเพราะรัตนะอายุเท่าๆ พ่อฉัน และคิดดู จะมาแบกของให้ อเลลังเล ไม่กล้าให้รัตนะแบก แต่รัตนะบอกว่า เอามาเถอะ คนละชั่วโมง จะได้ถึงไวๆ อเลเลยบอกว่า “รัตนะ หาลูกหาบให้ได้ไหม” ฮ่าฮ่า … ในที่สุด!

รัตนะไม่เห็นด้วย บอกแต่ว่าเขาช่วยอเลหาบได้ แต่พอเดินไปครึ่งชั่วโมง รัตนะก็หันมาบอกว่า “เดี๋ยวจะหาลูกหาบให้ละกัน” ฮ่าฮ่า อเล เธอแบกอะไรมาเนี่ย!

เราแวะพักที่เมือง Rasuwa หลังจากเดินมาสองชั่วโมง ที่ร้านชาร้าหนึ่ง เจ้าของชื่อ “แซมบ้า” เราพักดื่มชา และอยู่ดีๆ แซมบ้าก็บอกเราว่า “ตกลง ผมจะไปกับพวกคุณ” ฮ้า? แล้วรัตนะก็บอกพวกเราว่า “แซมบ้าจะเป็นลูกหาบให้เรา” เฮ้ยยยยย

แซมบ้ายิ้ม รัตนะเลยบอกต่อว่า เเซมบ้าเคยทำมาก่อน ก็เลยลองถามแซมบ้าดูว่าสนใจไหม ซึ่งแซมบ้าสนใจเพราะต้องการเงิน แซมบ้าเป็นชาวทิเบต แต่มาอยู่เนปาลตั้งแต่เล็กๆ อายุประมาณ 40 นิดๆ แต่ยังดูหนุ่มอยู่ แซมบ้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้มากนัก ได้แค่คำเล็กๆ น้อยๆ เราพูดกับเขาด้วยการใช้ภาษามือและให้รัตนะช่วยเเปล เขามีภรรยากับลูกอีกห้าคน เราไม่อยากให้เขาทำ เพราะเขาไม่ดูเหมือนลูกหาบ เราไม่อยากให้เขาต้องมาแบกกระเป๋าอเลตามเราต้อยๆ เขาควรอยู่กับครอบครัวมากกว่า แต่แซมบ้าบอกว่าต้องการเงินและอยากทำงานนี้ เราก็เลยยอม

ตอนเราเริ่มออกเดินทาง ลูกๆ และภรรยาของเขา ออกมาโบกมือบ๊ายบายกันพร้อมหน้าพร้อมตา ขนาดเราเดินขึ้นไปสูงกว่านั้นแล้ว มองลงมาเด็กๆ ยังยืนโบกมือและส่งเสียงเรียกพ่อพร้อมรอยยิ้ม เหมือนกับว่า “เดินทางปลอดภัยนะพ่อ” “กลับมาเร็วๆ นะพวกเราคิดถึง” อะไรแบบนั้นเลย ฉันเห็นแล้วสะท้อนใจ นี่เรากำลังพรากพ่อพรากลูกพรากเมียเขาหรือนี่ … ฮ่าฮ่า … เราที่ไหน อเลต่างหากที่พรากเขามา!

ทริปนี้เลยมีเเซมบ้าร่วมด้วยอีกคน ซึ่งหลังจากได้แซมบ้า อเลสบายขึ้นเยอะ เดินเหินไม่รอใคร ถ่ายรูปสนุกสนาน ในขณะที่ฉันต้องเเบกเป้ตัวเองเหมือนเดิม ฮ่าฮ่า แต่ฉันบอกเองว่าแบกได้ และอเลเป็นคนจ่ายค่าลูกหาบของเขาเอง ฉันไม่ได้หารด้วย ก็เลยแบกเองหญิงเหล็กไหมล่ะ

เราแทบไม่ได้สัมผัสกับวิววันแรกเท่าไหร่ เพราะฝนตกลงมาตลอดครึ่งแรกของการเดินเขาวันนี้ ฉันรู้สึกเพลียมากๆ และขาเริ่มล้า คนไม่ชอบออกกำลังกายอย่างฉัน เรียกได้ว่าแทบไม่เคยออกกำลังกายเลย แต่อยู่ดีๆ ต้องมาเดินๆๆๆ ทั้งวันแบบนี้ รอดก็บุญแล้ว พอถึงจุดพักทีไร แทบอยากจะนอนสลบให้ได้ทุกที ฝนก็ตกเหลือเกิน เดินกันตัวเปียก แต่เราก็ต้องเดินต่อ ไม่อย่างนั้นมันจะค่ำเกินไป และไม่ถึงที่หมายตามเวลา

สรุปว่า .. การเดินเขานอกจากจะต้องแข็งแรงแล้ว ยังสอนให้เรามีวินัยตรงต่อเวลาได้ดีอีกด้วยเเฮะ

แต่สรุปกว่าคือ

* เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการเทรคกิ้ง โดยดูจากสถานที่ที่จะไปเทรค และอากาศ ณ เวลานั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า กระติกน้ำ ถุงเท้า ถุงมือ หมวก อาหาร (ถ้ากินเยอะ จะพกไปสักหน่อยก็ได้ แต่ไม่ควรกินเยอะระหว่างเทรคอยู่ดี จะจุก และจะอ้วกได้)

* กระเป๋า แพ็คให้เบาที่สุด บางที่สุด ไม่ต้องกลัวว่าต้องใส่เสื้อซ้ำ ซักได้ ซ้ำได้ เดินเขาไม่ต้องอาย ไม่มีใครสนใจแฟชั่น

* ฟิตร่างกายให้พร้อม ถ้าร่างกายพร้อม ใจพร้อม อะไรก็พร้อมไปหมดแล้ว อย่าคิดว่า “เราทำได้อยู่แล้ว” แต่คิดเผื่อว่า “ถ้าเราทำไม่ได้ล่ะ” เราจะแก้ปัญหายังไง คิดเผื่อทุกอย่าง เวลาขึ้นไปแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นบ้างก็ไม่รู้ … อย่าให้ใจหดหู่นะ …

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 30, 2009.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: