ติดแอร์ที่เนปาล ตอน 6 กาฎมัณฑุ เดอร์บาร์ สแควร์

เพราะเงินหายเมื่อวาน ทำให้เราเลื่อนวันเดินทางไปเทรคกิ้ง ก็เลยมีเวลาอีกหนึ่งวันในเมืองหลวงของเนปาล “กาฎมัณฑุ” นี้ ฉันนึกถึงตอนเพื่อนๆ ชาวต่างชาติของฉันบางกลุ่ม บางคน ที่เวลามาเที่ยวเมืองไทยแล้วก็อยู่ในแต่ในกรุงเทพฯ โดยไม่คิดจะเดินทางไปที่อื่นๆ เลย เพื่อนฉันให้เหตุผลว่า “เพราะกรุงเทพฯ ช่างแสนสบาย” มานึกดูตอนนี้ที่เราอยู่เมืองหลวงของเนปาลมาหลายวันแล้ว ถ้ามีใครมาถาม ทำไมพวกเราถึงอยู่ที่นี่นานนัก คำตอบมันคงไม่ชอบ “เพราะกาฎมัณฑุช่างแสนสบาย” แต่เป็นเพราะว่า “เพราะพวกเราขี้เกียจ” ซะมากกว่า

เมืองหลวงของเนปาล ไม่ได้ศิวิไลซ์เท่าเมืองหลวงของประเทศไทย ห้างสรรพสินค้าก็มี แต่เป็นรูปแบบมอลล์ย่อมๆ ไม่มีใหญ่โตอลังการเหมือนพารากอน การเดินทางมาเนปาลที่สะดวกที่สุด และมีสายการบินที่บินตรงมาถึงที่นี่ส่วนใหญ่แล้วก็จะลงที่กาฎมัณฑุทำให้มันกลายเป็นศูนย์รวมนักท่องเที่ยวไปอย่างไม่ยาก

ในเมืองหลวง จะมีศูนย์กลางที่มีทั้งตลาดสด ตลาดนัด วัด ร้านหนังสือ ร้านขายของ และอื่นๆ ทั่วๆ เรียกว่า กาฎมัณฑุ เดอร์บาร์ สแควร์ และเป็นศูนย์กลางใจเมืองที่สำคัญ เพราะเป็นสถานที่สำคัญของพระมหากษัตริย์และกุมารี

Kathmandu Durbar Square มีสถานที่สำคัญหลายแห่งอย่างที่บอก โดยเฉพาะพระราชวังเก่าแก่ของกษัตริย์เนปาล หรืออีกชื่อว่า “พระราชวังหนุมานโดก้า” (Hanuman Dhoka) ไหนๆ ก็เล่าแล้ว ขอเล่าต่อตามที่ได้รู้มาอีกสักหน่อย พยายามอย่าคิดว่านี่คือสารคดี แต่เป็นการเล่าสู่กันฟัง จะได้ไม่เบื่อ นะจ๊ะ

Hanuman Dhoka ได้ชื่อมาจากอนุสรณ์สถานของหนุมาน ผู้อุทิศตนรับใช้พระราม บริเวณนี้ยังมี “วิหารกุมารี” ซึ่งกุมารีคือเทพธิดาพรหมจรรย์ ที่เชื่อกันว่าเป็นเทพธิดาที่มีชีวิตองค์เดียวในโลก ชาวเนปาลให้ความนับถืออย่างสูงสุด หากโชคดี จะเห็นกุมารีมองลงมาจากหน้าต่าง สถาปัตยกรรมที่สำคัญอีกแห่งบริเวณนี้คือ กัสตามันดป ซึ่งได้รับคำบอกกล่าว่าอาคารนี้สร้างด้วยต้นไม้ต้นเดียว และชื่อของอาคารก็กลายเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวง “กาฎมัณฑุ” แห่งนี้  นอกจากนี้ยังมีวัดวาอารามสำคัญอีกมากมายล้อมรอบจตุรัสนี้  ซึ่งวัดเก่าแก่ที่สุดบริเวณนี้ถูกสร้างขึ้นราวๆ ปี ค.ศ. 1560-1574 ก็เกือบห้าร้อยปีมาแล้ว

กาฎมัณฑุมีตำนานอันเก่าแก่และน่าสนใจมากกว่าที่จะบรรยายได้หมด แต่ละเรื่องราว มีที่มาที่ไปที่สลับซับซ้อน สำหรับคนที่ชอบ จะรู้สึกสนุกทีได้ติดตาม เพราะตำนานของเมือง วัด หรือสถานที่ต่างๆ ในเมือง เป็นเรื่องเล่าขานราวกับนิยาย ที่หลายๆ คนอ้างว่าทุกตำนานคือเรื่องจริง

เราเดินเล่นรอบๆ เมือง ถ้าสนใจจะซื้อเครื่องเงินเก่าแก่ไปเป็นของฝาก ตั้งแต่มีดขนาดเล็ก ไปจนถึงพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ก็ให้เดินมาหาได้ที่นี่ แต่ถ้าอยากได้ของแท้ อย่าลืมพาคนที่เชี่ยวชาญมาด้วย เพราะสำหรับฉัน คิดว่าของขายบริเวณนี้เป็นของที่ทำจำลอง (หรือเลียนแบบ) ขึ้นมา ด้วยราคาที่ย่อมเยาว์ หากซื้อไปฝากเพื่อนโดยไม่คิดอะไรมาก ช้อปปิ้งแถวนี้ก็ถือว่าสะดวกสบาย แต่ถ้าอยากหาของแท้ ก็ต้องเดินลัดเลาะไปบริเวณตลาดใหม่ และอย่าเพิ่งปักใจหากเจอของถูกใจในร้านในร้านหนึ่ง แต่ควรใช้เวลาตรวจสอบอีกสักสองสามร้าน เพื่อว่าจะได้ราคาที่ไม่แพงเกินไป แล้วก็ยังได้ของดีของแท้กลับบ้านด้วย

ถ้าจำที่ฉันเล่าได้ว่า ไม่ว่าเดินไปไหน มักจะมีคนมาถามว่าเราต้องการอะไรที่แรงบุหรี่ไหมอยู่เสมอๆ ไม่เว้นแม้แต่เช้าวันนี้ ระหว่างที่เรากำลังเพลินหูเพลินตากับกาฎมัณฑุยามเช้าที่คนไม่คับคั่ง ก็มีชายหนุ่มมาถามเราอีกแล้วว่า “ต้องการไหม” หนุ่มคนนี้ดูหน้าตาสะอาดสะอ้านและพูดจารู้เรื่อง เราบอกว่าไม่เป็นไร แต่เราหิว มีร้านแนะนำไหม เขาก็เลยพาเราไปร้านอาหารที่เขาทำงานอยู่แถวนั้น และเปลี่ยนจากการแนะนำอะไรให้เราสูดเข้าปอด แต่เป็นอาหารอร่อยๆ ให้เราได้ลองแทน เสร็จแล้วก็ออกมาสำรวจรอบนอกกันต่อ เอาให้ชุ่มฉ่ำใจ เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ เราก็จะลาจากเมืองนี้กันแล้ว

ตอนดึก กลับไปช้อปปิ้งที่ทาเมล เพื่อซื้อถุงนอน เเจ็คเก็ตกันฝน กันลม สำหรับไปเทรคกิ้ง เรามองหารองเท้าเทรคที่ฉันไม่ได้เตรียมมา เพราะในชีวิตไม่เคยลองเทรคกิ้งแบบจริงจังมาก่อน เทรคกิ้งก็คือการเดินเขา เขาที่เคยเดินก็คือภูกระดึง ใช้เวลาสามชั่วโมงสี่สิบนาทีไปถึงยอดเขาถือว่าไม่หนักเท่าไหร่ ตอนนั้นจำได้ว่าบอกตัวเองไว้ว่า “ต้องไปภูกระดึงก่อนอายุ 30 ไม่งั้นจะปีนไม่ไหว” แต่มา ณ วันนี้ จะไปปีนลังตัง อายุก็สามสิบเอ็ดเข้าไปแล้ว ถึงขาจะสั่นแต่ใจมันสู้ อเล มีอุปกรณ์มาพร้อมกว่าฉัน เพราะอเลขนทุกอย่างในโลกมาสำหรับทริปนี้ ก็เลยไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มมากนัก แต่ฉันเนี่ยสิ โดนบ่นว่าไม่เตรียมพร้อม ใส่รองเท้าผ้าใบมาเทรค ชิชะ อ้าว .. ก็ตอนแรกไม่คิดว่าจะเทรค ก็ไม่ได้ซื้อ ซื้อแล้วไม่ได้เทรคก็เปลืองตังแย่ แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ได้ซื้ออยู่ดี เพราะคิดว่ารองเท้าผ้าใบที่ใส่มาก็น่าจะเพียงพอแล้วเหมือนกัน

เรามีร้านช้อปปิ้งประจำร้านหนึ่ง อยู่ในตรอกทางเข้าโรงแรมมัสแตงของเรา คนขายเป็นชายวัยรุ่นเนปาลสองคนที่พูดภาษาอังกฤษได้เริ่ดมาก (แต่จริงๆ แล้วคนที่นี่ก็ใช้ภาษาอังกฤษกันเยอะ เพราะได้เรียนตั้งแต่เด็กๆ) เราเข้าไปซื้อของจนซี้กัน เขาก็เลยลดราคาให้เราอย่างน่าพอใจ ฉันจำชื่อร้านไม่ได้ แต่ถ้าใครผ่านไปผ่านมาใกล้ๆ ทาเมล ลองถามหาทางเข้าไปโรงแรมมัสแตง ปากทางเข้าซอยไปโรงแรม ด้านขวามือ จะมีร้านขายของสำหรับเทรคกิ้ง ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า กระติกน้ำ ถุงนอน ผ้าห่ม สารพัด ร้านนี้แหละ จะได้เจอคนขายแนวๆ สองคน อัธยาศัยดีแน่นอน

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 30, 2009.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: