ติดแอร์ที่เนปาล ตอน 12 โลกใบใหม่

ถ้าฉันตัดสินใจไม่ไปต่อ .. ป่านนี้คงนั่งร้องไห้ร่ำๆ จะไปให้ได้แน่ๆ วันแรกของการเทรคมันเป็นวันที่โหดที่สุดจริงๆ แต่ที่เหลือ ง่ายยิ่งกว่าง่าย …

เราต้องเดินทางถึงสามวัน ถึงจะขึ้นมาถึงยอดเขาลังตังได้ และเราก็อยู่บนนั้นสองวัน แล้วก็ค่อยเดินทางลงมา แต่ละวัน สภาพอากาศก็เปลี่ยนแปลงแบบไม่ซ้ำ วันแรกฝนตกกระหน่ำ แต่พอขึ้นสูงขึ้นมาก็เริ่มหนาวขึ้น หนาวขึ้น ฉันชอบวิวและสภาพอากาศแบบนี้มากๆ ใช้คำว่าโคตรสวยยังไม่พอ และยิ่งเวลาเดินขึ้นไปๆ แล้วมองเห็นเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุมข้างหน้า ที่มันดูไกลแสนไกล และคิดว่าฉันจะเดินไปถึงจริงๆ หรือนี่ .. แต่เทือกเขาเหล่านั้นก็เป็นตัวล่อใจ ช่วยต่อพลังให้เดินต่อไปได้เรื่อยๆ

วันนี้เรายังไม่ถึงลังตัง แต่พรุ่งนี้ถึงแน่ๆ คืนนี้เราพักกันที่ View Village Hotel Lodge เราได้ห้องริมหน้าต่างที่มองออกไปเห็นวิวหมู่บ้าน ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรถึงจะบรรยายความงามของที่นี่ได้ ฉันแทบจะกรี๊ดตอนมาถึง บ้านบางหลังสร้างด้วยหิน มีหลังคาเป็นไม้ ที่คานน้ำหนักด้วยหินก้อนใหญ่ๆ บางหลังสร้างด้วยไม้แบบธรรมชาติเท่าที่จะพอหาได้ คนที่นี่ไม่ใช่คนรวย แต่ทุกคนยิ้มแย้มมีความสุข ที่นี่ห่างจากตัวเมืองอยู่หลายกิโล มันช่างเป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อนของคนที่ต้องการความเงียบสงบแท้ๆ

“นิว นี่เธอกำลังอยู่ในโลกอีกใบใช่ไหม!” ฉันถามตัวเองอย่างนั้น ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันก็ใบเดียวกับที่ที่ฉันจากมานั่นแหละ แต่มันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นักท่องเที่ยวที่นี่ก็ยิ้มแย้มเป็นมิตร ทุกคนเหนื่อยล้าจากการเดินขึ้นมา กว่าเราจะมาถึงมันไม่ใช่ง่ายๆ แต่วิวสองข้างทางก็ทำให้เราขึ้นมาถึงที่นี่ได้ รวมทั้งเพื่อนร่วมทาง

วิถึชีวิตของคนที่นี่เรียบง่ายและสวยงาม ป่าสองข้างเต็มไปด้วยต้นโอ๊ค เมเปิ้ล ไพน์ ดอกไม้หลากสี และกัญชา!!!😀 มีสัตว์ตั้งแต่สัตว์บ้านจนถึงสัตว์ป่า วัว กระทิง กวาง ควาย กระต่าย หมีดำ (โชคดีไม่เจอหมี!) ม้า ไก่ แพะ … และน้ำตกหลายแห่ง ที่มีน้ำไหลตลอดเวลา สวรรค์ชัดๆ!

ระหว่างทาง เราได้แวะพักดื่มชาในร้านต่างๆ พวกเขาช่างโชคดีที่มีบ้าน มีร้านอยู่ในขุนเขา สามารถมองวิวที่สบายตาแบบนี้ได้ทั้งวันทั้งคืน ถ้าพูดอะไรได้มากกว่านี้คงดี แต่มันก็อธิบายให้เห็นได้แค่นี้จริงๆ ฉันไม่ใช่นักพรรณนาโวหาร ก็ได้แต่บอกตามที่เห็น นอกจากธรรมชาติสร้างสิ่งเหล่านี้มาให้พวกเขาแล้ว วิถีชีวิตพวกเขาก็น่าสนใจอีกด้วย คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ แถวนี้เรียกว่า Tamang หลายครั้งหลายหนที่เราได้ร่วมวงสนทนาและทำกิจกรรมเล็กน้อยกับกลุ่ม ทามัง คอมมูนิตี้ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความรู้สึกของการใช้ชีวิตที่นี่กับเมืองไทย หรืออิตาลี

มันคือความสุขที่ได้นั่งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน ใต้พระอาทิตย์ มองตามเทือกเขาที่เป็นลูกน้องของหิมาลัย ท่ามกลางผู้คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา พร้อมคำทักทายตลอดเวลาว่า “นมัสเต” เรามาไกลถึงนี่ เพื่อมาเห็น มาได้ยิน มาลอง มารู้ และมาซึ้งกับความอบอุ่นที่ทุกคนที่พบเจอมอบให้ .. มันช่างสุโค่ย!

“ฉันอยากอยู่ที่นี่” ฉันบอกตัวเอง

ว่าแล้วก็เดินไปถามเนปาลีแก๊ง ว่าจะเป็นไปได้ไหมถ้าฉันจะมาอยู่ที่นี่ หรือมีบ้านที่นี่ พวกเขาบอกว่าที่นี่เป็นเขตอุทยาน จะอนุญาตเฉพาะคนเนปาลเท่านั้น ถ้าอยากมาอยู่ก็แต่งงานกับคนเนปาลสิ ฮ่าฮ่าฮ่า แหม่ มีเล่นมุข บ้านทุกหลัง ล้วนมีอายุเก่าแก่ เจ้าของบ้านเป็นรุ่นทวด หรือแม่ของทวด และลูกหลานก็สืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ สรุปว่าฉันไม่สามารถมาซื้อที่แถวนี้ได้ แต่ต้องแต่งกับคนเนปาลเท่านั้น … อืม .. อเลคงเหยียบฉันตาย ฮ่าฮ่า ..

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 30, 2009.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: