ติดดินที่อินเดีย ตอน 1 เสียแผน

29 September, 2007

หลังจากที่วางแผนไปอินเดีย ว่าจะแบกเป้ไปท่องเมืองแห่งวัฒนธรรมโดยไร้เเผนการใดๆ ทั้งสิ้นในจุดเริ่มต้น รู้ว่าต้องไปอินเดีย แต่จะไปที่ไหนบ้าง จากแพลนแรกแค่สองอาทิตย์ ขยับเป็นสี่ เป็นหกแบบแทบไม่รู้ตัว รู้แต่ว่า เราจะเดินทางจากฝั่งตะวันออก ไปตะวันตก แล้วอาจจะต่อไปเนปาล, ทิเบต หรือเมืองจีน อันนั้นสถานการณ์ ณ ขาเหยียบบนเเผ่นดินอินเดียแล้วค่อยว่ากัน ก็เลยเริ่มต้นหาตั๋วเครื่องบิน เจอสายการบินเจ็ท แอร์ไลน์ ราคากทม. – กัลกัตต้า เพียงหนึ่งหมื่นบาท เราก็ว่าจะไปวารานสีต่อ แล้วก็นั่งรถไปอักกรา, เดลลี, ไจปัวร์, ขึ้นเหนือ ไปเลาะเข้าเนปาล น่าจะประมาณนั้น อเลอาสาจองที่พักคืนแรกที่กัลกัตต้า ปกติชั้นไม่ค่อยสนใจจะจองหรอกนะ คือไปเที่ยวแบบนี้ เราค่อยๆ ไปจองที่นั่นก็ได้ แต่อเลบอกว่าเดี๋ยวจะเหนื่อย และวุ่นวาย ก็เลยจองคืนแรกไว้ก่อน ให้ได้เอากระเป๋าวางเข้าที่เข้าทางแล้วค่อยไปหาที่อื่นกันต่อ เราวางแผนกันประมาณกว่าสองเดือน จนพอได้แพลนคร่าวๆ ว่าจะทำแบบนั้น จะไปที่นั่น และไปที่นี่ … และคิดว่าน่าจะเป็นแพลนที่ไม่น่าเกลียดอะไรนัก แต่เราสองคนไม่รู้เลยว่าเมื่อเหยียบอินเดียเข้าจริงๆ ประเทศนี้เปลี่ยนทุกอย่างที่วางไว้อย่างสิ้นเชิง

Incredible India Indeed!

เริ่มต้นจากคืนก่อนออกเดินทาง เพื่อนซี้โทรมาร่ำลาเพราะเห็นว่าไปนาน พร้อมบอกว่า “เที่ยวให้สนุกนะ และอย่าลืมพาสปอร์ตล่ะ” ชั้นหัวเราะสุดเสียง ใครจะไปลืมพาสปอร์ตได้

นั่นสิ … ใครจะทำอะไรบ้าๆ แบบนั้น

วันเดินทาง ชั้นต้องไปถึงสุวรรณภูมิตอน 7.30 น. แต่หลังจากออกจากบ้านมาได้เกือบครึ่งทาง ก็นึกได้ว่าลืมเสื้อกันหนาว (เพราะอากาศที่อินเดียหรือเนปาล มันหนาวแน่ๆ) ก็เลยให้แท็กซี่กลับไปบ้าน ไปเอาเสื้อหนาว ทำให้มาถึงสนามบินตอน 8 โมง อเล ผู้บินตรงจากอิตาลีมาถึงเมืองไทยเมื่อคืน เพื่อมาบินไปอินเดียกับชั้นวันนี้ มายืนรออยู่แล้ว ยังคงยิ้มให้แบบไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป “ขอโทษนะ ขอโทษๆ” ชั้นบอกอย่างทุลักทุเล อเลยังยิ้มให้เหมือนเดิม ค่อยยังชั่ว นึกว่าจะโกรธที่มาสาย เราก็เดินไปเช็คอินตั๋ว ชั้นก็หยิบพาสปอร์ตขึ้นมาเพื่อเตรียมจะยื่นให้เจ้าหน้าที่ แล้วก็พบว่า … ชั้นหยิบมาผิดอัน!!!!!

คือชั้นมีพาสปอร์ตสองเล่ม ปกติชั้นก็ชอบพกเล่มเก่าไปด้วยเวลาไปขอวีซ่า นึกได้ว่ามัวแต่หัวเราะเพื่อนซี้ที่มันโทรมาเตือนเมื่อคืน ว่าใครจะไปลืม ชั้นก็ไม่ได้ลืมน่ะแหละ แต่หยิบมาผิด ดันหยิบอันเก่ามา ต้องกลับบ้านไปเอา เลยถามเจ้าหน้าที่ของสายการบินเจ็ทแอร์ไลน์ว่า ถ้าชั้นกลับไปเอาตอนนี้ จะกลับมาเช็คอินทันเวลาไหม เจ้าหน้าที่บอกว่า เรามีบินเที่ยวเดียวต่อวัน สำหรับเที่ยวนี้ จะปิดตอน 9 โมง คุณคิดว่าคุณจะกลับมาทันไหม? chip ชั้นหายขึ้นมาทันที .. จะทันไหม? ตกเครื่องคนเดียวไม่เท่าไหร่ อเลจะตกด้วยนี่สิ มันจะตีหัวชั้นไหม … ชั้นหันไปมองหน้าอเล อเลบอกว่า ชั้นไม่บินคนเดียวแน่ๆ เจ้าหน้าที่บอกว่า จะรอคุณจนถึงที่สุดนะ จะพยายาม ใจดีมากๆ  ชั้นเลยปั่นสิบเเปดคูณร้อยวิ่งไปเรียกเเท็กซี่อย่างหน้าตั้ง และบอกว่า พี่ซิ่งโลด ทางด่วนมีกี่ชั้นพี่ขึ้นให้หมดเลยนะ … แท็กซี่งงๆ นึกว่าไปฉกอะไรของใครมาแล้วรีบหนี เค้าก็บอกว่า ผมซิ่งให้ได้แค่นี้นะ เดี๋ยวตำรวจจับ ชั้นระล่ำระลักเล่าให้ฟังว่าเรื่องมันเป็นอย่างนี้ พี่แท็กซี่หลังจากรู้เรื่อง ก็ซิ่งอย่างไม่ไยดี อย่างกับหนัง The fast and the furious และโชคดี บ้านไม่ได้ไกลมาก ขึ้นทางด่วนปี๊บปั๊บฉวัดเฉวง พร้อมสวดมนต์ขอให้พระคุ้มครองให้ชั้นกับแท็กซี่ปลอดภัย และให้ชั้นสามารถกลับมาถึงสนามบินได้ทันเวลาด้วยเถิด โชคยังเป็นของชั้น มาถึง 9 โมงเป๊ะๆ วิ่งหน้าตั้งยิ่งกว่าขนมปัง เจออเลนั่งคอยอย่างเงื่องๆ อยู่หน้าเคาท์เตอร์ คนเดียว พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ลุ้นว่าชั้นจะทำได้ไหม .. ขอโทษทุกคนอย่างจริงใจ ต้องขอบคุณอเลที่ไม่โกรธเลยแม้แต่นิดเดียว และขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้รีบปิดไปตั้งแต่ 9 โมง ชั้นไม่แน่ใจนักว่าตอนนั้นอเลคิดอะไรอยู่ อาจจะคิดว่า “ตายๆ เริ่มต้นทริปยัยนี่ก็เริ่มปฎิบัติการเฉิ่มเบ๊อะลืมของสำคัญแล้ว แล้วอีกหลายอาทิตย์ที่เหลือ .. จะเป็นไงเนี่ย” ไม่รู้สิ รู้แต่ว่า อินเดีย ตีชั้นดังโป๊กตั้งแต่ชั้นยังไปไม่ถึงซะแล้ว

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 25, 2009.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: