ทบทวน 2008 ตอน 4.1 กระบี่ .. เล่มนี้แพง

เดือนธันวา 2008

ทริปนี้เกิดจากความอยากไปทะเล .. ทะเลที่สามารถดำน้ำได้ (คนข้างๆ อยากดำ แต่ชั้นเองเฉยๆ) ชวนไปหลีเป๊ะ ก็ติดปัญหาที่ว่าไกลไป เวลามีน้อย จะไปพะงันก็เพิ่งไปมา สิมิรันทร์ก็ต้องจองยาว ภูเก็ต ไม่อยู่ในหัว สมุย ก็ไม่เอา เกาะเต่า ก็ไ่ม่ค่อยชอบ เสม็ดใกล้ไป อยู่ดีๆ ไปไงมาไงไม่รู้มาได้คำตอบที่กระบี่ (ถ้าถามจริงๆ ก็ไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ เพราะใจอยากไปที่ที่ไม่เคยไปมากกว่า) อ้ะ แต่อย่างว่า เวลามีน้อย ใช้สอยอย่างประหยัด อีกอย่าง ไปกระบี่ทีไร ก็ยิ้มกลับมาได้ทุกที ไปก็ไป

ไม่ได้จองที่พักเลย ไปซื้อแต่ตั๋วรถบัส ลงยาวไปกระบี่ แล้วไปหาเอาดาบหน้า ช่วงเทศกาลวันพ่อ ก็เลือกจะอยู่เส้นคาบเกี่ยวระหว่างหาดนพรัตน์และอ่าวนาง เพราะไม่ต้องการความพลุกพล่าน เดินหาที่พักอยู่สักพัก เล่นเอาตกใจ คือช่วงนั้นเพิ่งเกิดเหตุการณ์ปิดสนามบินไปหมาดๆ ชาวต่างชาติก็พากันยกเลิกตั๋วเพื่อมาเมืองไทย ที่ยังอยู่ก็รีบจะออกจากไทยให้เร็วที่สุดเพราะกังวลต่อสถานการณ์ที่ยังไม่รู้ว่าจะมั่นคงหรือไม่ .. เเต่เราคนไทยยังเที่ยวไทยอยู่ ก็คิดว่าช่วงนี้ ซึ่งจริงๆ ควรเป็นช่วง High season ก็ไม่น่าจะถึงขั้น so high ไปหาที่พักเอาตรงนั้นก็ได้ .. ที่ไหนได้ ที่กระบี่เค้าไม่ได้คิดแบบนั้น

ถูก ไม่มีคนมากมายเหมือนที่ควรจะเป็น แต่ราคาไม่ถูก เอาซะเลย!! ด้วยเหตุผลที่บอกว่า “พอดีช่วงนี้เป็นช่วง Peak season” โอ้เเม่เจ้า … บอกว่าไฮยังพอทนไหว นี่เล่นถึงขั้นพีคเลยรึ .. เจอตั้งแต่ราคา หกพัน ทั้งๆ ที่ไม่มีคนอยู่เลย พนักงานบอกว่า เค้ายังไม่มาเช็คอิน หลอกกันเข้าไป แอบย่องไปดูตอนค่ำ ยังไม่เห็นมีใครสักกะคน มาหาได้ที่ที่คิดว่าราคาน่าผ่อนผันกันมากที่สุดแล้ว ต่อกันจนยับแล้ว ได้สองพันกว่าๆ ต่อคืน

เอาก็เอา ก็ต้องเอา

ห้องหับสวยงามดีมาก ที่อ่าวนางบุรี รีสอร์ท พนักงานน่ารักมีน้ำใจมาก พูดจาสุภาพ เราได้ห้องติดบันได ก็ถามว่าจะมีเสียงแขกวิ่งขึ้นวิ่งลงไหม เพราะมันชั้นสอง คือเวลาจะนอนหรือก่อนจะตื่นกลัวเสียงมันดังแล้วจะเซ็ง (เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราสองคนเซ็งมาก คือทริปนี้มาพักจริงๆ ปกติ ถ้าเสียงข้างนอกมันได้ยินมาถึงข้างใน วันพักผ่อนมันจะน่าเบื่อมากๆ จากที่เคยเจอปัญหามาจากที่อื่นๆ) เเต่เค้าก็บอกว่าไม่มีปัญหา ที่นี่ไม่มีเสียงรบกวนแน่นอนรับรองได้ค่ะ ถ้ามีอะไรมาแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ .. ก็ไม่มีปัญหาอะไร ก็พักกันไป แต่พอเช้าต่อมา ต้องตื่นเพราะเสียงโหวกเหวกโวยวายด้านนอก แบบคนวิ่งเล่นไล่กัน เสียงดังเจี๋ยวจ๊าวตอนเจ็ดโมงกว่าๆ อยู่กันสักพักใหญ่เลย พยายามจะนอนต่อก็ไม่หลับ อเลเลยออกไปดู ปรากฎว่าไม่ใช่แขกที่พัก แ่ต่เป็นพนักงานที่มาขนของแต่กลับวิ่งเล่นกัน (ขอบอกว่าเล่นกันดังมาก และไม่เกรงใจเลย) อเลเลยเตือนไปหนึ่งทีว่าเรายังพักผ่อนอยู่ ขอความกรุณาเงียบเสียงหน่อย พนักงานก็หยุดทันที แล้วไม่พูดอะไรตอบแม้เเต่คำเดียว แต่รีบวิ่งกันลงไปข้างล่าง โอเค ไม่เป็นไร ครั้งแรกและคงเป็นครั้งเดียว แต่อเลหงุดหงิดมากละ เพราะถามพนักงานแล้วว่าไม่มีเสียงอะไรใช่ไหม แล้วเค้าบอกว่าไม่มี แต่นี่กลายเป็นพนักงานทำเอง เราก็เออ .. เอาน่ะ คงไม่มีแล้ว ที่ไหนได้ เช้าอีกวัน เป็นเหมือนเดิม ประสบการณ์ซ้ำรอย ในช่วงที่ยังไม่ถึงเวลาที่ควรจะตื่นด้วยสำหรับคนมาพักผ่อน เเล้วดังเหมือนเดิม และวิ่งเล่น หัวเราะแกล้งกัน เสียงลากของดังมาก (ทั้งๆ ที่จริงๆ มันยกได้ เพราะมันไม่หนักเลย) แล้วก็เล่นกันอยู่ยังงั้นแหละ คราวนี้อเลออกไปแล้วผ่างเต็มที่ ดุแบบไม่สนใจใครทั้งนั้น เสร็จแล้วยังลงไปข้างล่าง ไปยืนบ่นให้พนักงานด้านล่างฟังด้วย วิ่งกลับมาเล่าว่าทุกคนเงียบกริบและบอกว่าขอโทษ ขอโทษ และขอโทษ …  เราจะย้ายก็ไม่ได้ ดันโง่จ่ายไปหมดแล้ว ..

พนักงานเค้าก็มาขอโทษเราอีกทีทีหลัง บอกว่าเค้าเตือนไปแล้ว แต่มันก็นะ ก็มารับปากว่าไม่มีอะไร แต่ดันเป็นพนักงานที่ทำเอง เช้าวันกลับ ไม่มีละ เงียบ หลับสบายเลย … ถ้ามีอีก เราก็ไม่รออเลเหมือนกัน คงลงไปเฉ่งเองแน่ แล้วห้องที่ได้ติดสระว่ายน้ำเนี่ย ก็ไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะเวลาเด็กๆ ที่เอาพลังจากไหนไม่รู้มาตื่นเช้า เพื่อมาเล่นน้ำ ก็เสียงดังเจี๋ยวจ๊าวไม่แพ้กัน นอนไม่หลับ ไม่ต้องฝันเลยว่าจะตื่นเที่ยง ชั้นเป็นงี้แหละ มาเที่ยว และตั้งใจมาพัก ไม่ได้จะไปทำกิจกรรมอะไร จะมาพักล้วนๆ อยากให้มันเต็มที่ .. ไม่มีซะล่ะ เต็มที่ .. ก็จะจำไว้ว่าต่อไปจะไม่เลือกแบบนี้อีก .. ทุกอย่างดีหมดเลยนะที่นี่ ยกเว้นเรื่องเสียง แต่ถ้าใครไม่ถือสา ก็พักที่นี่แหละ ทุกคนโอเค

คืนแรกก็เดินไปหาอะไรกิน ว่าจะเดินไปอ่าวนาง ระหว่างทางผ่านร้านอาหารอิตาเลี่ยน พ่อหนุ่มอิตาเลี่ยนก็บอกว่า “เออ อยากกินพิซซ่าเเฮะ” ก็ไปแอบดู ร้านนี้มีทั้งอาหารไทยและอิตาเลี่ยน ไม่ได้ลองอย่างอื่น แต่อเลลองพิซซ่า ที่ทำด้วยเตาถ่าน เห็นบอกว่าอร่อยดี ชั้นลองอาหารไทย สไตล์คนใต้ แกงมาอย่างเผ็ด ฮ่าฮ่า .. แต่ก็อร่อยดี เสียอย่างเดียว ร้านอยู่ริมคลอง (ไม่ใช่คลองใหญ่เท่าไหร่) ทำให้ยุงเยอะมาก ราคาที่เห็นก็พอไหว .. ก็มาเที่ยวอ่ะนะ ของก็ราคานี้แหละ .. ก็คิดกันไป

พอไปถึงอ่าวนาง เห็นคนเยอะแยะมากมาย มาชุมนุมกัน ก็เลยเดินไปดู อ้า .. ใช่ นี่คือวันพ่อ และตอนนี้ทุกคนมาจุดเทียนถวายพรให้ในหลวงของเรา ก็เลยชวนอเล มานี่เลย มานี่ มาซะดีๆ เจ้าหน้าที่ก็มีเทียนแจกกันถ้วนหน้า ไม่ใช่เทียนเเท่งๆ ธรรมดา แต่ตัดขวดครึ่งหนึ่ง แล้วใส่เทียนลงในปากขวด (มีดีไซน์) ดูแล้วน่ารักมากมายจริงๆ ณ ตรงนั้นมีทั้งคนไทยและฝรั่งมาร่วมกันเต็มไปหมด พอถึงตอนร้องเพลงสรรเสริญนะ โอ้โห ชั้นร้องเต็มเสียง มีความสุขจริงๆ นอกจากนึกถึงในหลวงแล้วยังนึกถึงพ่อตัวเองด้วย สุขสันต์วันพ่อค่ะ …

พอเสร็จพิธี ก็จะมีนายกฯ ท้องถิ่นมากล่าวคำขอบคุณและเชิญชวนพี่น้องมาถ่ายรูปคู่กัน อเลเสนอตัวไปถ่ายด้วย ฮ่าฮ่า ..

แล้วเราก็เดินไปอ่าวนางที่เป็นตลาดนัดกลางคืน คนไม่ค่อยเยอะ แต่ร้านอาหารเยอะ เราก็เดินไปแล้วก็เดินกลับ ไม่รู้จะซื้ออะไร ของมันเหมือนๆเดิม แถมแพงด้วย ..

คือวันแรกยังไม่รู้ว่าของแพง เพราะไม่ได้กินอะไรมากมาย แต่วันต่อๆ มา ไปนั่งกินข้าวตามร้านต่างๆ เจอลาบหมูราคาเข้าไป 120 จานขนาดเดียวกับร้านแถวบ้านที่กรุงเทพฯ (ซึ่งขายแค่สามสิบ) แม่เจ้าโว้ย และไม่ใช่แค่ลาบหมู ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว ข้าวราดอะไรต่างๆ ยิ่งอาหารทะเลไม่ต้องเอ่ยถึง ถึงจะอยู่ใกล้ทะเลแค่ไม่กี่มิล (ลิเมตร) แต่ราคาที่ตั้งไว้ ราวกับว่าเจ้าของร้าน, โรงแรม, รีสอร์ท ต้องเสียค่าขนส่งไปเอาอาหารทะเลกันถึงแถบเมดิเตอร์เรเนียนกันทีเดียว ลองเลื่อนดูหลายๆ เมนู และดูจากหลายๆ ร้าน เหมือนกับนัดกันไว้ว่าช่วงที่ (พวกเขาเรียกว่า) พีค ซีซันเนี่ย ต้องราคานี้เท่านั้น …

เซ็งเด่ะเซ็ง นึกว่ามากระบี่จะไม่เสียเงินมากมาย แต่กลับกลายเป็นว่าเสียมากกว่าที่อื่นๆ ที่คิดจะไปซะอีก ดีนะที่อยู่แค่ไม่กี่วัน

ขาเดินกลับ ผ่านร้านดำน้ำ อเลเลยจองคิวดำน้ำ ส่วนชั้นรออยู่บนฝั่งละกัน ใจก็ไม่อยากจ่าย เพราะดำน้ำอีก 3000 เราก็ไม่อยากเสีย (โคตรงก) และก็ไม่ได้เตรียมใจมาดำน้ำด้วย เลยบอกว่าไปเหอะ เดี๋ยวรอบนนี้ ไปเดินเล่นๆ เย็นๆ ใจเอง สบายๆ ล่ะ

ทริปนี้ แทบไม่ได้ทำอะไร สมกับไปพักจริงๆ จะไปไร่เลย์ก็ขี้เกียจ มีแต่เดินเล่นๆ ไปเรื่อยๆ ละเเวกนั้น น้ำทะเลก็ไม่ได้สวยสดใสเหมือนคราวก่อน คือถ้าออกไปดำน้ำน่ะสวยแน่ แต่ถ้าอยู่บนฝั่ง เล่นน้ำทะเล มันก็เหมือนทั่วๆ ไป ชั้นเองก็ดันไม่เคยได้อยู่บนฝั่งนิ่งๆ ซะทีเวลาที่ไปกระบี่ พอเจอแบบนี้ก็อึ้ง

ฟากอ่าวนาง ตอนนี้ก็มีเตียงนวดตั้งกันเป็นเต๊นท์ มีกว่าสิบเต๊นท์ แต่ไม่มีคนไปนวด ฝรั่งที่มีน้อยนิดก็ไปอาบแดด ส่วนใหญ่เป็นแนวมากันเป็นแบบครอบครัวมากกว่า …

สรุปแล้ว ทริปนี้มาเที่ยว แท็กซี่แพง ที่พักแพง อาหารแพง ของแพง … ชอบกระบี่มาตลอด แต่ทริปนี้ ไม่เลย คิดว่าถ้าไปกระบี่แบบต้องจ่ายเงินเองอีก .. คงไม่ไปละ :D  (ปล. ที่ผ่านมาไปกับที่บ้านบ้าง, ออฟฟิศพาไปบ้าง เลยฟรี ฮ่าฮ่า)

~ โดย โตเดี่ยว บน เมษายน 18, 2009.

2 Responses to “ทบทวน 2008 ตอน 4.1 กระบี่ .. เล่มนี้แพง”

  1. สวัสดีครับ พอดีผ่านมาเห็น อันที่จริงแล้ว ช่วงนั้นที่มาเที่ยว ยังมีที่ๆราคาถูกกว่า ห้องก็สภาพพอดีๆนะครับ
    มันอยู่ที่ว่าเราต้องการแบบไหนมากกว่าครับ ถ้าหากขยันเดินหาอีกนิด ผมว่าน่าจะเจอห้องที่ถูกใจทั้งสภาพ
    และราคานะครับ อย่าเบื่อกระบี่หรือท้อใจกับราคาที่พักเลยครับ กระบี่ยังคงน่าเที่ยวเสมอถ้าเราพอใจและยอมรับในสิ่งที่เราตกลงปลงใจกับมันแล้ว ขอบคุณครับ

    • ขอบคุณค่ะ .. ตอนนี้ไม่เบื่อแล้วค่ะ แต่ความรู้สึกตอนนั้นคือมันยังกรุ่นอยู่ ก็คิดว่าเป็นเพราะเราไม่ได้หาที่พักหรือเตรียมใจไปหาที่พักไว้ก่อน และอาจเป็นไปได้ว่าช่วงนั้นมันคงแพงอย่างที่เค้าบอกจริงๆ และยังไปเจอที่พักที่ เอ่อ .. เหมือนจะดี และก็คิดว่ามันดีแล้ว แต่ไอ้ที่ไม่ดีๆ มันดันโผล่มาตอนหลัง หลังจากที่ตกลงปลงใจว่าจะชอบแล้ว .. ก็เลยไม่ประทับใจเลย แต่ก่อนหน้าครั้งนี้ ก็ไปมาก่อน ชอบนะคะ และชอบทะเลด้วย อย่างอื่นด้วย แต่ครั้งล่าสุดนี่มัน .. จริงๆ เลย😀 ขอบคุณค่ะ คราวหน้า ถ้าได้ไปอีก ก็คงเลือกสรรกับมันมากกว่านี้ …

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: