โมโม่ VII : Momo, walk with me – The end.

img_0186-momo.jpgimg_0186-momo.jpgimg_0186-momo.jpgimg_0186-momo.jpg

ขอบคุณที่มาของเนื้อหาภาษาอังกฤษ

MOMO By Michael Ende

แปลโดย J.Maxwell Brownjohn

หลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่ถูกพูดถึงในหนังสือมันเหมือนกับบทสนทนาที่เรามีต่อกันเเละกันอย่างกับลอกกันมา

ความประหลาดใจเกิดขึ้นในเเทบทุกหน้า

ไม่เว้นเเม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เราถกเถียงกันในวันนั้น

ที่สำคัญ มันทำให้ชั้นเข้าใจสิ่งที่เราคุยกันมากขึ้นจม …

ชั้นเพียงเเค่บอกเล่าถึงเรื่องราวมหัศจรรย์และความเหมือนกันของตัวละครกับบุคคลที่มีตัวตนจริงๆอย่างเราๆ

เเต่ในหนังสือ ยังมีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับสาระของการใช้ชีวิตที่ผู้ใหญ่หลายๆคนควรเก็บไปคิดไม่มากก็น้อย

พออ่านมาถึงตัวอักษรตัวสุดท้าย ชั้นรู้สึกปริ่มๆในใจยังไงบอกไม่ถูก

ถึงชั้นจะไม่ใช่พวกชอบอ่านหนังสือสำหรับเด็ก

เเต่โมโม่ก็ไม่ใช่เเค่นิทานอ่านเล่น

พออ่านจบแล้วไม่เเปลกใจเลยว่าทำไมหนังสือเล่มนี้ที่มีต้นฉบับเป็นภาษาเยอรมัน ถึงได้ถูกแปลเป็นภาษาต่างๆกว่า 30 ภาษา

และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นคัมภีร์สำหรับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่อีกด้วย

พิมพ์ครั้งแรกในเยอรมันเมื่อปี 2516 ก่อนชั้นเกิดเเค่ไม่กี่ปี

เมืองไทยมีโอกาสได้อ่านงานเขียนชั้นยอดเล่มนี้ครั้งเเรกเมื่อปี 2529

ถึงจะผ่านมา 30 กว่าปี เเต่เรื่องราวต่างๆกลับไม่ได้ดูล้าสมัยเลยเเม้เเต่น้อย

ทุกอย่างในจินตนาการและความคิดของ Michael ในวันนั้น ยังปรากฎชัดเจนให้เราได้เห็นกันในทุกวันนี้

คืนนั้น … ตอนที่เราเถียงกันเรื่องความสวยงามของชีวิต และอิสระในการใช้ชีวิต

“โมโม่” ตอบโจทย์ที่ชั้นไม่เข้าใจ …

สมัยเด็ก เรามีความสดใสโดยไม่มีปัจจัยอื่นหรือความวุ่นวายต่างๆมาครอบงำ

เรามีเวลาเต็มที่ เราใช้มันอย่างมีความสุข เราได้ทำอะไรที่เราอยากทำ

แต่พอเราโตขึ้น กลับกลายเป็นว่าเรามีเวลาน้อยลง จนเราไม่เหลือเวลาที่จะได้ทำอย่างที่ใจต้องการ

ใครกำลังขโมยเวลาของเราไป????

นั่งถามตัวเองชัดๆว่าเวลามันถูกขโมยหรือเราเต็มใจให้มันโดนขโมย

สภาพเเวดล้อมบีบบังคับ กดดันให้ชีวิตที่เคยมีความสุข กลายเป็นความห่อเหี่ยว

หรืออะไรล่ะ ที่มันดูดกลืนรอยยิ้มไป

แล้วเราจะปล่อยให้มันดูดกลืนต่อไปอย่างนั้นน่ะเหรอ????

สำหรับชั้นเเล้ว ที่ผ่านมาชั้นไม่เคยปล่อยให้ใครมาขโมยเวลาของชั้น

เเต่เหมือนชั้นจะตัดสินใจให้เวลาเหล่านั้นกับมันไปเอง

ชั้นเคยเผลอบ่นว่าเวลาเหลือน้อย … เเต่จริงๆแล้วมันไม่ได้เหลือน้อยเลย

มันก็เหลือเท่าที่ชั้นควรจะเหลือนั่นเเหละ เพียงเเต่ชั้นจัดสรรใช้มันอย่างผิดๆต่างหาก

วันที่ร่ำร้องหาอิสระ … ก็เป็นเพราะชั้นไม่รู้จักให้เวลาอิสระกับตัวเอง

แต่ … ไม่ละ ชั้นเข้าใจเเล้ว ว่าชั้นจะเลือกใช้มันยังไง

โมโม่ ในชีวิตจริง และโมโม่ในหนังสือ ก็เป็นตัวอย่างที่มากพอที่จะให้ชั้นได้เรียนรู้ว่า

ทำอะไรที่อยากทำซะทีได้เเล้ว … ถ้าความล่องลอยมันคือสิ่งที่ชั้นต้องการ

ก็ปล่อยให้ตัวเองได้ล่องลอยซะบ้าง อย่ามัวเเต่อ้างว่าไม่มีเวลา

หรือมัวเเต่ไปฟังคำใครว่า “จะเอาเวลาไปทำสิ่งไร้สาระทำไม”

มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระเลย ถ้าเราคิดจะทำตามใจตัวเอง

ถ้าให้เวลากับอิสระแล้วล่องลอยไปอย่างที่คิดที่ฝัน ก็คงถึงเวลาที่ควรจะจัดการทำมันซะที

ดีกว่านั่งหนักเเน่นเเต่ยิ้มไม่ออกอยู่อย่างทุกวันนี้ ในขณะที่เวลาดีๆก็ค่อยๆหมดไป

~ โดย โตเดี่ยว บน มิถุนายน 30, 2007.

11 Responses to “โมโม่ VII : Momo, walk with me – The end.”

  1. การอ่านหนังสือ แล้วค้นพบความจริงที่ซ่อนอยู่นี่มันทำให้รู้สึกตื่นเต้นกระชุ่มกระชวยดีเนอะ ทำให้คนที่ติดตามเรื่องจริงอย่างเราไขปริศนาน่ารักๆที่ซ่อนอยู่ไปด้วย ฮั่นแน่ มาเรียนภาษาเยอรมันเนี่ย จะเอามาอ่านโมโม่ฉบับออริจินอลใช่เปล่า อิอิ แต่เท่าที่อ่านจากรีวิว โมโม่น่าจะสนุกกว่าเจ้าชายน้อยนะ

  2. มันยากกว่าเจ้าชายน้อยล้านเท่า ยังสงสัยอยู่ว่าควรจะเป็นหนังสือเด็กจริงๆเหรอ เอาไว้ให้เคหลิบอ่านตอนม.3 ยังทำเลย ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ .. คือไม่ได้โหดขนาดนั้นหรอกนะ เเต่ชั้นว่าผู้ใหญ่ควรอ่านมากกว่าอีก 🙂

  3. ชั้นว่าบางทีเรื่องราวที่ต่อเนืองระหว่างตัวอักษรกับตัวตนของคนสำคัญ มันทำให้เข้าถึงเนื้อหาอย่างซาบซึ้งมากกว่าคนที่อ่านแบบทั่วไปรึป่าวนะ เพราะเนื่องจากเคยซื้อแจกเพื่อนมาหลายคน (แต่ของเราอ่านเพราะเก็บได้จากห้องภาพพิมพ์ อิอิ)เพียงเพราะอยากให้ได้อ่านหนังสือดีๆ บางคนไม่แยแสเพราะไม่เข้าใจแก่นของเรื่อง หรือบางคนก็ชอบมากเพราะตีความรู้สึกได้ ไม่รู้ดิชั้นว่าประสบการณ์ร่วม กระตุ้นความซาบซึ้งหวะ ดีใจที่แกชอบ 🙂

  4. หนังสือมันยาก เเต่ว่ามันโดน ถ้าไม่มีคำสั่ง คงไม่ได้หยิบมันมาอ่าน ถ้าไม่มีเเรงบันดาลใจ คงไม่เข้าใจทะลุปรุโปร่งแบบนี้ แต่โชคดี ที่รู้สึกดี ที่หนังสือดีๆ ตกถึงท้อง … จ่างขึ้นเยอะ

  5. ผมชอบนะ อ่านแล้วครั้งนึง อยู่ดีๆเมื่อคืนฝันดีอย่างบอกไม่ถูก ตื่นเช้ามาอารมณ์ดี ก้อเลยคิดถึงโมโม่ขึ้นมา เพราะเวลาวันนี้ทั้งวันอยู่ในกำมือเรา…

  6. โห ดีใจจังมีคนชอบ Momo เหมือนกัน … คิดเหมือนกันเลยค่ะ เวลาอยู่ในกำมือเรา เราเองมีหน้าที่บริหารให้ดีที่สุดเนอะ 😀

  7. หนักสือเรื่อง “โมโม่”เป็นหนังสือที่น่าอ่านมากเลย

    คนทุกวัยอ่านได้ “โมโม่” จึงไม่ใช่เพียงนิทานที่เด็กๆจะได้อ่านสนุก และไม่ใช่เพียงเทพนิยายสมัยใหม่สำหรับเด็กๆรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นนิทานที่สามารถกระตุ้นเตือนใจให้ผู้ใหญ่ได้มองเห็นความสำคัญของการใช่ชีวิตรอย่างเอื้ออาทรต่อทุกๆชีวิตและความสัมพันธุ์กับมนุษย์ด้วยกันในฐานะมนุษย์ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ทุกคนถูกเรียกร้องให้ “ประหยัดเวลา” แต่ยิ่งเราประหยัดเวลา เวลาในชีวิตเราก็ยิ่งน้อยลง ความเป็นเพื่อนถูกละลืม เด็กๆถูกละเลย ชีวิตมนุษย์น่าสงสารมาขึ้นเรื่อยๆซ้ำซากขึ้นเรื่อยๆ และเยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ
    แต่ไม่มีใครสงสัย ไม่มีใครสังเกต มีแต่เด็กๆเท่านั้นที่รู้สึกได้ชัดเจน เพราะผู้ใหญ่ไม่มีเวลาเหลือให้พวกเขาอีกแล้ว

  8. ขอบคุณมากค่ะคุณโฮร่า .. ดีใจที่มีคนชอบเหมือนกัน
    เห็นด้วยกับคอมเม้นต์ค่ะ 🙂
    ผู้ใหญ่ควรอ่านมากกว่าเด็กอีก ..

  9. อยากเก็บผลงานทุกเล่มของมิฆาเอล เอนเค้เลยค่ะ
    เคยอ่านทั้งหมดสามเรื่องประทับใจทุกเรื่องเลย

  10. โมโม มีฉบับภาษาไทยไหมค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: