ส-กู๊ด-เต .. เนปาล ตอน 5

อิ่มแล้ว ก็ไปเดินเล่นต่อด้านบน ซึ่งจะมีโยคีจำนวนมาก อาศัยอยู่ที่นี่ โยคีหรือจะเรียกอีกชื่อว่าบาบ้า จะเเต่งตัวด้วยชุดสีเหลือง สีเเดง เเล้วเเต่ความนิยมของเเต่ละคน พอกหน้าด้วยเเป้งขาว นั่งนอนบริเวณนั้น เราเดินเลยไปด้านบนของวัดปสุปฏินาฐ วัดนี้ตั้งอยู่ริมเเม่น้ำบักมาติ ที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ไม่เเพ้เเม่น้ำคงคาที่อินเดีย วัดนี้เป็นวัดที่ชาวเนปาลนับถือมากอีกวัดนึง เพราะเป็นวัดสำหรับศาสนาฮินดู เฉพาะคนที่นับถือศาสนาฮินดูเท่านั้นที่สามารถเข้าไปภายในบริเวณวัดได้ ภายในบริเวณนี้ เเหม … ลิงเยอะยังกะเขาวัง บริเวณด้านล่างจะมีวัยรุ่น วัยเด็ก วัยทองมาชุมนุมรวมตัวกันเหมือนเวลาเราเห็นพ่อเเม่ลูกพากันไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะยังไงยังงั้น เเต่บริเวณด้านบนที่เป็นสถาปัตยกรรมของศิลปะเนปาล กลับไม่มีคนมากนัก บริเวณบนสุดมีที่นั่งพักผ่อน โดยสามารถมองเห็นพิธีเผาศพที่ฝั่งตรงข้ามของเเม่น้ำบัคมาติ ตอนชั้นไปกำลังมีการทำพิธีอยู่พอดี เราก็นั่งตากเเดดดูจนพิธีเสร็จสิ้น เเม่น้ำบัคมาติวันนี้ น้ำเหือดเเห้งเต็มที ด้านซ้ายมือของเรากำลังทำพิธีเผาศพลงเเม่น้ำ ส่วนด้านขวาเป็นเด็กเนปาลีลงไปเล่นน้ำอย่างชุ่มฉ่ำใจ บนสายน้ำที่เหือดเเห้งเต็มที ชั้นได้มองดูใกล้ๆ มันไม่ได้ใสสะอาดเหมือนอากาศวักน้ำเข้าหน้าของเด็กเนปาลีคนนั้นเเม้เเต่นิดเดียว เเต่บางที นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เค้ามีความสุขที่สุดก็ได้ .. ใครจะรู้

อากาศที่กาฐมัณฑุร้อนเข้าไส้ในเวลากลางวัน ถือว่าเป็นการอาบเเดดที่เเรงที่สุดที่เคยเจอมา บริเวณที่เรานั่งดูพิธีเผาศพ ก็จะมีเด็กๆมาเดินขายน้ำเเละขนม เหมือนเมืองไทยเป๊ะ พอไส้ร้อนได้ที่ เราคิดว่าถึงเวลาเคลื่อนย้ายอวัยวะหาที่พักกันดีกว่า เพื่อนชั้นชวนไปพักที่ Freindly Home ที่นี่เป็นบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าในกาฐมัณฑุมีเด็ก 26 คนในความดูแล เค้าเคยมาพักเมื่อสามอาทิตย์ก่อน โอเค ไปสิไป เราเดินหาบ้านหลังนี้อยู่เกือบ 2 ชั่วโมง ชั้นเริ่มใจอ่อน เราไปนอนที่เกสท์เฮาส์ก็ได้นะ เเต่เพื่อนชั้นบอกว่าไม่ได้ เรามาสัมผัสเนปาล ต้องสัมผัสให้มันสุดๆ นอนกลางดิน กินกลางทรายได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี ชีวิตที่เรามีก่อนมาที่นี่ มันดีเกินไปแล้ว ลองทำในสิ่งที่เราไม่เคยได้ทำมั่ง แล้วจะรู้ว่าชีวิตมันน่าสนใจเเค่ไหน (ค่ะท่าน.. ท่านว่าไงว่าตามกันค่ะ) เเต่ก็จริงของเพื่อนชั้นนะ การที่เราได้ลองทำอะไรที่เเตกต่าง มันก็ทำให้เรามองเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตมากขึ้น ทำให้เรามองอะไรได้หลายๆด้าน ไม่ได้รู้จักกับอะไรเพียงอย่างเดียว เเง่เดียว คนเดียว เรื่องเดียว ด้านเดียว …

เเต่เพื่อนชั้นดันจำสถานที่ตั้งของบ้านหลังนี้ไม่ได้ สอบถามเนปาลี เค้าก็รู้จักเเต่บ้านเลี้ยงเด็กของ NGO เเต่ที่ๆเราจะไปมันไม่ใช่ นี่ช่างเป็นการมาถึงเนปาลวันเเรกเเละได้เดินทะลุทุกตรอกซอกซอยของกาฐมัณฑุจริงๆ  ที่นี่ ..ถ้าจะเปรียบเทียบเหมือนหมู่บ้านบริเวณคลองเตยก็ไม่เชิง เเต่ก็คล้ายๆกับชุมชนย่อยๆที่ย่อยเเล้วย่อยอีกไม่มีวันจบสิ้น การเดินเข้าออกเเต่ละซอกมุม ทำให้ชั้นได้เจอคนท้องถิ่นมากมายที่ต่างสงสัยว่าเรามาทำอะไรกันในนี้ เเต่ละซอยที่เราเดินผ่าน เราก็เเวะทักนั่งคุยกับเจ้าของที่ เล่นบอล เล่นสเก็ตกับเด็กๆ ผู้ใหญ่ก็คุยกะเราดีหรอก เเต่เหมือนเด็กๆจะไม่ค่อยไว้ใจชั้นกับเพื่อนมากนัก เรานั่งกินขนมที่ชั้นเอาไปจากเมืองไทยเเละเเบ่งให้พวกเค้า เเต่เค้ารับไปแล้วเขวี้ยงทิ้ง โอยยย เสียดาย เเต่เค้าทิ้งด้วยใบหน้ายิ้มเเย้มนะ คิดว่าคงไม่คุ้นกับขนมแบบนี้หรือเปล่า หรือไม่พ่อเเม่ก็สอนมาดีว่าไม่ให้รับของจากคนเเปลกหน้า

บ้านเรือนในกาฐมัณฑุจะมีลักษณะเป็นตึกเเถวติดๆๆๆกันหลายๆห้อง จำนวนชั้น 4 ชั้นขึ้นไป ด้วย พื้นที่เล็กๆ เเต่เน้นความสูงทำให้เพิ่มปริมาณพื้นที่ได้มากขึ้น เป็นที่น่าสงสัยเกี่ยวกับประตูบ้าน ทุกๆ ห้องเเถวจะมีประตูห้องสูงไม่น่าจะเกิน 140 ซม. ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำประตูเตี้ยขนาด นั้น อาจจะเป็นศิลปะสมัยก่อนเก่าละมัง ก็เเปลกตาดี ดูเหมือนบ้านเสมิร์ฟในการ์ตูน เเต่คนที่ออกมา ตัวใหญ่กว่าบ้านเป็นสองเท่า

~ โดย โตเดี่ยว บน มิถุนายน 2, 2007.

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “ส-กู๊ด-เต .. เนปาล ตอน 5”

  1. อืม แปลกดีเรื่องประตู ทำไมต้องทำเล็กๆเนอะ เอาขนมอะไรไปให้เด็กอ่ะ โหยโยนท้ิงได้ไง เดี๊ยะๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: