บทเรียนของการให้ความช่วยเหลือ

ช่วงที่ผ่านมา ชีวิตตัวเองก็วุ่นๆ เหวิงๆ หวิวๆ อยู่แล้ว แต่กลับได้เจอเรื่องราวหลากหลายของคนทั่วๆ ไป ที่ดูเหมือนว่าเค้าจะเจอทุกข์ยิ่งกว่า คือมองเผินๆ มันดูเหมือนว่าเค้าทุกข์ แต่ถ้ามองให้ดี มองตั้งแต่ต้น เค้าทุกข์เพราะอะไร ถ้าเค้าทุกข์ เพราะเค้าไม่รู้เราให้อภัย ใช่ว่าคนทุกคนจะรู้เท่าเทียมกันไปหมดทุกเรื่องมันเป็นไปไม่ได้ ถ้าเค้าทุกข์เพราะเค้าลองทำแล้ว ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าเค้าได้ลองทำลงไปแล้ว ถ้าเค้าทุกข์เพราะเค้าไม่คิดว่ามันจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในโลก ก็ไม่เป็นไร เพราเค้าไม่รู้  แต่ถ้าเค้าทุกข์เพราะเค้ารู้ทั้งรู้ว่ามันมีอีกหลายๆ คนที่ให้ข้อมูลได้ แต่เค้าไม่คิดจะหาความรู้ เค้าไม่คิดจะขวนขวาย เค้าไม่คิดจะทำอะไรให้ตัวเองก่อนเลย ก็ … นะ

บทเรียนอันนี้ ไม่เกี่ยวกับบล็อกสแกมเมอร์ เพราะว่าอันนั้นคือพวกเค้าไม่รู้ เค้าไม่ผิด และเค้าทำลงไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เค้าไม่คิดว่าโลกนี้จะมีคนแบบนี้ในโลกที่จะมาหลอกได้ เค้าไม่มีโอกาสได้อ่านเจอข้อมูลก่อนจะไปเจอเหตุการณ์จริง เค้าไม่ทันได้ระวัง เค้าผิดพลาด ชั้นไม่ซ้ำเติม แต่ถือว่าเรื่องที่พลาด คือประสบการณ์ที่จะช่วยให้เค้าไม่ทำผิดพลาดแบบนั้นอีก และต้องยกย่อง หากพวกเค้าข้ามผ่านมันมาได้ แปลว่าเค้าเเกร่ง อดทน และเค้าเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตในสังคมใบนี้ และชั้นยินดีช่วยเท่าที่จะช่วยได้ เพราะพวกเค้าคือเหยื่อของไอ้พวกโลภที่มันไม่คิดจะทำมาหากินด้วยวิธีสุจริตแต่ใช้เวลาไร้สาระแต่งเรื่องหลอกลวงชาวบ้านไปวันๆ แล้วก็ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลโดยการแอบอ้างเอาชื่อ ภาพถ่ายของคนอื่นมาอ้างว่าเป็นตัวเอง ค่อนข้างยากที่จะจับตัวได้ เพราะพวกนี้มันไม่ยอมให้เห็นหน้าตาที่แท้จริง เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ใช่ แต่คนทำผิดจะปล่อยให้มันลอยนวลอย่างนั้นหรือ .. ไม่ ไม่ และไม่

แต่ทั้งนี้ เรื่องสเเกมเมอร์ไม่ใช่ประเด็นของบล็อกนี้ .. มันมีการขอความช่วยเหลืออย่างอื่นในเรื่องอื่นๆ ที่ให้บทเรียนกับชั้นไม่มากไม่น้อย เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ รอบๆ ตัว วิธีการสมัครนั่นนี่ การท่องเที่ยวและอื่นๆ อีกมากมาย ชั้นเขียนบล็อกขึ้นมาเพื่อแนะนำ แบ่งปัน และให้ความรู้เพิ่มเติม แต่ใช่ว่าชั้นจะตอบได้ทุกคำถาม หรือทำแทนให้ทุกๆ อย่างได้ อย่างน้อยๆ คนที่ต้องการสิ่งนั้นๆ ควรที่จะเรียนรู้ หาข้อมูลด้วยตัวเองก่อน และอย่าคาดหวังว่าจะมีคนช่วยเราได้มากแค่ไหน และคนช่วยก็เหมือนกัน อย่าคาดหวังว่าจะได้รับคำขอบคุณ ขอบอกขอบใจหรืออะไรต่อมิอะไรกลับมา ชั้นไม่เคยคิดแม้เเต่จะได้ยินคำว่าขอบคุณหลังจากที่ช่วยไปแล้ว แต่ก็มีอยู่หลายคนที่ขอบอกขอบใจกันมาซึ่งชั้นก็ขอบคุณเช่นกัน การช่วย ที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนมันคือสิ่งที่ชั้นทำมาโดยตลอด คิดเสมอว่า อะไรที่เรารู้ เราก็อยากแบ่งปันให้คนที่เค้าไม่รู้หรือไม่มีโอกาสได้รู้เหมือนเรา ก็เหมือนกับเรื่องที่ชั้นไม่รู้ ก็ยังมีคนที่รู้เยอะกว่ามาคอยบอกคอยแนะให้ แต่ที่มันน่าเสียใจอย่างสุดซึ้ง ก็ตอนที่ช่วยไปแล้ว เกิดความคลางแคลงใจของคนที่ถูกช่วยว่า “ยัยนี่มันหวังอะไรตอบแทนมากกว่าคำว่าขอบคุณหรือเปล่า” ต้องบอกก่อนว่า ถ้าชั้นมีเวลา และถ้าชั้นรู้สึกว่าคนที่มาขอความช่วยเหลือนั้นเค้าไม่มีโอกาสค้นหาข้อมูลได้ด้วยตัวเอง ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่รู้จักโลกไซเบอร์ว่ามันใช้ประโยชน์ได้อย่างไรและมีโทษอย่างไรบ้าง ชั้นจะช่วยอย่างเต็มที่ในทุกๆ เรื่องที่ชั้นรู้ ซึ่งการช่วยอย่างเต็มที่ก็คือหาข้อมูลทุกอย่างเท่าที่จะหาได้ป้อนให้ไป อะไรเขียนได้ก็เขียนให้ ราวกับว่าเรื่องนั้นๆ มันเกิดขึ้นกับตัวของชั้นเอง ส่วนใหญ่ หลายๆ คนก็ขอบคุณกลับมา ก็ต้องขอบคุณคืนไปเช่นกันสำหรับคำขอบคุณนั้น แต่ชั้นแค่ทำแล้วสบายใจ ช่วยจบ หมดปัญหา ก็ลากันไป แต่มันมีส่วนน้อยๆ ที่คลางแคลงใจกับความช่วยเหลือ ทั้งๆ ที่เจ้าตัวก็ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่ชั้นดั้นด้นค้นคว้าหามาให้อย่างเต็มที่ แต่กลับกลัวว่า “แล้วต้องเสียเงินให้สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า” … ตายๆๆๆ คิดแบบนี้ได้ยังไง หรือจะเป็นเพราะว่าเค้าไม่เคยเจอใครที่ช่วยเหลือเค้าอย่างบริสุทธิ์ใจมาก่อน หรือที่เค้าคิดแบบนี้ เพราะเวลาเค้าช่วยคนอื่น เค้าทำแบบนี้??

ให้ตายเถอะ

เพื่อนๆ บอกว่าชั้นน่ะจะไปเสียเวลาให้ข้อมูลทำไม ในเมื่อคนที่เค้าอยากได้เค้ายังไม่หาเอาเอง แต่พวกมันก็เข้าใจว่าชั้นเป็นคนยังไง และเวลาช่วยก็ช่วยเต็มที่ เขียนหรือเล่าอะไรก็ให้มันชัดๆ มาอธิบายแค่สองสามบรรทัด มันไม่ใช่ชั้น ในเมื่อเค้าไม่รู้ ชั้นก็บรรยายจนเค้ารู้ และในอนาคตจะได้ทำด้วยตัวเองได้ แถมบางทีมีโทรไปถามข่าวคราวด้วยนะ โทรไปก็ไม่ได้อะไร แค่อยากรู้ความคืบหน้าติดขัดอะไรตรงไหนจะได้ช่วยต่อ แต่ .. ความหวังดีกลายเป็นปัญหา คนถูกช่วยกลับคิดว่า ทำไมต้องโทรมาอยู่ได้ ทำไมต้องให้รายละเอียดเยอะขนาดนี้ ทำไมต้องเขียนมาเล่าเยอะขนาดนี้ ถ้าติดต่อกลับไปหาอีกหลังจากได้ข้อมูลเเน่นปึ้กไปแล้ว เค้าจะเก็บตังหรือเปล่า หรือเค้าหวังผลอะไรอย่างอื่นจากเราหรือเปล่า ใครที่คิดแบบนี้นะโง่มากๆ คนเค้าช่วยแล้วยังมาคิดไม่ดีกับเค้าอีก เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งสองครั้ง แต่มันเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่ชั้นก็ไม่เข็ด ใครมาใหม่ก็ยังให้ความช่วยเหลืออยู่ ก็ช่วยกันไป ถ้าเราไม่ช่วยเค้า แล้วเกิดไม่มีคนอื่นช่วยเค้าเหมือนกันล่ะ แล้วเค้าจะทำยังไง ชั้นก็ไม่ได้งกวิชา มีอะไรก็แนะนำกันไป บางอย่างก็ไม่ได้รู้เองนะ ก็ไปเสิร์ชหาจากเน็ตมาบอกเค้าหรือถามผู้รู้จริงมาบอกเค้าเหมือนกัน แต่พอดีว่าเรามีโอกาสใช้และมีคนรู้จักก็เลยสามารถหาข้อมูลได้ แต่พวกเค้าไม่ได้รู้จักใคร แล้วเค้าจะทำยังไง ก็ไม่เข็ด ช่วยเสมอ และก็ยังไม่หวังคำขอบคุณอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่อย่ามาเคลือบแคลงแฝงมิติในความคิดว่าชั้นจะสลับซับซ้อนอะไรขนาดนั้น ช่วยใสๆ อ่ะ อยากให้รู้จักบ้างเท่านั้นแหละ ไม่ได้โกรธ แต่ .. รู้สึกแย่กับคนที่คิดแบบนี้ …

อีกบทเรียนที่ได้รับ แม้ว่าชั้นจะมีประสบการณ์หรือไม่มีก็ตาม แต่เมื่อเป็นผู้ช่วยแล้ว อย่าได้ริอาจเล่าเรื่องราวของตัวเองเชียว เพราะไม่มีใครเค้าอยากฟัง ฮ่าฮ่าฮ่า เค้าแค่อยากรู้ว่าเเล้วเรื่องของเค้าอ่ะ มันสุดยอดแค่ไหน เค้าแค่อยากให้ช่วยแก้ไขเรื่องที่เค้าไม่รู้ เค้าไม่ได้อยากมาเป็นเพื่อน เค้าไม่ได้อยากมาผูกพัน เค้าแค่อยากมาถามปัญหา พอได้คำตอบแล้วเค้าก็ไป อันนี้ชั้นไม่ซีเรียส เพราะเข้าใจดีหลังจากผ่านการให้คำแนะนำมาเยอะ แต่มันขำดี เพราะเมื่อไหร่ที่บอกว่า “ใช่ ชั้นเคยเจอเเบบนี้เหมือนกัน แต่ ….” ก็เพื่อจะเล่าให้ฟังว่า ถ้าเป็นกรณีแบบชั้นอ่ะ มันจะแก้ยังไง ทำยังไง เริ่มยังไง แต่เมื่อไหร่ที่เริ่มเอ่ยถึงตนเองหรือประสบการณ์ของตัวเอง เค้าไม่อยากรู้ แล้วเค้าก็จะหายเข้ากลีบเมฆไปเหมือนไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

อีกอย่าง ถ้าเค้าขอความช่วยเหลือมาแล้ว “อย่าช้า” ต้องรีบตอบให้เร็วพลัน เพราะถ้าช้า เค้าจะเซ็ง เบื่อ งอน และไม่ตอบ ไม่คุยกับเราอีกเลยในชีวิต โดยที่เค้าไม่คิดหรอกว่าเราจะมีภารกิจอะไรหรือเปล่า ทำไมเรามาตอบเมล์ไม่ได้ เขียนบล็อกไว้ก็ต้องมาโต้ตอบกันสิ เฮ้ย ไม่ใช่ศิราณี ที่ช่วยเต็มที่คือตอนที่มีโอกาสชั้นช่วยเต็มที่เลย แต่ชั้นก็มีชีวิตของชั้นมั่ง เอาเรื่องมาเขียน มาเล่า ก็น่าจะเป็นแนวทางไปหาข้อมูลเพิ่มเติมกันต่อได้แล้วจริงไหม หลายๆ คนเข้าใจ และเค้าพยายามที่จะช่วยตัวเอง แต่เค้าเเค่มาหาเราเพื่อระบาย แบ่งปัน ซึ่งอันนี้ชั้นไม่มีปัญหา คนที่เค้าเข้าใจ เค้าก็เข้าใจจริงๆ ว่าเราคงว่างหรือไม่ว่าง ซึ่งเราก็ตอบ และเรายินดีที่จะตอบเค้าด้วยนะ เพราะเค้าเข้าใจอะไรๆ ได้ดีทีเดียว ล่าสุด ก็คือพี่ๆ น้องๆ ที่ตามมาจากบล็อกสแกมเมอร์ เค้าเข้าใจ เราก็ยินดีฟัง ยินดีช่วยเลย ถ้าเราช่วยได้ แต่กรณีอื่นๆ ที่มันไม่เกี่ยวกับบล็อกสเเกมเมอร์เนี่ยสิ คนที่ไม่เข้าใจ เค้าก็ไม่เข้าใจอะไรซะเลยจริงๆ ชั้นรู้ว่าบางปัญหามันตอบช้าไม่ได้ แต่ว่าข้อมูลที่ลงไว้ ก็เยอะอยู่นา ก็น่าจะไปสานต่อเองได้มั่งไม่ใช่เหรอ ก็ไม่เข้าใจ ก็งอน มาช้าก็งอน ไม่ตอบ ไม่ยุ่ง ไม่คุยด้วยเเล้ว ประมาณนั้น อีกแนวนึงคือ ไม่ได้สนใจว่าในบล็อกเขียนอะไรไว้ว่ายังไง หรือไม่ได้อ่านหรอกว่าข้างต้นเค้าตอบโต้อะไรกันไว้ อ่านแต่หัวข้อเรื่อง แล้วก็ถาม โดยที่ไม่ได้ดูเลยว่า มีคนถามไปแล้วซ้ำๆ และก็มีทั้งชั้น และก็คนอื่นๆ อธิบายคำตอบไปในนั้นแล้ว แต่ก็ยังถาม พอไม่ตอบ ก็งอน แต่ชั้นก็พยายามตอบนะ เพราะเค้าอาจจะรีบมากๆ จนไม่มีเวลาอ่านข้อมูลที่ให้ไว้ แต่ก็อยากให้เค้าอ่านให้ละเอียดก่อนเหมือนกัน เพราะการหาข้อมูล ถ้าเราข้ามๆๆๆ แล้วเราจะไปได้ข้อมูลอะไร

เฮ้อ .. ก็แค่อยากระบายอะไรเล็กๆ น้อยๆ เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย แต่แก่แล้วเหนื่อยกว่าอีก ฮ่าฮ่า … ยังไงก็ตาม ก็ยังยินดีช่วยเหลือเหมือนเดิม เพราะไม่เคยเสียใจที่ช่วยเหลือคน และไม่เคยหวังว่าจะได้อะไรตอบรับ เพียงแต่ .. อย่างที่บอก อย่าทำร้ายจิตใจคนช่วยเหลือด้วยการคิดว่าชั้นหวังอะไรจากคุณแล้วกันนะ … ช่วยใสๆ เต็มใจ ฟรีๆ น่ะมีในโลกแน่นอน แต่ถ้ามาช้า หรือไม่ได้มา หรือว่าไม่ตอบก็อย่าเพิ่งน้อยใจ เดี๋ยวก็มา

~ โดย โตเดี่ยว บน สิงหาคม 13, 2009.

3 Responses to “บทเรียนของการให้ความช่วยเหลือ”

  1. ตอนนี้ก็รู้สึกว่าจะถูกหลอกค่ะ คุยกับผู้ชายคนนี้มา3เดือน เดือนแรกส่งเป็นอีเมลค่ะ สองเดือนโทรหาทุกวันค่ะ แต่โทรหาทีก็ไม่นานนะคะ 5-6 นาทีก็รีบวางแล้วค่ะ หลังจากที่คุยกันเค้าก็บอกว่ารักเราอยากมาหาเราที่เมืองไทย….อยากจะซื้อบ้านที่เมืองไทย อยากจะอยู่ด้วย เค้าบอกจะบินมาหาวันพุธนี้ค่ะ ต้องทำยังไงคะ กลัวจัง

    • ลองอ่านเพิ่มเติมที่บล็อกเรื่อง “หากินกับความรัก สแกมลวงโลก” นะคะ มีข้อมูลที่เราเขียนไว้และที่เพื่อนๆ มาแชร์อีกเพียบค่ะ เผื่อว่าจะตรงกับสิ่งที่เกิดกับคุณเจนนะคะ ถ้ายังไง ลองคิดไว้ก่อนนะคะว่าอาจจะเป็นสแกมเมอร์ ถ้าไม่เคยเห็นหน้า เบอร์โทรเป็นเลขเหมือนในบล็อกบอก ลองไปอ่านดูนะคะ และถ้าเค้าให้โอนเงินหรืออะไรไป อย่าไปโอนนะคะ

  2. พึ่งเข้ามาอ่านค่ะหลังจากที่พลาดท่าให้กับพวกมันไปแล้ว โดนไป40000กว่าค่ะ เสียใจมากเลยค่ะ มันอ้างว่าเป็นนักธุระกิจจากอังกฤษ พ่อหม้ายลูกติด1คน คุยได้4-5เดือน มันก็บอกว่าไปติดต่อการค้ากับไนจีเรียหลังจากนั้นมันก็บอกจะมาหาเราที่ไทยทันทีเสร็จงานแล้วพร้อมลูกสาว10ขวบ แถมยังให้ด็กคุยกับเราด้วยนะค่ะ จากนั้นวันเดินทางมันก็บอกว่าติดอยู่สนามบินที่นั้น เหตุผลเดียวกับเพื่อนบางคนที่โดนล่ะค่ะ คือเงินมันไม่พอโชว์ตม.บัตรเครดิตก็กดไม่ได้พอมันเห็นเราลังเล มันก็ก็อปปี้พาสปอรตมันและรายละเอียดตั๋วเครื่องบินให้เราดูเพื่อความเนียน และจะคืนเราทันทีที่ถึงไทยและให้เราไปรอรับได้เลย หรือเอาไปแจ้งความก็ได้ถ้าไม่ไว้ใจมัน พอโอนผ่านwestern ให้แล้วมันกลับบอกว่าลูกป่วยกะทันหัน เลื่อนตั๋วไปก่อน เราถึงแน่ใจว่าโดนหลอกแน่ๆทั้งๆที่ลังเล เสียใจค่ะ ไอ้ Elvis Rohan ,email (elvisrohan35@yahoo.com)+44704205 5773,มีเบอร์…+2348159373059ที่โทรมาหา.ตอนนี้มันก็ยังไม่เลิกอ้าง เรื่องเงิน จะเอาอีกให้ได้ค่ะ แต่เรารู้แล้วว่าโดนหลอก ไม่เคยรับโทรศัพท์อีก ไม่รู้จะทำยังไงดี รำคาญมากและเสียใจมาก รายละเอียดที่ได้ไปโอนเงิน ก็คือ..Elvis Rohan 109 reliant street, b/c, Nigeria. ค่ะ อยากให้ตำรวจจริงจังกับเรื่องนี้จริงๆ ก็หวังว่าจะเป็นข้อมูลให้ทุกๆคนนะค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: