สิ่งดีๆเกิดขึ้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว) ตอน 3 หลวงพระบางและใจที่ไม่ต้องซื้อ

March 15-19, 2007

จากกรุงเทพฯ ชั้นนั่งเครื่องไปลงเชียงใหม่ เเล้วต่อเครื่องสายการบินลาวจากเชียงใหม่ไปหลวงพระบาง .. ที่ทำแบบนี้เพราะว่าได้ตั๋วไปเชียงใหม่ราคาแสนถูก รวมกับตั๋วเครื่องบินไปลาวแล้ว ทริปนี้เสียค่าตั๋วไม่แพงนัก แต่ชั้นก็ไม่ชอบมาโดยเครื่องบินเท่าไหร่เหมือนเดิม มันรอไฟลท์ต่อไฟลท์นานมากๆๆๆๆ

สนามบินหลวงพระบางน่ารักมาก จุ๋มจิ๋มกะทัดรัด เหมือนไปห้องธุรการของมหา’ลัยมากกว่าไปสนามบิน … ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ก็เดินออกมาด้านนอก .. ไม่ได้มีเเท็กซี่จอดเหมือนสนามบินสุวรรณภูมิบ้านเราหรอก ออกมาก็เหมือนเจอบ้านยาย บรรยากาศเเบบต่างจังหวัดๆ  เเต่ที่ไม่เจอ คือ “เพื่อน” ….

อ้าว เอาล่ะสิ นัดกันไว้เเล้วนี่ อย่ามาเบี้ยวตอนนี้นา …. เพื่อนร่วมชะตากรรมบนเครื่องบินเล็กจากเชียงใหม่มาหลวงพระบาง ต่างก็ทะยอยกันออกไป ทีละคน สองคน สามคน สุดท้าย เหลือชั้นคนเดียว สนามบินจะปิดแล้ว เพราะว่าเที่ยวบินนี้เป็นรอบสุดท้าย เลยหาร้านเช็คเมล์ ทำไงดี ร้านมี เเต่เมล์ใช้ไม่ได้ (แล้วจะเปิดเป็นร้านเน็ตทำไมเล่า) กำลังครุ่นคิด เครียด งง ตายละ จะใช้ชีวิตที่หลวงพระบางคนเดียวไปตลอด 4-5 วันนี้เหรอ …. เอาไงดี!!!

ยังไม่ทันได้ไปเเจ้งตำรวจข้อหาเพื่อนหาย เดินออกมาจากร้านก็เห็นใครบางคนนั่งคอยอยู่ที่ที่ชั้นนั่งมาก่อน “เจอกันอีกแล้ว!”

เเล้วเราก็นั่งสองเเถวไปตลาดหลวงพระบางกัน ชั้นชอบหลวงพระบางนะ เเต่เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวเยอะมาก เราเเทบสัมผัสชีวิตชาวลาวที่เเท้จริงไม่ได้เลย เหมือนเวียงจันทร์และวังเวียง ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ชั้นสืบมาคร่าวๆว่า ค่าห้องพักที่หลวงพระบางไม่ควรเกิน 200 บาท เเต่เพื่อนชาวสวิสคนนี้ หาที่พักให้ชั้นได้ในราคาเพียง 160 บาท เท่านั้น ชั้นชอบนะ อยู่ห่างจากตลาดประมาณ 500 เมตร เงียบๆ เรือนไม้ เจ้าของบ้าน เเบ่งห้องชั้นบนเป็น 3 ห้องให้เเขกได้มาพักกัน ตอนชั้นไปถึง มีเพียงเราสองคนเท่านั้นที่มาพักที่นี่ เเต่หลังจากอาบน้ำเสร็จ ออกมาก็เจอนักท่องเที่ยวต่างชาติมาพักจนเต็ม ห้องพัดลมราคาถูก สวย เเถมมีระเบียงให้พวกเราได้ออกมานั่งคุยกันได้อีกด้วย … อีกครั้ง ที่เพื่อนทำให้ชั้นประทับใจกับความสบายใจที่ไม่ต้องใช้เงินจำนวนมากซื้อ …

คืนนั้น เราออกไปเดินเล่นที่ถนนคนเดินหลวงพระบาง นักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา ร้านค้าแตกต่างจากถนนข้าวสารบ้านเรา เพราะเป็นการวางขายบนพื้นถนน เพื่อนชั้นไม่ใช่นักช้อปปิ้งและเเผนท่องเที่ยวของเค้าที่วางไว้ถึงสิบปี ทำให้ทุกบาททุกสตางค์ต้องใช้อย่างคุ้มค่า แต่เค้าก็พาชั้นเดินเที่ยวอย่างไม่หยุดหย่อน ชั้นเองไม่ใช่คนที่รังเกียจความสบาย แต่ตั้งแต่เดินทางกับเพื่อนคนนี้ ชั้นเลือกที่จะสบายน้อยหน่อย เพื่อให้เราสองคนเดินทางกันต่อได้อย่างไม่วุ่นวายนัก เพื่อนชั้นอาจจะมีฐานะที่บ้านเมืองเค้า แต่เมื่อมาท่องเที่ยวทริปใหญ่และยาวนานนี้ ทำให้ทุกอย่างต้องเซฟ ชั้นยินดีกินข้าวในร้านอาหารราคาประหยัดและอิ่มได้ในจานเดียว แทนที่จะเลือกร้านหรูๆ เพื่อชิมฝีมือสุดยอดกุ๊กของลาว เพราะรู้ว่าเพื่อนชั้นไม่อยากใช้จ่าย แต่ไอ้ความสบายน้อยหน่อยที่ชั้นเลือกทำ มันกลับทำให้ชั้นรู้สึกสบายตัวสบายใจกว่าที่เคยใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายกับทริ ปอื่นๆ ที่ผ่านมา คืนนั้นเราไปกินข้าวไม่ไกลถนนคนเดิน เพื่อนชั้นบอกว่ามีร้านขายเป็นมังสวิรัติ (เหวอ) ชั้นเองชอบกินเนื้อสัตว์ แต่วันนั้นก็อยากลองดู พอไปถึง ทุกจานยี่สิบห้าบาท แต่ตักได้เต็มที่ไม่มีอั้น โดยให้ตักเอง ชั้นตักมาพออิ่ม แต่เพื่อนชั้นตักมาพูนจาน ถ้าใครที่ไม่รู้จักคนๆ นี้ คงคิดว่าช่างมูมมาม แต่ใครจะรู้ว่าเค้ามีเป้าหมายอะไรในการทำแบบนี้

ชั้นไม่แคร์สายตาที่คนมองว่าชั้นกำลังเดินทางมากับใคร มาทำไม และหวังอะไรกับคนๆ นี้ … ชั้นไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ชั้นไม่รังเกียจอะไรด้วย และชั้นไม่เคยสนใจว่าคุณจะเป็นคนที่ใส่รองเท้ายี่ห้อดัง หรือคุณจะไม่มีรองเท้าใส่เลย ไม่จำเป็นว่าคุณต้องใส่ของแพงๆ ใช้ของแพงๆ ชั้นสนแต่ว่าใจคุณแพงไหม ต้องใช้เงินซื้อหรือเปล่า ถ้าคุณมองมาที่ชั้นคุณเห็นใจชั้นก่อนสิ่งของที่ชั้นใช้หรือเสื้อผ้าที่ชั้น ใส่อยู่ไหม ถ้าใช่ … เราเป็นเพื่อนกัน ชั้นมาที่นี่ด้วยใจ และมาเจอเพื่อนชั้นด้วยใจล้วนๆ คนที่คิดไม่ดี เค้าก็ทำอะไรชั้นไม่ได้นอกจากคิด อยากรู้จักชั้น เดินเข้ามาหา อย่าแค่คิดแล้วตัดสิน .. นั่นไม่ทำให้คุณรู้จักอะไรเกี่ยวกับชั้นเลย … และคงเป็นเพราะสายตาโต้ตอบที่ชั้นไม่เคยหลบทุกครั้งที่คนมองมาด้วยแววตาที่เต็ม ไปด้วยคำถาม ทำให้พวกเค้าไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตอบโต้ และคงตัดสินอะไรไปเอง ณ ตอนนั้น แต่ชั้นไม่แคร์ ชั้นมาที่นี่เพื่อมาพักผ่อนกับเพื่อนที่ชั้นรู้ว่าเงินซื้อใจเค้าไม่ได้ .. เท่านั้น

เช้าวันใหม่ เราออกเดินทางไปเชียงขวาง (ตอนเเรกสับสนนึกว่าอยู่เมืองไทย ที่ไหนได้ ไอ้ที่อยู่เมืองไทยน่ะมัน “เชียงของ จ.เชียงราย” ชื่อดันคล้ายกันซะงั้น ทำเอาเกือบงง เถียงกับเพื่อนอยู่นาน ฝรั่งพูดไทยก็ไม่ค่อยชัดซะด้วย ถ้าไม่เปิดเเผนที่ เป็นได้อดไปเเน่ๆ เพราะมัวเเต่เถียงกัน) เชียงขวางอยู่ห่างจากหลวงพระบางประมาณ 10 ชั่วโมง เราเดินไป 3 กิโลเเล้วถึงได้ตั้งหลักโบกรถ ไม่นานนักก็มีพี่ชายใจดีมาจอด คนไทยกับคนลาวภาษาจะคล้ายๆกัน พวกเขาฟังไทยออกเหมือนที่ชั้นฟังลาวออก เเต่บางคำยากๆเเละหากเขาพูดเร็วๆ ชั้นก็จับใจความไม่ทันเหมือนกัน พี่เจ้าของรถใจดี เห็นชั้นเป็นคนไทย เปิดเพลงเจให้ชั้นฟังอีกเเน่ะ มันส์เป็นบ้า …. ฝาก ให้เธอเลี้ยงดู ให้อยู่กับเธอแล้วกัน …. เก่าโคตรรรรรร

เค้ามาส่งชั้นสองคนที่พูคูน ทางเเยกระหว่างไปเชียงขวางกับเวียงจันทร์ พี่เค้าเดินทางไปเวียงจันทร์ต่อ ร่ำลาด้วยคำพูดเเละเงินสดอีกเล็กน้อย เป็นสินน้ำใจที่เค้าก็ไม่ปฏิเสธ … เรากะว่าหาที่พักเอาที่นี่ เพราะว่ามันเริ่มจะค่ำเเล้ว เเต่เพราะพูคูนไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว ร้านข้าวมีเพียงร้านเดียวที่เราฝากท้องไว้ในค่ำนั้น อาหารที่ชั้นกินได้ ก็มีเพียงไข่เจียวเเละเฝอมังสวิรัติ เราเลือกที่จะไม่กินเนื้อสัตว์ที่นี่ หลังจากที่เราไปสำรวจตลาดเเละได้เห็นวิธีการชำเเหละเเละการวางขายที่ …. ไม่น่าจะส่งผลดีต่อท้องไส้เท่าไหร่ อาจตายก่อนได้เที่ยว เราเลยเลือก ผัก ผัก เเละผัก ทั้งๆที่ชั้นเป็นคนที่ไม่ชอบผักเลยเเม้เเต่นิดเดียว เเต่วันนี้ ต้องหันหน้ามาเป็นมิตรกับมันเเละบอกตัวเองว่า มังสวิรัติ….ทริปนี้ชั้นจะรักเธอ

~ โดย โตเดี่ยว บน พฤษภาคม 20, 2007.

4 Responses to “สิ่งดีๆเกิดขึ้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว) ตอน 3 หลวงพระบางและใจที่ไม่ต้องซื้อ”

  1. ถูกใจพี่ลาวมาก เล่นเพลงถูกใจเจงๆ 555 ท่าทางจะน่าอยู่นะ เชียงขวางเนี่ย

  2. sabaidee
    koy yuu laungprabang der
    kopjailailai

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: