ติดดินที่อินเดีย ตอน 13 เนปาล ช่วยด้วย

วันนี้ เราจองทัวร์ one-day trip กับเกสท์เฮาส์ ตั้งแต่วันที่ชั้นสัญญากับคาร์ลอส คนขับตุ๊กตุ๊กว่าจะโทรไปหาเขา แต่ชั้นดันทำเบอร์โทรศัพท์เขาหาย ทำให้เราไม่สามารถใช้บริการเขาได้อีกเลย อเลหงุดหงิดเล็กน้อยที่ชั้นทำเบอร์เขาหาย ชั้นก็หงุดหงิดตัวเองเพราะคาร์ลอสคงคิดว่าชั้นไม่รักษาสัญญาและคงเหมือนนักท่องเที่ยวบางคนที่บอกว่าได้ๆ แต่สุดท้ายก็ลืม เสียใจจนทุกวันนี้ เพราะชั้นคิดว่าคาร์ลอสน่าจะเป็นคนขับและไกด์ที่ไว้ใจได้แน่ๆ แต่ดวงคงไม่ดีพอที่จะได้เจอคนดีๆ ในอินเดีย ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือดันมาเจอเบอร์เขาโดยบังเอิญในสมุดบันทึกเล่มที่ใช้อยู่ตลอดเวลาในอินเดียก็ตอนที่กลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ให้มันได้อย่างนี้สิยัยปลาทอง

พนักงานเกสท์เฮาส์บอกว่า ทริปหนึ่งวันที่เราจองมันช่างพิเศษมากๆ เพราะเขาจะพาเราไปชมวัดต่างๆ ในเมืองนี้ จากคำบรรยาย มันดูดีมากทีเดียว แต่พอไปถึงจริงๆ ชั้นก็ชอบแค่ที่เดียวในสามที่ที่พาไป หรือว่าชั้นเรื่องมาก?

1. Shiva Temple ในมหาวิทยาลัยอินเดีย ชั้นชอบนะ และมหาวิทยาลัยนี้สีสันแสบตามากๆ ด้วย

2. Monkey Temple ไปถึงแล้ว แต่เราไม่ได้เข้าไป เพราะเขาไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป และต้องฝากของ ฝากกล้อง ฝากมือถือ ฝากทุกอย่างไว้ด้านนอก เพราะว่าเพิ่งมีการวางระเบิดไปหมาดๆ ทำให้เขาระมัดระวังมากขึ้น ตู้รับฝากของไม่น่าไว้ใจซะเลย ง่ายมาก เหมือนไม่เซฟเลย เราก็เลยตัดสินใจไม่เข้าไป ในวัดนี้จะมีลิงเยอะมากๆ ชื่อจริงๆ ของวัดคือ Durga Temple แต่ที่เรียกว่าวัดลิง เพราะลิงมาอาศัยอยู่เยอะมากๆ ตอนนี้

3. Motherindia Museum ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ อันนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับอินเดีย แต่มืดๆ เเคบๆ เล็กๆ เหงาๆ วังเวงชอบกล

จากนั้น ทัวร์ก็พาเราไปต่อที่หมู่บ้านผ้าไหม และเราไม่ชอบอย่างแรงเพราะที่นี่ใช้แรงงานเด็ก แบบเด็กๆ จริงๆ ชั้นเข้าใจว่าคือวิถีชีวิต แต่ทำไมต้องให้เด็กอายุไม่กี่ขวบมานั่งทำผ้าไหมด้วย เด็กๆ ยิ้มให้พวกเรา แต่ไม่รู้สิ มันโหวงๆ ในใจอยู่เหมือนกัน คนพาไปพยายามบอกให้เราซื้อผ้าไหม แต่ชั้นคิดว่าก็เหมือนผ้าไหมที่เราซื้อได้ในเมืองไทย ในราคาที่ถูกกว่านี้ด้วยซ้ำ เราก็เลยไม่ได้ซื้อมันมา

จุดเปลี่ยนมาอีกครั้ง หลังจากที่เราคุยกันว่า เราจะไปไหนกันต่อดี เมืองต่อไปคืออะไร เพราะเราอยู่เมืองนี้มาสามวันแล้ว ถึงเวลาต้องไปที่อื่นเเล้ว ชั้นถามตัวเองว่า โดยรวมๆ แล้วชั้นชอบอินเดียไหม สองเมืองที่เที่ยวมา หากฟังเรื่องราวที่ชั้นเล่าคุณอาจจะคิดว่าชั้นต้องชอบและรักอินเดียมาก แต่ความสวยงามของสถานที่มันไม่เกี่ยวกับนิสัยใจคอของคนที่นี่ อินเดียทำให้ชั้นคิดถึงเนปาลขั้นรุนแรง ทำไมคนเนปาลถึงยิ้มแย้มมากกว่านี้ เพื่อนที่มีมิตรภาพให้กับเราโดยไม่หวังอะไรที่เราเจอก็ไม่ใช่คนอินเดีย แต่เป็นสองหนุ่มอิสราเอลและสาวลูกครึ่งอินเดีย หลายๆ คนที่เราเจอบอกว่า คนอื่นๆ เขาเก็บสองเมืองนี้ วาราณสีกับกัลกัตต้ามาเที่ยวเป็นเมืองท้ายๆ เพราะว่าสองเมืองนี้มันช่างบ้าบิ่นนัก ทำให้หลายๆ คนถึงกับคลั่งและทนไม่ไหวไปแล้ว ถ้าจะให้ดี ควรเริ่มเที่ยวอินเดียจากทางเหนือหรือทางใต้เพื่อปรับสภาพจิตใจให้คงที่และคุ้นเคยกับคนที่นี่ก่อน พอผ่อนคลายแล้วค่อยมาทางตะวันออก

ชั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามันควรจะเป็นแบบนั้น แม่น้ำคงคาสวยและน่าประทับใจมากๆ และวัดที่ชั้นไปมาวันนี้ แต่ก็แค่นั้น หรือว่าเเผนที่เราวางมามันผิดพลาด เราผิดที่เราเริ่มต้นที่ตะวันออกหรือเปล่า แต่เเผนทุกอย่างไม่มีอะไรผิดหรือถูก มันอยู่ที่ว่าเรารับอะไรได้แค่ไหนใช่ไหม แค่ไปตามใจสั่งก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอ

ชื่อเมืองใหม่ๆ โผล่มาในหัวอย่างรวดเร็ว จ้างรถแท็กซี่ขับพาเราไปเมืองอื่นทั่วๆ อินเดีย หรือนั่งรถบัส หรือรถไฟ ไปไหนล่ะ ไปไหนดี หนึ่งอาทิตย์ในอินเดียตอนนี้ แล้วที่เหลือล่ะ ราชสถาน จอดเปอร์ หรือไชยปุระดี ถ้าเราไปทางเหนือขึ้นไปมานาลี แจมมู แคชเมียร์ จะดีไหม สองเมืองที่เรามาถึงมันทำให้เรารู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเลย ชั้นอาจจะไม่ได้เล่าหลายๆ เรื่องที่เราเจอที่นี่ แต่สำหรับชั้น ประเทศนี้ เเปลกมากๆ

เเผนเริ่มต้นคือการมาอินเดีย 3-4 สัปดาห์ และไปเนปาลต่อหนึ่งสัปดาห์ ทิเบตหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งชั้นไม่อยากเชื่อตัวเองเลยว่า วันนั้นชั้นจะพูดออกไปว่า “เธอจะว่ายังไง ถ้าชั้นอยากไปสงบสติอารมณ์ที่เนปาล ให้ชั้นรู้สึกอุ่นใจในการเที่ยวต่อสักพักนึงก่อน” และชั้นก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าอเลจะบอกว่า “ชั้นก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”

วันนั้นเราเลยให้พนักงานที่เกสท์เฮาส์พาเราไปเช็คราคาตั๋วเครื่องบินไปเนปาล ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอได้ยินคำว่า เนปาล พลังงานมันกลับมามหาศาล เหมือนกับว่าทำยังไงก็ได้ให้ไปเนปาลให้เร็วที่สุดเถอะนะ สำหรับชั้นเเล้ว อาการตื่นๆ ของชั้น มันน่าจะมาจากการเที่ยวกับอเลเป็นครั้งแรกด้วยมั้ง และดันมาอินเดีย และมาเจอคนอินเดียบางคนที่เชื่อไม่ได้ เลยตื่นตัว แต่สำหรับเนปาล ชั้นก็เที่ยวกับเพื่อนอีกคนเหมือนกัน ถึงไม่ใช่ครั้งแรก แต่เราก็ไม่ได้เจอกันบ่อยๆ แต่ทำไมชั้นไม่เกิดอาการตื่นๆ เเบบนี้ที่เนปาล ที่นั่นชั้นจำได้แต่ว่าชั้นประทับใจมาก ชอบมาก และคิดถึงมาก บางทีมันอาจจะทำให้ทริปนี้น่าเที่ยวกกว่านี้ก็ได้ ถ้าเราใช้เวลาวันหยุดอย่างไม่มีความสุข เราจะทนใช้มันทำไม ใช่ไหม ถ้าอินเดียเอาพลังชั้นไป ชั้นจะไปเอามันคืนที่เนปาล

เราเลยตัดสินใจซื้อตั๋วไปเนปาลในวันถัดมาทันที ชั้นติดสินใจทุกอย่างแทบจะด้วยความคิดเห็นของตัวเอง และเมื่อซื้อมาแล้วค่อยนึกได้ว่า แล้วอเลล่ะ รู้สึกยังไง เขาตกลงจะไปด้วย เพราะเขาเกรงใจชั้นหรือเปล่า หลังจากซื้อตั๋ว ชั้นสังเกตทีท่าแล้วเหมือนว่าอเลไม่ได้อยากไปจากอินเดียตอนนี้เลย ชั้นเลยบอกเขาว่าเราจะไปเนปาลแค่สัปดาห์เดียว แล้วเราจะกลับมาลุยที่นี่กันใหม่นะ อเลไม่เคยไปเนปาลมาก่อน ชั้นเชื่อว่าอเลจะต้องชอบที่นี่ ชั้นหวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของชั้นจะไม่ทำให้อเลผิดหวัง และหวังว่าเนปาลคงไม่ทำให้อเลคิดว่าชั้นตัดสินใจพลาดเหมือนกัน

วันต่อมา เราเก็บกระเป๋า และบินไปกาฎมัณฑุ … เมืองหลวงของเนปาล

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 28, 2009.

4 Responses to “ติดดินที่อินเดีย ตอน 13 เนปาล ช่วยด้วย”

  1. ไปเที่ยวมาอีกละ น่าอิจฉาจัง

    อินเดียนี่เป็น ๑ ในประเทศที่ไม่ขอไปเด็ดขาด แหะแหะ

  2. เกลียดเนปาลมาก
    ไปอินเดียไม่ดีตรงไหน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: