ติดแอร์ที่เนปาล ตอน 3 เงินและบาบ้า

เราไม่ได้ ทำกิจกรรมอะไรมากมายเท่าไหร่ในกาฎมัณฑุ ค่อนข้างขี้เกียจและเหมือนมาพักผ่อน คือพักจริงๆ ทริปนี้ ถือเป็นทริปที่ยาวที่สุดที่ฉันลามาเที่ยว เดือนครึ่งโดยไม่ต้องทำงาน มันคงทำให้ฉันรู้สึกขี้เกียจเข้าจริงๆ ขี้เกียจซะจนขี้เกียจเที่ยว

แต่ วันนี้ เราไม่ขี้เกียจ เราออกไปวัดปสุปฎินาฎ ซึ่งเป็นวัดฮินดู อนุญาตเฉพาะคนที่นับถือศาสนาฮินดูให้เข้าไปได้ อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำบักมาติ วัดนี้เป็นวัดสำคัญที่สุดของชาวฮินดู สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงพระศิวะ

ริม แม่น้ำบักมาติ เป็นที่สำหรับทำพิธีเผาศพของคนที่นับถือศาสนาฮินดู ลักษณะการทำพิธีคล้ายกับที่อินเดียในแม่น้ำคงคา บริเวณฝั่งตรงข้ามเป็นบริเวณที่บาบ้าอาศัยอยู่ บาบ้าคือพระ แต่เป็นพระในแบบฮินดู ทุกๆ วันบาบ้าจะไปตามท้องถนน บ้านคน เพื่อไปสวดแลกกับอาหารและเงิน แต่บางคนก็จะอาศัยอยู่บริเวณวัดนี้ เพื่อรอให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปด้วยแลกกับเงินเล็กน้อย บาบ้าแต่ละคนจะมีลักษณะแตกต่างกัน บางคนค่อนข้างเข้มงวดต่อวินัยบาบ้า แต่บางคนก็ไม่เลย มีทั้งคนพูดถึงบาบ้าในแง่ดีและแง่ร้าย ที่ฉันเจอมา บางคนทำตัวเหมือนบาบ้า ให้คนเรียกบาบ้า แต่ไม่ได้เป็นบาบ้าก็มี

ฉันเพิ่งรู้ ว่าถ้าเข้ามาในเขตนี้ฝั่งวัด จะต้องเสียค่าเข้า คราวที่แล้ว (ครั้งแรกของเนปาล) เพื่อนชาวสวิสพาฉันเดินมาเข้าทางฝั่งบาบ้า แล้วค่อยข้ามสะพานไปฝั่งตรงข้าม ไม่เสียเงินสักรูปี แต่พอมากับอเลคราวนี้ เราเข้าทางฝั่งโน้น เราเลยต้องจ่ายเงิน 200 รูปีต่อคน เพิ่งรู้นะเนี่ย

หลัง จากจ่ายค่าตั๋ว มีคุณลุงเนปาลคนหนึ่งเดินมาหาอเลและตามอเลไป อเลกำลังสนุกกับการถ่ายรูป คุณลุงเลยเปลี่ยนมาตามฉันแทน และแนะนำตัวเองว่าเขาคือไกด์ โดยบอกกับฉันว่า “มาดาม (หมาดำมากกว่าฉันน่ะ) ถ้าคุณให้เงินฉัน ฉันจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับประวัติของที่นี่” ฉันยิ้มและบอกว่า “ขอบคุณมาก แต่ไม่เป็นไร ฉันไม่ต้องการไกด์ ฉันมาที่นี่มาก่อนแล้ว” ฉันคิดว่าคุณลุงคงหายไป แต่เปล่า เขากลับพูดต่อและพยายามจะเล่าเรื่องเพื่อให้ฉันจ่ายเงิน ก็เลยบอกไปว่า “ฉันโอเคดี ไม่ต้องตามฉันหรอกนะ บางทีฝรั่งกลุ่มโน้นอาจต้องการไกด์ก้ได้ แต่ฉันไม่ต้องการ ขอบคุณค่ะ นมัสเต” ลุงต่อกลับมาว่า “ทำไมล่ะ แค่ 200 รูปีเอง ไม่ทำให้คุณจนลงหรอก”

พูดเรื่องเงินอีกแล้ว ฉันเลยปี๊ดขึ้นสมอง บอกลุงไปว่า “ทำไมลุงถึงคิดว่าเงินสองร้อยรูปีไม่มีความหมายอะไรต่อฉัน ทำไมลุงไม่คิดว่าฉันอาจจะมาเที่ยวแบบประหยัด และสามารถใช้เงินได้แค่ร้อยรูปีต่อวัน” ลุงบอกว่า “คุณไม่ดูเหมือนคนจน ผมรู้ว่าคุณมีเงิน นักท่องเที่ยวมีเงินอยู่แล้ว” และชวนต่อว่า ถ้าจ่ายสองร้อย จะเป็นไกด์ให้ ฉันเลยบอกว่า “ขอโทษทีนะลุง แต่ฉันไม่ชอบวิธีการที่ลุงทำ และวิธีคิดของลุง และถ้าคนอื่นบอกว่าไม่ ลุงควรจะพอ มันไม่น่ารักเลยที่ทำแบบนี้ และถึงฉันจะมีเงิน ตอนนี้ฉันก็ไม่คิดเปลี่ยนใจไปจ้างลุงแน่นอน”

ใจร้ายไปไหม

แต่ ฉันแค่ไม่ชอบวิธีคิดแบบนี้เท่านั้น ไม่รู้สิ ฉันไม่ชอบที่ลุงคิดว่านักท่องเที่ยวต้องรวย ก็จริงสำหรับบางกลุ่ม แต่บางคนอาจจะต้องเก็บเงินมาตั้งเท่าไหร่ เพื่อจะมาใช้จ่ายในทริปๆ หนึ่ง ซึ่งถ้าลุงไม่พูดถึงเรื่องเงิน และตื๊อต่อ บางทีฉันอาจจะจ้างลุงก็ได้ แต่ฉันแค่ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยเท่านั้นเอง

ฉันเดินเลี่ยงออกมาก่อน ที่ลุงจะเตะ อเลอยู่ไกลมัวไปถ่ายรูป ฉันเลยหยุดดูพิธีเผาศพแทน ซึ่งเขาแบ่งโซนของการเผาไว้ว่า ถ้าด้านหน้าคุณคือวัด ทางด้านขวาคือที่เผาศพคนรวย ทางซ้ายคือเผาศพคนจน สำหรับคนรวย จะมีพิธีกรรมใหญ่โต แต่ฝั่งคนจน ก็คือนำศพมาเพื่อเผาอย่างเดียว

กลิ่น เผา ทำให้นึกถึงกฎแห่งกรรม วิถีชีวิตเกิดแก่เจ็บตาย ดูแล้วจะปลงไปสักสามวินาที พอเดินผ่านไป ก็จะมีอย่างอื่นให้สนใจแทน ฉันข้ามไปอีกฝั่งเพื่อไปนั่งดูพิธีเผาฝั่งคนจน มีบาบ้านั่งอยู่ข้างๆ เริ่มชวนฉันคุย เขาบอกว่าเขาชื่อ “Monkey Baba” บาบ้าคนนี้ตลก ยิ้มตลอดเวลา เขาถามฉันว่า อยากถ่ายรูปเขาไหม ฉันไม่ได้ตอบแต่ยิ้ม เขาเลยบอกว่า 20 รูปี ถ่ายเลย .. เงินอีกเเล้ว ฮ่าฮ่า ฉันหัวเราะและบอกว่าไม่เป็นไร แต่ถ้าบาบ้าอยากถ่ายรูปฉัน ฉันให้ถ่ายได้เลยฟรีๆ นะ เอาไหม บาบ้าก็เลยหัวเราะดังกว่าฉันอีก และถามฉันว่า ยี่สิบรูปี แพงไปเหรอ ฉันบอกว่า “เปล่า แต่ฉันไม่อยากถ่ายรูปบาบ้าน่ะ” ช่วงนั้นเองก็มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นมาถ่ายรูปบาบ้า บาบ้าชูสองนิ้ว ที่แปลว่ายี่สิบรูปี แต่นักท่องเที่ยวคนนั้นให้บาบ้า 100 รูปีเลย และถ่ายแค่รูปเดียว แล้วก็ไป บาบ้าหันมาบอกฉันว่า “เห็นหรือยัง ว่า 20 รูปี ไม่แพงเลย” อเลเดินตามมาพอดี เขาก็เลยขอบาบ้าถ่ายรูป ให้บาบ้าไป 100 รูปีเหมือนคนญี่ปุ่น แต่อเลถ่ายซะร้อยรูป ฉันเลยบอกบาบ้าว่า “ใช่ … ไม่แพงเลย” ฮ่าฮ่า ..

เราเดินไปนั่งด้านบน ที่คล้ายๆ เป็นจุดชมวิว มองเห็นวัด แม่น้ำ และทุกอย่างรอบๆ แถวนี้มีลิงเยอะมาก และตอนฉันไปเป็นเวลาที่มันจะออกมากินอาหาร (จะมีคนมาให้อาหารมัน) มันก็เลยกรูกันออกมา ฉันไม่เข้าใจ ทำไมลิงชอบอยู่ในวัด หรือเหมือนหมาหรือแมวหรือเปล่า ในเมืองไทยก็เหมือนกัน ลิงเต็มวัดไปหมด และมันก็มีนิสัยเหมือนกันท่าจะทั่วโลก คือขโมยของจากคน ฉันถือถุงใส่โอริโอ ยังไม่ได้เเกะกินเลย และน้ำดื่มขวดใหญ่ มาเลยค่ะลิง วิ่งมาถึงแย่งโอริโอไปจากฉันต่อหน้าตา ฉันอึ้ง อเลขำ ทำกันได้

นั่งชมพิธีต่ออีกสักพัก ใกล้มืดแล้ว ก็เลยชวนอเลลงมาด้านล่าง บริเวณที่บาบ้าอาศัยอยู่ ตรงนั้นมีร้านขายดู่จา (ชานมของชาวเนปาล) เพื่อนชาวสวิสเคยพาฉันมาที่นี่ ร้านนี้บาบ้าเป็นคนชงชา คุยกันถูกคอเหมือนเดิม และเราก็เจอบาบ้าอีกคนที่เข้ามาทักทาย ชื่อว่า บารัคก้า บาบ้า เป็นอีกบาบ้าที่ตลก มนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม และเป็นบาบ้าคนที่สองที่ชั้นเจอในเนปาลที่ไม่พูดเรื่องเงิน และไม่ขอเงินแลกกับค่าถ่ายรูปหรืออะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังเลี้ยงชาเราสองคนอีกด้วย! พูดแล้วก็นึกถึงบาบ้าที่นาการ์ก็อตตอนเจอในทริปแรก บาบ้าคนนั้น ไม่ได้แต่งตัวแบบบาบ้า แต่มีความเป็นบาบ้าอยู่มาก เพราะเกิดมาเพื่อให้ ไม่ใช่เพื่อขอ บาบ้าพิการขาลีบ แต่มีจิตใจดี เป็นเจ้าของเกสท์เฮาส์ และมีลูกบุญธรรมสามคนที่ส่งเสียเลี้ยงดู ชาตินี้ฉันจะได้เจอบาบ้าอีกไหม?

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 29, 2009.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: