ติดแอร์ที่เนปาล ตอน 8 Tibetian Hostel

สามชั่วโมงต่อมาหลังจากแวะกินข้าวกลางวัน รถบัสจอดอีกแล้ว คราวนี้ไม่ได้แวะทำอะไร แต่รถไม่สามารถไปต่อได้ เพราะถนนขาด!!

เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงหน้าฝน ฝนที่ตกหนักตัดถนนบางเส้นขาด และสำหรับเส้นนี้ ไม่ถึงกับขาดเป็นสองท่อน แต่ถนนบนเขาขรุขระและดินบางส่วนร่วงหล่นไปบนเหว รถบัสไม่สามารถแล่นต่อไปได้ ต้องจอดให้ทุกคนลงเดินเพื่อขึ้นรถคันถัดไปที่จอดรถอยู่อีกหนึ่งกิโลข้างหน้า

เดิน?!!!!!

ใช่ เดิน เป็นการเดินขึ้นเขาหนึ่งกิโลเมตร พร้อมเป้ทุกอย่างที่นำมาด้วย ต้องแบกไปเอง ก็ดี ถือเป็นการซ้อมเทรคกิ้งไปในตัว แต่ไม่ดีตรงที่ “ทำไมฉันซวยอย่างนี้วะ”

รถบัสของเรามาถึงก่อน หลังจากทุกคนลง ไกด์บอกว่าให้รอรถคันอื่นๆ มาพร้อมๆ กันแล้วจะได้เดินไปทีเดียว ฉันไม่แน่ใจว่าเราจอดกันที่จุดไหนและชื่อเมืองอะไร แต่วิวตรงนี้สวยมาก และมีร้านขายขนม อาหาร ของว่างมาตั้งเต๊นท์ขายรอเราอยู่แล้ว มีคนรถบัสคันอื่นๆ แล่นมาจอดเหมือนกัน และหนึ่งในนั้นเป็นรถประจำทางแบบส่วนตัวที่มีนักท่องเที่ยวเกือบเต็มคันรถ เราเจอไกด์เนปาลคนหนึ่ง อายุน้อยกว่าฉัน และดูทะมัดทะเเมงคล่องแคล่วเหมาะกับการเป็นไกด์ปีนเขามาก เขาเข้ามาทักทายรัตนะ ฉันถึงได้รู้ว่าเขามาจากบริษัทท่องเที่ยวเดียวกัน น้องไกด์คนนั้นนำทางให้สาวสวิสที่เดินทางคนเดียวในเนปาล เราทักทายกันเล็กน้อย ฉันงงว่า ถ้าเกิดน้องไกด์คนนั้น ทำงานบริษัทเดียวกับรัตนะ แล้วทำไม น้องไกด์คนนั้นพาสาวสวิสขึ้นรถบัสประจำทางแบบส่วนตัวที่ดีกว่าของฉันล่ะ

ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่เป็นคำตอบที่ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นจริงอย่างนั้นไหม แต่วินาทีนั้นมันก็ต้องเชื่ออย่างนั้น รัตนะบอกว่า เพราะคู่นั้นเขาไปเทรคกิ้งที่อื่นด้วย ทริปเลยจัดเเบบนั้น มีรถแบบนั้นให้ แต่ของเรา เรามาแค่ภูเขาเดียว ทริปก็เลยเป็นแบบนี้

จริงดิ?

ถึงรถฝั่งเรามาครบแล้ว แต่เราก็ยังไปไม่ได้ เพราะรถที่จะมาผลัดเปลี่ยนอีกฝั่งยังไม่มา เราต้องนั่งรออีกประมาณหนึ่งชั่วโมงถึงได้ออกเดินทาง แบกกระเป๋ากันอย่างเหนื่อย เราไม่ได้เตรียมตัวเดินวันนี้ แต่เราต้องมาเดินวันนี้ หนึ่งกิโลเมตรตรงนี้ มันไกลราวกับห้ากิโลเมตร อากาศชื้นเเฉะ มีหมอกลง ถนนดินโคลนลื่น ถ้าพลาด อาจตกขอบเหวได้ แต่เราก็ทำได้ ฮูเร!

เราขึ้นรถคันถัดไป ไปนั่งที่เดิมของเรา แล้วจู่ๆ ก็มีคนญี่ปุ่นสองสามคนขึ้นมา เป็นวัยกลางคน ไม่ใช่วัยรุ่นแบ็คเเพคมา ผู้ชายบอกว่า เขามีตั๋วรถ ตรงที่นั่งของเรา และพยายามจะเข้ามานั่งทั้งๆ ที่ฉันนั่งอยู่แล้ว ฉันบอกเขาว่าฉันก็มีตั๋วเหมือนกันอย่ามาทำเป็นมั่วและเราถูกเปลี่ยนรถมานั่งคันนี้ เขาไม่ฟังฉันเลย มัวแต่พร่ำพูดแต่ว่า “ผมมีตั๋วคันนี้และนั่งตรงนี้” ด้วยน้ำเสียงที่ฉุนเฉียวมาจากไหนไม่รู้ ฉันเริ่มโมโห เพราะตานี่ไม่ยอมหยุด ตะโกนเสียงดังจนทุกคนหันมามอง และคงคิดว่าหรือว่าฉันกับอเลโกงที่นั่ง เพราะตั้งแต่กาฎมัณฑุที่ฉันกับอเลทำให้คนเนปาลต้องลุกไป แต่ตอนนั้นมันคือที่ของฉันจริงๆ คนอื่นมาแย่งนั่งโดยไม่มีตั๋ว แต่ถ้าคนไม่รู้หรือไม่ได้ยิน ณ ตอนนั้น ตอนนี้ก็อาจคิดว่าพวกฉันมามั่วก็ได้ เพราะคนญี่ปุ่นที่มากับเพื่อน ทำท่าจริงจัง โวยวายแบบไม่ฟังอะไรเลย

อเลไม่ได้พูดอะไรมาก บอกแค่ว่านี่มันที่ของเรา  ปล่อยให้ฉันพูดคนเดียวส่วนมาก ซึ่งมักจะเป็นยังงี้เสมอ ถ้าอเลเถียงหรือเสียงดัง ฉันจะเงียบให้อเลพูด แต่ถ้าฉันเสียงดังเมื่อไหร่ อเลจะเงียบไม่กล้าพูดอะไรทันที คนญี่ปุ่นคนนั้นยังคงเสียงดังโวยวายไม่ยอมลงไป ฉันเริ่มทนไม่ได้ เลยตะคอกกลับบ้าง “หยุดพูดได้แล้วว่าคุณมีตั๋ว แล้วก็ฟังฉันมั่ง” ได้ผล เขาเงียบ เพราะฉันเสียงดังจริงๆ และยืนขึ้นมองหน้าและชี้มื้อไม้เลยด้วย ทนไม่ไหวแล้ว

ฉันบอกเขาว่า “ตั๋วนั่นนะฉันก็มีเหมือนกัน และฉันก็นั่งตรงนี้มาตั้งแต่รถคันที่แล้ว พอเปลี่ยนรถมา ฉันก็มานั่งที่เดิม ซึ่งทุกคนก็นั่งที่เดิม  และทุกคนในนี้คือคนที่ถูกเปลี่ยนมาจากรถคันนั้น ฉันไม่เห็นคุณมาก่อน คุณแน่ใจเหรอว่าคุณขึ้นมาโวยวายถูกคัน หรือว่าจะมาหลอก ตกรถคันอื่นแล้วมามั่วหรือเปล่า นั่นตั๋วจริงหรือเปล่า เอามาเช็คเลยดีกว่า ถ้าเกิดตั๋วคุณมันของคันนี้จริง ฉันจะลุกให้เลย แต่ถ้าคุณมั่ว เดี๋ยวหนักกว่านี้แน่” เขาเลยอ้ำๆ อึ้งๆ เพื่อนเขาผู้หญิง ดูตั๋วเขา แล้วพยายามจะฉุดเขาลงจากรถ แต่เขาไม่ลง แต่อึ้งอยู่ รัตนะเดินขึ้นมาตามเสียงโหวกเหวก และตรวจตั๋วให้ชายญี่ปุ่นและเพื่อนๆ เขาสองสามคนนั่น พอดูเสร็จก็หันไปบอกเขาว่า “ขอโทษครับ คุณขึ้นรถผิดคันครับ”

เนปาลีปรบมือเสียงดัง โห่ไล่ลงไปแทบไม่ทัน เล่นกับใครไม่เล่น นี่ก็เป็นอุทธาหรณ์อย่างหนึ่ง การทำอะไรในที่สาธารณะ อย่าลืมตรวจเช็คให้แน่ใจให้ถูกต้อง จะไปขึ้นรถลงเรือ ก็ดูให้แน่ว่ารถหรือเรือคันนั้นคือคันที่เราจะขึ้น จะได้ไม่ทำหน้าแตก แหกไม่มีชิ้นดีเหมือนนักท่องเที่ยวสองสามคนเมื่อกี๊

เราออกเดินทางอีกครั้ง ซึ่งตีนเขาไม่มีทีท่าว่าจะยอมให้เราเห็นง่ายๆ รถจอดอีกครั้งที่ด่านเข้าอุทยานลังตัง เรานึกว่าปล่อยให้เราได้ลงไปยืดเส้นยืดสาย แต่ปรากฎว่าตรงนี้เป็นจุดตรวจเช็คคนเข้าเมือง คนเนปาลไม่ต้องเสียเงิน แต่ต่างชาติต้องเสียเงิน ก็เลยจอดให้ฉันกับอเลลงไป แต่คนอื่นๆ ก็ลงตามมายืนบิดตัวแก้เมื่อย ถ้าจำไม่ผิด เราเสียเงินประมาณ 1,000 รูปี (ราวๆ ห้าร้อยบาท ณ ตอนนั้น) ต่อคน

เสร็จเรียบร้อยก็เดินทางต่อ อเลพยายามหลับ เพราะเส้นทางตรงนี้ค่อนข้างปลอดภัยกว่าก่อนหน้านี้แล้ว ฉันหลับไม่ลง  นั่งฟังเพลงเนปาลไปอีกสามชั่วโมง ที่สุดเราก็ถึงจนได้ โล่งอก!

ที่นี่ เมืองราซูวา (RASUWA) เราพักอยู่บริเวณที่เรียกว่า Syabru Bensi ถือเป็นเหมือนศูนย์กลางของการขึ้นเขาลังตัง เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่กำลังถูกพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านสำหรับการท่องเที่ยว มีทั้งร้านค้า ธนาคาร สำนักงานมากมาย แต่ก็ยังไม่สะดวกสบายเท่าในเมืองหลวง แต่ตอนที่เราไปถึงร้านค้าส่วนใหญ่ปิดกันส่วนมาก เพราะเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดของเนปาลประมาณ 10 วัน ไกด์พาเราไปพักที่ Tibatian Hostel

เป็นโรงแรมที่พักง่ายๆ แต่ละห้องมีสองเตียง แบ่งห้องด้วยไม้ฝ้าบางๆ ทำอะไรห้องไหน ได้ยินทั้งตึกแน่นอน ห้องน้ำแยก ที่กินข้าวอยู่ด้านล่าง ครอบครัวคนเนปาลเป็นเจ้าของ และนั่นก็คือบ้านของเขาด้วย เจ้าของน่ารักมากๆ รัตนะบอกว่าเขามีข้อตกลงกับโฮสเทลนี้ว่า เรามาอยู่ที่นี่ได้ฟรี แต่จ่ายเฉพาะค่าอาหารเท่านั้น ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นข้อตกลงระหว่างรัตนะกับเจ้าของแบบธุรกิจหรือแบบเพื่อน แต่ดูเหมือนว่ารัตนะมักจะพาคนมาพักที่นี่เสมอ ฉันกับอเลจ่ายเงินให้กับบริษัทนำเที่ยวนี้มาแล้ว และบริษัทก็ได้แบ่งเงินให้ไกด์มาพาพวกฉันเที่ยว เราก็เลยไม่ต้องใช้เงินอะไรอีก ฉันพยายามกินให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเจ้าของจะได้ได้เงินจากบริษัทเยอะๆ และรัตนะก็ใจดี ให้เรากินไม่อั้นเหมือนกัน คงรู้ว่าเราหิวโซ

วันนี้ เหนื่อยเหลือเกิน ขนาดยังไม่ได้เริ่มเดินเขานะเนี่ย ไม่อยากจะคิดเลยว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง กินข้าวเสร็จ เราก็ไปอาบน้ำ เตรียมตัวนอน อากาศบนนี้หนาวมากๆ นี่ล่ะคือที่มาของชื่อทริป “ติดแอร์ที่เนปาล” กาฎมัณฑุเเค่เย็นๆ แต่บนนี้ หนาวเหมือนไปยุโรป นี่เพิ่งเดือนตุลาคมเอง ไม่มีน้ำอุ่นให้อาบ ฉันราดสามขันแล้วรีบแต่งตัวเข้าไปคุดคู้ในผ้าห่มทันที เมืองนี้ถึงกำลังถูกพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ไม่ถึงสองทุ่มทุกอย่างก็มืดหมดแล้ว เรารีบนอน เพราะพรุ่งนี้เราต้องตื่นหกโมงอีกเหมือนเดิม ขอให้ลูกช้างโชคดี เทรคกิ้งผ่านไปด้วยดีด้วยเถิด….

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 30, 2009.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: