ติดแอร์ที่เนปาล ตอน 13 ไกด์แก่

แต่ละระดับความสูงที่เราไต่ขึ้นไปพัก ราคาข้าวของต่างๆ ก็เริ่มแพงขึ้นๆ เรื่อยๆ จากของราคา 15 รูปี ก็กลายเป็น 80 รูปี หรืออย่างทิชชู ที่ในเมืองขาย 20 รูปี แต่บนนี้ 100 รูปี !

ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว มากนักที่นี่ และส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนต่างชาติรุ่นเดียวกับพ่อหรือปู่มาเทรคกันมากกว่า ฉันลองนึกภาพพ่อกับแม่มาเดินเขาที่นี่ เขาจะทำได้ไหม เเค่ฉัน ยังจะตายเลย แล้วพ่อแม่จะไหวหรือเปล่า แต่คนต่างชาติที่มาก็อายุไม่แพ้พ่อเลย เขาแข็งแรงกันจริงๆ ฉันเองก็อยากให้พ่อกับแม่มาเห็นวิวสวยๆ แบบนี้เหมือนกัน แต่สองคนนั้นเขาไม่ใช่นักเดินเขาหรือชื่นชมธรรมชาติขนาดหนักแบบฉัน ฉันอยู่ในเมืองร้อนที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลและภูเขา แต่ภูเขาบ้านฉันก็สวยไปอีกแบบที่แตกต่างไปจากที่นี่ สิ่งที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้า ฉันไม่สามารถหาเจอในประเทศไทยได้ ภูเขาที่มีหิมะปกคลุมแบบนี้ ถ้ามีก็มหัศจรรย์นัก

รัตนะบอกว่า การมาเทรคกิ้งถ้าจะให้ดีคือช่วงหน้าหนาวแบบนี้ หรืออีกทีก็ตอนเดือนมีนาถึงเมษา ช่วงหน้าหนาวจะได้เห็นหิมะ และช่วงเดือนมีนา จะเห็นต้นไม้ผลิดอกออกผล และอากาศไม่หนาวเกินไป ฉันเองอยากกลับไปอีกช่วงเดือนมีนา ฤดูใบไม้ผลิ ป่าจะเป็นสีเขียว สดชื่น ต้นไม้ออกดอกสีแดง สีม่วง น่าจะร่มรื่นไม่เบา

รัตนะ เป็นไกด์ที่อายุมากแล้ว อาจจะทำอะไรไม่คล่อง แต่ประสบการณ์เขาก็มากพอตัวทีเดียว และด้วยความที่อายุคราวพ่อ การดูแลเด็กๆ ในการเที่ยว เขาก็ทำยิ่งกว่าหน้าที่ของไกด์ ถึงบางทีเราจะไม่เข้าใจคำพูดของเขา แต่เราก็รู้ว่าเขาห่วงและตั้งใจดูแลเราอย่างดี ไม่โกรธ ไม่หงุดหงิด ไกด์คนนี้ดีมากๆ เขาบอกว่าเขามีลูก 11 คน และมีเขาคนเดียวที่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ตอนนี้เขาก็แก่ลงทุกวัน ทำให้บริษัทนำเที่ยวไม่อยากจ้างเขาเป็นไกด์อีกต่อไป เขาบอกว่าถ้าฉันกับอเลมีโอกาสกลับมาอีก หรือมีเพื่อนอยากมาเทรค อย่าลืมติดต่อเขา ตั้งแต่กลับมา เขาก็อีเมล์หาฉันบ้างเป็นครั้งคราว และบอกว่าเศรษฐกิจตอนนี้แย่กว่าที่เคย เพราะคนเริ่มเทรคกิ้งกันเองโดยไม่ต้องการไกด์ ฉันก็ได้แต่บอกว่าเสียใจด้วย แต่ฉันก็ไม่ได้มีโอกาสกลับไปใช้บริการเขาอีกตอนนี้ และเพื่อนๆ ของฉันก็อย่าหวังว่ามันจะไปเทรคแบบนี้เลย ..

และจริงๆ แล้ว ฉันก็คุยกับอเลเหมือนกันว่าเทรคกิ้งไม่ใช่เรื่องยาก เส้นทางไม่ได้วกวน ทุกคนถ้ามีแผนที่ก็สามารถขึ้นไปกันเองได้ และติดต่อที่พักได้เองเหมือนกัน เพราะที่นี่ไม่มีอะไรอันตราย ระหว่างทางก็เป็นหมู่บ้านคนเนปาล และก็มีเขตทหารให้เราเซ็นต์ชื่อเข้าออก .. ก็แค่นั้น

วันนี้ตื่นเเต่เช้า เตรียมตัวเดินทางต่อไปถึงลังตัง มีเนปาลีสองคนขี่ม้า แต่งตัวสวยงาม และมีคนอีกกลุ่มกำลังเดินผ่านมา พร้อมมีเสียงเพลงร้องดังมาแต่ไกล เลยถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นเหรอ เขาบอกว่า “มีงานแต่งงานวันนี้ คนเยอรมันกับสาวเนปาล มาดูกันเร็ว” .. ว้าว … น่าสนใจ น่าสนใจ ความอยากรู้อยากเห็นทำให้ฉันวิ่งออกมาอยู่แถวหน้าทันที

ขบวนแห่ผ่านมา เจ้าบ่าวขี่ม้ามาพร้อมเจ้าสาว ฉันก็เลยถ่ายรูปเป็นที่ระลึกตอนเจ้าบ่าวหันมายิ้มให้กล้องพอดี ฮ่าฮ่า ชุดแต่งงานสวยมาก เป็นแบบชาวทามัง ที่ได้อิทธิพลมาจากชาวทิเบต เจ้าสาวสวยจริงๆ เจ้าบ่าวแต่งตัวเหมือนแซมบ้า แซมบ้าไม่ได้แต่งตัวเหมือนพวกเราทั่วไป แต่ใส่ชุดเหมือนนินจาในหนังจีน ซึ่งเป็นชุดของทิเบต แต่ของเจ้าบ่าวจะมีเครื่องประดับเยอะหน่อย

ขบวนแห่ผ่านไป ผู้คนต่างก็วิ่งตามไปดู รู้สึกว่าวันนี้เราเริ่มต้นวันใหม่กับสิ่งดีๆ จริงๆ

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 30, 2009.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: