ติดเเอร์ที่เนปาล ตอน 5 เงินหายไปไหน

ออกเดินทางแต่เช้าไปเมืองปาตัน ไม่ได้อยู่ในแผน แต่เพิ่งคิดออกเมื่อคืนนี้ เราสองคนขี้เกียจเกินไปสำหรับทริปนี้ ทุกวันเรามีแผน แต่สุดท้ายเราก็ทำมันไม่ได้ตามนั้น เรามักจะบอกว่า พรุ่งนี้เราจะไปจากที่นี่ แต่สุดท้าย เราก็ยังอยู่ที่นี่จนวันนี้ เท่าที่จำได้ เราบอกว่า พรุ่งนี้ๆ แบบนี้มาสองอาทิตย์เข้าไปแล้ว

แต่วันนี้เราไป “ปาตัน” ไปดูเมืองแห่งศิลปะ อีกชื่อคือ ละลิตปูร์ แปลว่าเมืองสวยงาม หรือเมืองแห่งศิลปะ เมืองนี้มีวัดเก่าแก่อยู่ประมาณ 50 วัด และมีสถูปเก่าแก่อีกกว่า 8,000 สถูป UNESCO ขนานนามว่าเป็นศูนย์กลางของประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีต กษัตริย์ทิเบตและจีนได้เชิญนักออกแบบชาวปาตันมาสร้างวัดที่นี่

ปาตัน เดอร์บาร์ สแควร์ เป็นเหมือนศูนย์กลางวัยรุ่นและผู้คนเนปาล ฉันว่าสวยกว่าเดอร์บาร์ สแควร์ในเมืองอื่นมาก เดอร์บาร์สแควร์ เหมือนเป็นชื่อเรียกจตุรัสที่ล้อมรอบไปด้วยวัดวาอารามและเป็นศุนย์กลางของเมืองนั้นๆ แต่ของปาตัน สวยและอลังการมากๆ รอบๆ เต็มไปด้วยร้านอาหาร บ้านเรือน ร้านขายของศิลปะ และหัตถกรรม แต่ไม่ดูแน่น หรือเต็มไปด้วยแสงสีเหมือนทาเมล ถ้าจะเทียบ แหล่งนี้อาจจะเป็นสยามสแควร์บ้านเรา ไม่ใช่ความหวือหวา แต่เพราะความเป็นศูนย์กลางนัดพบมากกว่า

เราหิว เลยแวะกินโมโม่ร้านแถวนั้น โมโม่เป็นอาหารทิเบต แต่ก็ถือเป็นอาหารหลักของเนปาลเหมือนกัน ลักษณะคล้ายๆ ขนมจีบบ้านเรา ไส้โมโม่มักจะเป็นเนื้อ ซึ่งคิดว่าคือเนื้อควาย มีแบบนึ่งกับแบบทอด รสชาติก็อร่อยดี โดยจะมีซอสให้จิ้ม แล้วแต่ว่าร้านไหนจะใช้สูตรไหน ความอร่อยจะแตกต่างกันไปตามไส้ของมัน

เราเดินเข้าออกซอกซอยต่างๆ ของเมืองนี้ จนครบถ้วน แล้วก็กลับไปทาเมล เพื่อหาอะไรหนักๆ กินต่อ แล้วเราก็โดนเหมือนเดิมอีกจนได้ มีคนเข้ามาถามเราว่า “ต้องการอะไรที่แรงกว่าบุหรี่ไหม” อีกแล้ว เราบอกว่า “ไม่เป็นไร ขอบคุณ” แต่เขายังเดินตามเรา จนเราต้องเดินเร็วๆ เข้าไปในร้านๆ หนึ่ง และนั่นเองทำให้เราตัดสินใจว่าเราจะไปจากที่นี่พรุ่งนี้ และแผนใหม่ของเราคือ “ไปเทรคกิ้ง”

เราเดินหา Travel Agent เพื่อสอบถามข้อมูล และก็เจอที่หนึ่งที่ดูท่าทางโอเค และราคาไม่แพง พนักงานเป็นผู้หญิงแนะนำแพ็คเกจราคาไม่แพงให้กับเรากับการไปปีนเขาลังตังเป็นเวลา 8 วัน

ภูเขาลังตังเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย เราเลือกไปที่นี่เพราะว่ามันง่ายที่สุด และไม่ต้องใช้เวลานานในการปีน ถ้าไปเอเวอร์เรสต์ต้องมีเวลาให้มันมากกว่านั้น  คนส่วนใหญ่จะไปเอเวอร์เรสต์ และ อันนาปุรณะ ก่อน และเก็บลังตังไว้ทีหลัง แต่เราทำสวนทางคนอื่นอีกแล้ว โดยการไปลังตังก่อนเลย

ลังตังเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ สามารถไปถึงปลายเขาได้โดยรถประจำทาง ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสำคัญอื่นๆ ของหิมาลัย ระยะทางสั้น ง่ายต่อการเริ่มต้น และเหมาะสำหรับเด็กหรือครอบครัว หรือคนแก่ที่จะไปเทรคกิ้งได้ดี เพราะฉะนั้นคนแก่อย่างเราก็เลยต้องไป ฮ่าฮ่า

พนักงานที่ดูมีประสบการณ์รอบด้านเกี่ยวกับการปีนเขา แนะนำเราอย่างคล่องแคล่ว และบอกว่าไกด์ของเราชื่อ “รัตนะ” อยากให้เราได้ลองคุยกันก่อน ถ้าคุยแล้วไม่ชอบ ก็จะเปลี่ยนไกด์ให้ แล้วรัตนะก็เดินออกมา

รัตนะ เป็นชายอายยุมากพอๆ กับพ่อของฉัน แต่ดูแก่กว่าพ่ออีก ฉันเห็นแล้วก็อึ้งว่า แล้วลุงรัตนะจะเดินไหวเหรอ แต่พอพูดจากันแล้ว ท่าทางใจดี มีน้ำใจของรัตนะ และแววตาเศร้าๆ ที่อยากได้งานนี้ ถ้าเราไม่เลือกเขา เขาคงจะผิดหวังมากๆ อายุก็มากแล้ว ภาษาอังกฤษ ก็ไม่ดีนัก เรารู้สึกไม่อยากทำร้ายจิตใจคนแก่ ก็เลยตัดสินใจให้เขาเป็นไกด์ของเรา

พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันตั้งแต่ 6.30 น. เช้ามากๆ ต้องรีบกลับโรงแรมไปแพ็คของและนอน

เช้านี้ก่อนออกจากโรงแรม มีแม่บ้านสองคนยืนหน้าห้องพอดี อเลก็เลยให้กุญแจแม่บ้าน ฝากให้ทำความสะอาดห้องให้ด้วย แม่บ้านคนแรกยิ้มให้เราอย่างเป็นมิตร แต่คนที่สองยิ้มแปลกๆ ฉันรู้สึกได้ แต่ไม่ได้คิดอะไร เราออกจากโรงแรมได้สักพัก อเลก็รู้สึกตัวว่า ลืมเงินไว้ในกางเกงตัวเมื่อวาน ฉันก็เลยบอกให้กลับไปเอาสิ อเลบอกว่า ไม่เป็นไร ยังมี ATM ฉันก็ถามว่าแน่ใจนะ กลับไปเอาได้นะ อเลบอกว่า ไม่เป็นไร ไม่ได้เยอะมาก เดี๋ยวกดใหม่ก็ได้ เราก็เลยไปปาตัน ไปทาเมล ไปติดต่อไกด์เพื่อไปเทรคพรุ่งนี้ กว่าจะกลับมาได้ก็ค่ำแล้ว

พอไปถึงห้อง อเลเช็คที่กางเกง แล้วก็หันมาบอกฉันว่า “นิว เงินหายไปแล้ว” ฉันถามว่าเงินอะไร อเลบอกว่า “ก็เงินที่บอกว่าลืมไว้ในกระเป๋ากางเกงไง”

เราคิดกันหลายตลบมากว่ามันจะหายไปได้ยังไง แล้วภาพหน้าแม่บ้านก็ลอยเข้ามา ฉันถามอเลว่าเท่าไหร่ อเลบอกว่า “สี่พันรูปี”!!!!

อเลลงไปติดต่อผู้จัดการโรงแรม แต่ปรากฎไม่มีใครแล้ว เราเลยฝากข้อความไว้แทน และเลื่อนการไปเทรคเป็นวันถัดไป พรุ่งนี้เราจะอยู่จัดการกับเรื่องเงินหายก่อน แล้วมันหายไปไหน หายไปได้ยังไง ก็มีแต่แม่บ้านที่เข้ามา ถ้าอเลลืมในกางเกงจริงๆ กางเกงพาดไว้กับเก้าอี้ และใส่ในกระเป๋าด้านในกระเป๋าอีกที แปลว่าคนเอาต้องตั้งใจล้วงและค้นจริงๆ ไม่ใช่เพราะเงินตกหล่นออกมา

ตอนเช้า พนักงานบอกว่า ถามแม่บ้านแล้ว แม่บ้านบอกว่าไม่ได้เอาไป จากนั้นก็ไม่สนใจเราสองคนอีก อะไรกันนี่ แต่เราแน่ใจว่าต้องเป็นใครที่นี่แหละที่เอาไป ฉันชอบโรงแรมนี้ตั้งแต่มาถึง พนักงานใจดี เชฟใจดี ทุกคนดีหมด ยกเว้นแม่บ้านที่ยิ้มแปลกให้ฉัน เราเจอกันอีก แต่เขาหลบตา

แต่โรงแรมไม่ทำอะไร แล้วเราจะไปทำอะไรได้ เราคิดว่าแจ้งตำรวจไปก็จับไม่ได้ เพราะว่าเงินมันก็คงหายไปแล้ว ใครจะไปจำเลขแบงค์ แม่บ้านก็สามารถบอกได้ว่ามันคือเงินเก็บ ฉันเลยบอกอเลว่าให้คิดซะว่าเงินมันไม่ใช่ของเรา และคนเอาไปเขาจนกว่าเรา เขาเลยต้องเอาไปรักษาโรคหรืออะไรสักอย่งแทน ให้อภัยเขาเถอะ

ฉันรู้ว่าอเลไม่ได้เสียดายเงินนั่นเท่ากับเสียความรู้สึกดีๆ ที่มีกับโรงแรมนี้ ฉันก็เหมือนกัน ทางโรงแรมก็ไม่จัดการอะไร ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีแม้แต่ลดค่าโรงแรมให้ หรืออาหารเช้าฟรี (ฮ่าฮ่า) พนักงานคนหนึ่งบอกฉันว่า เคยมีกรณีแบบนี้ นักท่องเที่ยวบอกว่าเงินหายเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็เจอมันในกระเป๋าของตัวเอง เขาถามฉันว่าอเลเก็บไว้ที่อื่นหรือเปล่า อืม นอกจากไม่รับผิดชอบแล้วยังจะปัดความผิดมาให้อเลอีกเหรอ ใจร้ายไปหน่อยไหม

บายบาย มัสแตง ฉันจะจำมันไว้เลย

Advertisements

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 29, 2009.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: