ติดแอร์ที่เนปาล ตอน 11 หญิงสาวผู้อ่อนแอ

ฉันคิดผิดมากเรื่องรองเท้าผ้าใบ ฉันคิดว่ามันจะพาฉันขึ้นเขาไปได้ด้วยดี แต่เพราะฝนที่ตกลงมาวันแรกของการเทรคกิ้ง ทำให้รองเท้าที่ไม่กันน้ำ ดอกยางเกือบเสื่อม เปียกไปหมด ยิ่งสูง ยิ่งหนาว อย่างที่เขาว่าไว้ ยิ่งหนาวเท่าไหร่ เท้าก็หนาวและเดินแทบไม่ไหวเท่านั้น อย่างที่ฉันบอกไปแล้วว่า ฉันรู้สึกท้อ เหนื่อย หมดแรง หิวโหย ปวดเมื่อย และอาการเหล่านี้ที่ทำให้ฉันเริ่มงอแง อีกสามคนที่มาด้วยกันเป็นชายล้วน ยังดูแข็งแกร่งดีไม่มีปัญหา แต่ฉันกลับรู้สึกว่าทำไมฉันต้องมาทรมานตัวเองแบบนี้ด้วย ใจมันอ่อนไปแล้ว เเล้วเรี่ยวแรงมันจะเหลือเหรอ …

นั่งคิดอยู่ว่ามันคุ้มค่าไหม ถ้าฉันจะเดินทางต่อไป ลังตังมันจะสวยขนาดต้องทนเหนื่อยอีกกี่วันเพื่อขึ้นไปดูเลยเหรอ ….

การเดินทางมาที่จุดพักแรกสำหรับคืนแรก ควรใช้เวลาแค่ 6-7 ชั่วโมง แต่ฉันล่อเข้าไป 9 ชั่วโมง และทุกคนช้าเพราะฉัน ถึงรัตนะจะแก่กว่าฉันเกือบสองเท่า แต่เขาก็คุ้นเคยกับเส้นทาง แถมยังเป็นคนที่คอยรอฉันเวลาที่ฉันเดินช้า และยังช่วยฉันเเบกเป้ตอนจุดสุดท้ายที่ฉันรู้สึกเหมือนจะตายไปอีกด้วย

ฉันรู้สึกตัวตอนนั้นเลยว่า ฉันมันแก่ ไร้เรี่ยวแรง และอ่อนแอ งอแงเอามากๆ

แต่ .. ในทึ่สุดทุกคนก็ช่วยทั้งให้กำลังใจ ช่วยแบกกระเป๋า จนเรามาถึงแคมป์แรกได้ มีเกสท์เฮาส์หลายที่ให้เลือกพัก รัตนะเลือกให้เราพักที่ Tibetian Guesthose (เกสต์เฮาท์ที่นี่ส่วนใหญ่มักจะตั้งชื่อนี้ เพราะแถบนี้ค่อนข้างใกล้กับทิเบต และคนทิเบตหลายๆ คนอพยพมาอยู่ที่นี่)

พอถึงจุดนี้ฉันโล่งใจขึ้นเยอะ ได้พักแล้ว! ฉันชอบที่นี่นะ เจ้าของเป็นคนทิเบต และทำอาหารอร่อยมากๆ ห้องพักของเราไม่ได้ใหญ่มาก และไม่มีไฟฟ้าหลังพระอาทิตย์ตก ส่วนใหญ่คนที่นี่จะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ถ้าไม่มีไฟฟ้า แปลว่าไม่มีน้ำอุ่นด้วย ฮ่าฮ่า สนุกล่ะ เพราะพอขึ้นมาถึงตรงนี้ อากาศหนาวเย็นก็มานมัสเตกันให้ขนลุกทันที แต่ฉันไม่ค่อยคิดมากเรื่องนี้ เพราะปกติการอาบน้ำไม่ใช่เพื่อนรักของฉันอยู่แล้ว (จะหาว่าสกปรกก็ได้ ฉันชินแล้ว) พอมาถึงห้องพัก อเลบอกว่าเดี๋ยวมา และกลับมาพร้อมกับน้ำอุ่นที่ไปขอจากเจ้าของมาให้ฉันแช่เท้า … อยากจะร้องไห้ อเลบอกว่า เท้าฉันน่ะมันเย็นมาก เพราะรองเท้าผ้าใบมันเปียก และเดินมาทั้งวัน ก็เลยทำให้ฉันเหนื่อยและล้า แล้วเดี๋ยวจะพาลไม่สบายเอา แช่เท้าไว้นะ จะได้หายเหนื่อย .. ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอเลจะทำแบบนี้ให้ ประทับใจมากๆ!

แต่ฉันก็ต้องเปิดฉากพูดสิ่งที่ฉันคิด ก่อนที่มันจะสายไป “อเล ฉันขอโทษนะ แต่.. ฉันคิดว่าฉันเดินเขาต่อไปถึงลังตังไม่ไหวแล้ว”

คิดดูสิ นี่มันแค่วันแรก แล้วอีก 7 วันที่เหลือล่ะ ฉันจะไม่เป็นซากไปเลยรึ สิ่งที่ฉันบอก สะกดอเลให้หยุดทำทุกสิ่งทุกอย่างและอึ้งไปพักใหญ่ อเลมองหน้าฉัน มองเท้าฉัน มองไปรอบๆ แล้วก็บอกฉันว่า “โอเค ถ้าเธอไปไม่ไหว งั้นเราก็ไม่ต้องไป ฉันไม่ไปคนเดียวเเน่ๆ ฉันไม่ให้เธอกลับไปคนเดียวแน่ๆ ถ้างั้น เราจะกลับกันพรุ่งนี้ หรืออยู่ที่นี่อีกวันเพื่อพักผ่อนดีไหม เดี๋ยวฉันจะไปอธิบายให้รัตนะกับแซมบ้าฟังเอง ไม่ต้องห่วงนะ”

รัตนะกับแซมบ้า พออเลพูดถึงขึ้นมาฉันก็จุกเหมือนกัน นั่นสิ แล้วพวกเขาล่ะ อเลก็ต้องการเทรคต่อ แต่เพราะฉัน เขาถึงได้บอกว่าไม่เป็นไร รัตนะและเเซมบ้าก็ต้องการเงิน ถ้าฉันจบ เขาก็จะได้ไม่ครบตามที่เขาต้องการ ตอนที่ฉันตกลงจะมาเทรคกับอเล ฉันก็ตกลงด้วยความตั้งใจและอยากมา แล้วก็ตกลงว่าจะมากัน 8 วัน แล้วนี่อยู่ๆ ฉันก็จะมาหยุดทุกๆ อย่างเพราะความอ่อนแอของฉันน่ะเหรอ … แล้วคนอื่นๆ ล่ะ รัตนะจะได้เงินจากบริษัทครบไหม แซมบ้าล่ะ ที่ตัดสินใจทิ้งครอบครัวมาแบกกระเป๋าให้อเล แล้วลูกๆ เขาจะทำยังไง แล้วอเลล่ะ หนีมาเนปาลก็ทีหนึ่งแล้วที่อเลยอมมาด้วย แล้วนี่ยังหนีการเดินเขาอีกเหรอ แล้วฉันล่ะ ทำไมฉันถึงได้อ่อนแอขนาดนี้ เราไม่ได้จะไปตาย เราจะขึ้นไปดูความสวยงามของหนึ่งในเทือกเขาของหิมาลัย เราจะไปสัมผัสชีวิตคนเนปาลบนยอดสูง ฉันแน่ใจเหรอว่าฉันอยากกลับตอนนี้จริงๆ ฉันไม่อยากพิสูจน์ตัวเองว่าฉันทำได้เหรอ ฉันไม่อยากเจอสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างให้เหรอ ฉันหันไปนอกหน้าต่าง ฝนหยุดตกแล้ว ฉันมองเห็นรุ้ง … “วันพรุ่งนี้มันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้นะนิว” ฉันบอกตัวเองอย่างนั้น แล้วก็หันมาหาอเล

“ขอโทษนะ” หลุดออกมาจากปากฉัน

“ฉันจะไปต่อ”

อเลไม่พูดอะไร แต่มองหน้าแล้วก็ยิ้มแบบดีใจและก็เข้าใจ

คืนนั้น เรากินมื้อค่ำกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่มาพักที่นี่ เเละเราก็เจอสาวสวิสตอนที่เจอระหว่างทางอีกครั้ง พร้อมไกด์หนุ่มเนปาลคนนั้น คืนนี้เราได้คุยกันต่อ เจ้าของที่พักเป็นคนทำอาหารให้ ครัวของที่นี่น่ารักมาก ไม่ต้องออกแบบให้สวยหรูด้วยเครื่องเฟอร์นิเจอร์ครัวราคาแพง แต่ก่อแท่นสี่เหลี่ยมใหญ่ด้วยปูน แล้วใช้ฟืนทำอาหาร ฉันไปนั่งให้กำลังใจพ่อครัวอยู่พักหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วคือไปขออิงไออุ่นของฟืนไฟเท่านั้นแหละ เพราะอากาศตอนนี้หนาวมากๆ นั่งใกล้เตาเข้าไว้เป็นดี ในห้องอาหารไม่มีฮีทเตอร์ แต่เป็นการก่อไฟเพื่อช่วยให้หายหนาวได้หน่อย ทุกคนก็ไปกระจุกรวมกันอยู่ตรงนั้น ฮ่าฮ่า นึกถึงรอบกองไฟสมัยเด็กๆ จริงๆ

กินอาหารเสร็จ ไม่ทันถึงสองทุ่ม แต่ก็ล้าจนอยากนอน สรุปแล้วเราไม่ได้บอกอะไรเเซมบ้ากับรัตนะ ถึงความคิดบ้าๆ ของฉันที่จะล้มเลิกการเทรคนี้ สองคนนั้นมาถามไถ่ว่าฉันไหวไหม เป็นอะไรหรือเปล่า ฉันบอกว่าไม่เป็นไร สิ่งที่มีให้สองคนสำหรับวันนี้คือคำว่า “ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ในวันนี้”

พรุ่งนี้เราต้องออกจากที่พักตั้งแต่ 7 โมงเช้า แปลว่าต้องตื่นตั้งแต่หกโมงครึ่ง ไม่มีใครบังคับให้ตื่นเช้าขนาดนั้น แต่มันคือวินัยของการเดินเขา เดินเช้า ถึงเร็ว และเพิ่งมารู้ทีหลังว่ารัตนะเผื่อเวลาให้เราอิดออดด้วย

ปกติ ฉันเป็นคนที่นอนหลับยากมาก แต่พอมาเทรคครั้งนี้ หัวถึงหมอนก็หลับทันที .. สบายดีจริงๆ

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 30, 2009.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: